Home
Oct 03, 2022
โฉมหน้าสุดยอดทีมนวัตกร "SX2022 HACKATHON" ได้รับเงินรางวัลรวมกว่า 100,000 บาท
View all SX News & Movement

ในงาน Sustainability Expo 2022 (SX2022) นอกจากมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านความยั่งยืนจากหลากหลายองค์กรชั้นนำแล้ว ยังมีการจัดการแข่งขันระดับเยาวชนเพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมนวัตกร ผู้สามารถใช้องค์ความรู้เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ทำให้เกิด Impact ได้อย่างยั่งยืน ในหัวข้อ "Innovation for Better Living" หรือนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดยการแข่งขันเป็นประเภททีม แต่ละทีมประกอบด้วยสมาชิกอย่างน้อย 3 คน แต่ไม่เกิน 4 คน ผู้สมัครในทีมจะต้องมีความสามารถในด้านธุรกิจ (Business) การออกแบบ (Design) และด้านเทคโนโลยี (Technology) ทั้ง 3 ด้าน อย่างน้อยด้านละ 1 คน

โดยในการแข่งขัน มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดจำนวน 427 ทีมจากจากหลากหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับมัธยมที่ 2 จนถึงระดับปริญญาตรี ถูกคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทั้งสิ้น 7 ทีม (สละสิทธิ์ 1 ทีม)

กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรม ประกอบด้วย

  1. คุณปรัศนีย์ สุระเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกำกับดูแลกิจการ สำนักเลขานุการบริษัท วางแผนองค์กร การจัดการความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
  2. คุณธนุส ผะอบแสง Head of Digital Business Development บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
  3. คุณศิริจิตต์ จิระเรืองเกียรติ Head of Innovation Support บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
  4. คุณทรงวุฒิ พรมจีน Assistant Vice President สายลูกค้าธุรกิจรายปลีก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
  5. คุณณัฐนี วงศ์วีระนนท์ชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จํากัด
  6. ดร.รณกร ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ผลการประกวด "SX2022 Hackathon" มีผู้ได้รับรางวัลดังต่อไปนี้

รางวัลชนะเลิศ คือ ทีม Vista โดย คุณธันยพร กิจรุ่งวิโรจน์ คุณธาม ธรรมมนุญกุล และคุณสุวีร์ ปาตีย จาก หลักสูตรศิลปศาสตรและวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขานวัตกรรมบูรณาการ (BAScii) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงาน Pestation หรือเครื่องไล่แมลงด้วยคลื่นเสียง ซึ่งสามารถใช้ในการทำกสิกรรมขนาดใหญ่ เพื่อลดปัญหาด้านสุขภาพของเกษตรกรที่ได้รับจากการใช้ยาฆ่าแมลงโดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งเป็นแหล่งที่ทำกสิกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเน้นรณรงค์การใช้การเกษตรอย่างยั่งยืน นวัตกรรมนี้นอกจากช่วยลดปัญหาสุขภาพของเกษตรกรแล้ว ยังส่งผลดีแก่ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยใช้ระบบการทำงานผ่านคลื่นเสียง ฮาร์มอนิก เรดาร์ และแหล่งพลังงานจากแผงโซลาร์ เชื่อมโยงระบบการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต มุ่งเน้นการทำการตลาดไปยังกลุ่มที่ทำธุรกิจระหว่างองค์กรกับองค์กร (B2B) และ กลุ่มทำธุรกิจระหว่างองค์กรกับภาครัฐ (B2G) นวัตกรรมนี้ถูกประเมินราคาอยู่ที่เครื่องละ 800 USD หรือราวๆ 30,000 บาท

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ทีม Sirimongkol โดย คุณศุภกฤต ตาลน้อย คุณนภัสมนต์ ศรีนครา จากมหาวิทยาลัยมหิดล กับผลงาน Merlin Application หรือแอปพลิเคชั่นเพื่อเป็นเพื่อนคอยแนะนำการใช้ชีวิตให้แก่วัยรุ่นหรือวัยเรียน เพื่อลดปัญหาความเครียดและป้องกันภาวะโรคซึมเศร้า โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบการใช้งาน คือ 1. ใช้ในการจดบันทึกประจำวันการใช้ชีวิต พร้อมมีแนวปฏิบัติให้ผู้ใช้ออกไปทำกิจกรรมเพื่อเปิดมุมมองเกี่ยวกับชีวิต 2. รูปแบบ Journey เพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ และตรวจสอบกระบวนการใช้ชีวิตของผู้ใช้งาน ค้นหาเส้นทางหรือความชอบเพื่อให้สำเร็จในภารกิจต่างๆ เพื่อให้ทราบความสำคัญและการเตรียมตัวในการทำภารกิจต่างๆ ซึ่งความสำเร็จในแต่ละครั้งจะทำให้ผู้ใช้งานเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น การสร้างรายได้ของ Merlin Application จะเน้นรายได้จากการใช้รูปแบบ Journey ต่างๆ โดย 1 Journey เท่ากับ 100 บาท ต่อเดือน

รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 คือ ทีม Bicycle for Better Life โดย คุณสัจภูมิ ไกรเลิศรัตน์ คุณชินโชติ เวทยานนท์ และคุณวรันธร จันทร์สว่าง จากสาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดีย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กับผลงานแอปพลิเคชันเกมปั่นจักรยาน โดยไม่ต้องมีจักรยาน เพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายและสร้างสังคมผ่านเกมออนไลน์ ซึ่งการสร้างรายจะเป็นรูปแบบการขาย Skin และพื้นที่โฆษณาออนไลน์ รวมถึงการขายสมาชิกพิเศษให้แก่ผู้เล่น โดยเล่นได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว จับการเคลื่อนไหวด้วยระบบ AI ที่ไม่ยุ่งยากและสิ้นเปลือง ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Y หรือ กลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2523 – 2537 ได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีทีมที่ได้รับรางวัลพิเศษผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศอีก 3 ทีม ประกอบด้วย

1. ทีม Wanabi eiei ผลงาน Wanabi, Wanna Be Changed แพลตฟอร์มเพื่อช่วยเหลือร้านอาหารในการบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างชาญฉลาด เพื่อลดการสูญเสียอาหาร จัดการใช้วัตถุดิบ ลดต้นทุน ลดวัตถุดิบที่ต้องเสียและทิ้งในแต่ละวัน สามารถจัดเก็บเป็นสถิติ และลดการเกิดปัญหาขยะอาหารได้

2. ทีม Better Than Yesterday ผลงาน Alcohol beads via Spherification หรือ การขึ้นรูปแอลกอฮอล์ให้เป็นเม็ดขนาดเท่าลูกปัด ที่สามารถนำขึ้นไปใช้บนเครื่องบินและมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมในการใช้งานแต่ละครั้ง และไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง

3. ทีม NeoTrash ผลงาน NeoBin หรือ ระบบการวางแผนการจัดการขยะ ที่มีทั้งถังแยกขยะ และแพลตฟอร์มเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มซาเล้งที่ต้องการเก็บขยะเพื่อนำไปสร้างรายได้ รวมถึงระบบการแยกขยะสำหรับบุคคลและองค์กรที่ต้องการนำถังขยะไปวางตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อบริหารจัดการจำนวนขยะ รวมถึงการบันทึกจัดเก็บค่าคาร์บอนเครดิต ซึ่ง NeoBin จะมีสามารถติดตามข้อมูลด้านจำนวน ประเภทขยะได้ด้วยระบบเซนเซอร์และอินฟาเรดเพื่อตรวจสอบสถานะและนำข้อมูลไปใช้ในกระบวนการวางแผนในลำดับต่อไปได้

เกณฑ์การตัดสินของกรรมการ เน้นในด้านของความเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างสรรค์ มีความเป็นไปได้ และช่วยลดผลกระทบในเชิงลบต่างๆ พร้อมทั้งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคมในวงกว้างได้อย่างแท้จริง ผลงานของผู้เข้ารอบชิงชนะทั้ง 6 ทีม ถือเป็นตัวอย่างนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์การพัฒนาเพื่อชีวิตที่ดีกว่าได้ดีเยี่ยม อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นแก่ทั้งผู้คิดค้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนเพื่อสร้างเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้อีกด้วย

สามารถชมภาพการแข่งขันย้อนหลังที่ https://www.youtube.com/watch?v=UfFc-DrzhFg

idownload
gplay
istore