ในงาน Sustainability Expo 2022 (SX2022) นอกจากมีการจัดแสดงนิทรรศการด้านความยั่งยืนจากหลากหลายองค์กรชั้นนำแล้ว ยังมีการจัดการแข่งขันระดับเยาวชนเพื่อเฟ้นหาสุดยอดทีมนวัตกร ผู้สามารถใช้องค์ความรู้เพื่อสร้างสรรค์นวัตกรรม ที่ทำให้เกิด Impact ได้อย่างยั่งยืน ในหัวข้อ "Innovation for Better Living" หรือนวัตกรรมเพื่อชีวิตที่ดีกว่า โดยการแข่งขันเป็นประเภททีม แต่ละทีมประกอบด้วยสมาชิกอย่างน้อย 3 คน แต่ไม่เกิน 4 คน ผู้สมัครในทีมจะต้องมีความสามารถในด้านธุรกิจ (Business) การออกแบบ (Design) และด้านเทคโนโลยี (Technology) ทั้ง 3 ด้าน อย่างน้อยด้านละ 1 คน
โดยในการแข่งขัน มีผู้สนใจส่งผลงานเข้าประกวดจำนวน 427 ทีมจากจากหลากหลายสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ ตั้งแต่ระดับมัธยมที่ 2 จนถึงระดับปริญญาตรี ถูกคัดเลือกเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศทั้งสิ้น 7 ทีม (สละสิทธิ์ 1 ทีม)
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายองค์กรชั้นนำด้านนวัตกรรม ประกอบด้วย
- คุณปรัศนีย์ สุระเสถียร รองกรรมการผู้จัดการ สายงานกำกับดูแลกิจการ สำนักเลขานุการบริษัท วางแผนองค์กร การจัดการความเสี่ยง และการพัฒนาอย่างยั่งยืน บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
- คุณธนุส ผะอบแสง Head of Digital Business Development บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน)
- คุณศิริจิตต์ จิระเรืองเกียรติ Head of Innovation Support บริษัท ไทยยูเนี่ยน โฟรเซ่น โปรดักส์ จำกัด (มหาชน)
- คุณทรงวุฒิ พรมจีน Assistant Vice President สายลูกค้าธุรกิจรายปลีก ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)
- คุณณัฐนี วงศ์วีระนนท์ชัย ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ฝ่ายการพัฒนาที่ยั่งยืน บริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ (ประเทศไทย) จํากัด
- ดร.รณกร ไวยวุฒิ ผู้อำนวยการศูนย์กลางนวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย



ผลการประกวด "SX2022 Hackathon" มีผู้ได้รับรางวัลดังต่อไปนี้
รางวัลชนะเลิศ คือ ทีม Vista โดย คุณธันยพร กิจรุ่งวิโรจน์ คุณธาม ธรรมมนุญกุล และคุณสุวีร์ ปาตีย จาก หลักสูตรศิลปศาสตรและวิทยาศาสตรบัณฑิต สาขานวัตกรรมบูรณาการ (BAScii) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กับผลงาน Pestation หรือเครื่องไล่แมลงด้วยคลื่นเสียง ซึ่งสามารถใช้ในการทำกสิกรรมขนาดใหญ่ เพื่อลดปัญหาด้านสุขภาพของเกษตรกรที่ได้รับจากการใช้ยาฆ่าแมลงโดยเฉพาะในประเทศจีน ซึ่งเป็นแหล่งที่ทำกสิกรรมที่ใหญ่ที่สุดในโลก และเน้นรณรงค์การใช้การเกษตรอย่างยั่งยืน นวัตกรรมนี้นอกจากช่วยลดปัญหาสุขภาพของเกษตรกรแล้ว ยังส่งผลดีแก่ผู้บริโภค และสิ่งแวดล้อมอีกด้วย โดยใช้ระบบการทำงานผ่านคลื่นเสียง ฮาร์มอนิก เรดาร์ และแหล่งพลังงานจากแผงโซลาร์ เชื่อมโยงระบบการทำงานผ่านอินเตอร์เน็ต มุ่งเน้นการทำการตลาดไปยังกลุ่มที่ทำธุรกิจระหว่างองค์กรกับองค์กร (B2B) และ กลุ่มทำธุรกิจระหว่างองค์กรกับภาครัฐ (B2G) นวัตกรรมนี้ถูกประเมินราคาอยู่ที่เครื่องละ 800 USD หรือราวๆ 30,000 บาท



รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 คือ ทีม Sirimongkol โดย คุณศุภกฤต ตาลน้อย คุณนภัสมนต์ ศรีนครา จากมหาวิทยาลัยมหิดล กับผลงาน Merlin Application หรือแอปพลิเคชั่นเพื่อเป็นเพื่อนคอยแนะนำการใช้ชีวิตให้แก่วัยรุ่นหรือวัยเรียน เพื่อลดปัญหาความเครียดและป้องกันภาวะโรคซึมเศร้า โดยแบ่งเป็น 2 รูปแบบการใช้งาน คือ 1. ใช้ในการจดบันทึกประจำวันการใช้ชีวิต พร้อมมีแนวปฏิบัติให้ผู้ใช้ออกไปทำกิจกรรมเพื่อเปิดมุมมองเกี่ยวกับชีวิต 2. รูปแบบ Journey เพื่อเรียนรู้สิ่งต่างๆ และตรวจสอบกระบวนการใช้ชีวิตของผู้ใช้งาน ค้นหาเส้นทางหรือความชอบเพื่อให้สำเร็จในภารกิจต่างๆ เพื่อให้ทราบความสำคัญและการเตรียมตัวในการทำภารกิจต่างๆ ซึ่งความสำเร็จในแต่ละครั้งจะทำให้ผู้ใช้งานเห็นคุณค่าในตัวเองมากขึ้น การสร้างรายได้ของ Merlin Application จะเน้นรายได้จากการใช้รูปแบบ Journey ต่างๆ โดย 1 Journey เท่ากับ 100 บาท ต่อเดือน



รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3 คือ ทีม Bicycle for Better Life โดย คุณสัจภูมิ ไกรเลิศรัตน์ คุณชินโชติ เวทยานนท์ และคุณวรันธร จันทร์สว่าง จากสาขาวิชาเทคโนโลยีมีเดีย คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการออกแบบ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี กับผลงานแอปพลิเคชันเกมปั่นจักรยาน โดยไม่ต้องมีจักรยาน เพื่อเป็นการส่งเสริมการออกกำลังกายและสร้างสังคมผ่านเกมออนไลน์ ซึ่งการสร้างรายจะเป็นรูปแบบการขาย Skin และพื้นที่โฆษณาออนไลน์ รวมถึงการขายสมาชิกพิเศษให้แก่ผู้เล่น โดยเล่นได้ผ่านทางโทรศัพท์มือถือเพียงเครื่องเดียว จับการเคลื่อนไหวด้วยระบบ AI ที่ไม่ยุ่งยากและสิ้นเปลือง ไม่ต้องอาศัยอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นกลุ่ม Gen Y หรือ กลุ่มคนที่เกิดในช่วงปี พ.ศ. 2523 – 2537 ได้เป็นอย่างดี



นอกจากนี้ยังมีทีมที่ได้รับรางวัลพิเศษผู้ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศอีก 3 ทีม ประกอบด้วย
1. ทีม Wanabi eiei ผลงาน Wanabi, Wanna Be Changed แพลตฟอร์มเพื่อช่วยเหลือร้านอาหารในการบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างชาญฉลาด เพื่อลดการสูญเสียอาหาร จัดการใช้วัตถุดิบ ลดต้นทุน ลดวัตถุดิบที่ต้องเสียและทิ้งในแต่ละวัน สามารถจัดเก็บเป็นสถิติ และลดการเกิดปัญหาขยะอาหารได้



2. ทีม Better Than Yesterday ผลงาน Alcohol beads via Spherification หรือ การขึ้นรูปแอลกอฮอล์ให้เป็นเม็ดขนาดเท่าลูกปัด ที่สามารถนำขึ้นไปใช้บนเครื่องบินและมีปริมาณแอลกอฮอล์ที่เหมาะสมในการใช้งานแต่ละครั้ง และไม่เป็นอันตรายต่อผิวหนัง



3. ทีม NeoTrash ผลงาน NeoBin หรือ ระบบการวางแผนการจัดการขยะ ที่มีทั้งถังแยกขยะ และแพลตฟอร์มเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่กลุ่มซาเล้งที่ต้องการเก็บขยะเพื่อนำไปสร้างรายได้ รวมถึงระบบการแยกขยะสำหรับบุคคลและองค์กรที่ต้องการนำถังขยะไปวางตามพื้นที่ต่างๆ เพื่อบริหารจัดการจำนวนขยะ รวมถึงการบันทึกจัดเก็บค่าคาร์บอนเครดิต ซึ่ง NeoBin จะมีสามารถติดตามข้อมูลด้านจำนวน ประเภทขยะได้ด้วยระบบเซนเซอร์และอินฟาเรดเพื่อตรวจสอบสถานะและนำข้อมูลไปใช้ในกระบวนการวางแผนในลำดับต่อไปได้



เกณฑ์การตัดสินของกรรมการ เน้นในด้านของความเป็นนวัตกรรมใหม่ที่สร้างสรรค์ มีความเป็นไปได้ และช่วยลดผลกระทบในเชิงลบต่างๆ พร้อมทั้งสามารถตอบโจทย์ความต้องการของสังคมในวงกว้างได้อย่างแท้จริง ผลงานของผู้เข้ารอบชิงชนะทั้ง 6 ทีม ถือเป็นตัวอย่างนวัตกรรมที่ช่วยแก้ปัญหาและตอบโจทย์การพัฒนาเพื่อชีวิตที่ดีกว่าได้ดีเยี่ยม อีกทั้งยังสามารถสร้างรายได้ให้เกิดขึ้นแก่ทั้งผู้คิดค้นโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชนเพื่อสร้างเป็นธุรกิจที่ยั่งยืนได้อีกด้วย
สามารถชมภาพการแข่งขันย้อนหลังที่ https://www.youtube.com/watch?v=UfFc-DrzhFg