หน้าหลัก
Sep 30, 2025
ถอดรหัสผ่านเลนส์ “บารมี เต็มบุญเกียรติ” กับการทำงานตามจังหวะของธรรมชาติ
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

ศิลปะไม่เพียงแต่มอบความงดงามแก่โลก หากยังเป็นเครื่องมือทรงพลังที่เปิดมุมมองใหม่ ๆ ให้เราได้เห็นสิ่งต่าง ๆ ผ่านสายตาของผู้สร้างสรรค์ผลงาน คุณบารมี เต็มบุญเกียรติ ช่างภาพสาย Wildlife ผู้คลุกคลีอยู่กับธรรมชาติมานานหลายทศวรรษ มองเห็นช่างภาพในสองมิติ ทั้งในฐานะผู้บันทึกความงดงามของธรรมชาติ และในอีกด้านหนึ่งอาจกลายเป็นผู้บุกรุกโดยไม่รู้ตัว บนเวที SX TALK STAGE ของงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 คุณบารมีได้ถ่ายทอดเรื่องราวเบื้องหลังภาพถ่ายแต่ละใบ แบ่งปันทั้งมุมมองเชิงเทคนิค ควบคู่กับประสบการณ์ด้านการอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าไทย ภายใต้หัวข้อ“IN THE HEART OF WILDLIFE PHOTOGRAPHY: หัวใจของการถ่ายภาพ Wildlife”

“งานของผมคือการทำงานกับจังหวะของธรรมชาติ เราต้องอดทนรอ ใช้ทักษะ ประสบการณ์และเติมจินตนาการเข้าไป จึงจะได้ภาพที่ไม่เหมือนใคร” บารมีเล่าย้อนถึงการเริ่มต้นถ่ายภาพตั้งแต่ปี 2538 จนปัจจุบันยังคงเดินหน้าในเส้นทางนี้ผ่านรายการท่องเที่ยว “Full Frame ช่างภาพสุดขั้ว” เขามองว่าการถ่ายภาพสัตว์ป่าเริ่มต้นจาก “วิธีคิด” และ “ทัศนคติ” ที่ถูกต้อง “ผมมองธรรมชาติเป็นงานศิลปะที่เราเข้าไปเยี่ยมชม การชมงานศิลปะที่แท้จริงคือดูด้วยตา แต่ไม่แตะต้อง เช่นเดียวกัน เราควรเคารพสถานที่ ปฏิบัติตามกฎของอุทยานหรือเขตอนุรักษ์ และทำความรู้จักวิถีชีวิตของสัตว์ ก่อนจะหยิบกล้องขึ้นมา”

ตลอดเวลาที่คร่ำหวดในวงการ บารมีได้เห็นทั้งความเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและจริยธรรมในการถ่ายภาพ “สมัยก่อนใช้กล้องฟิล์ม กลักหนึ่งมีแค่ 36 ภาพ ทุกการกดชัตเตอร์ต้องผ่านการวางแผน ศึกษาพฤติกรรมสัตว์ และเลือกเวลาสถานที่อย่างเหมาะสม ทุกวันนี้แม้เทคโนโลยีเอื้อให้ถ่ายภาพได้ง่ายขึ้น ทว่าหลายครั้งผู้คนกลับเข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่ไม่ควรอยู่” เขายกตัวอย่างว่า การถ่ายภาพนกหรือสัตว์ป่าในอดีตนิยมใช้บังไพรที่แนบเนียน แต่ปัจจุบันคนนิยมไปถ่ายรูปกับเป็นหมู่คณะและตั้งบังไพรใกล้ ๆ กัน ทำให้สัตว์สัมผัสได้ถึงสิ่งผิดปกติและไม่แสดงพฤติกรรมตามธรรมชาติ หรือแม้แต่การดักหน้าดักหลัง หรือใช้อาหารล่อสัตว์เพียงเพื่อให้ได้ภาพใกล้ชิด ซึ่งเสี่ยงอันตรายทั้งต่อคนและสัตว์

“ทุกวันนี้ใคร ๆ ก็เป็นครีเอเตอร์ อยากได้ภาพไปลงในช่องทางของตัวเอง ผมเองก็เป็นคนหนึ่งที่มีอาชีพเกี่ยวกับความสวยงามของธรรมชาติ แต่ผมอยากให้ทุกคนตระหนักว่า เราทุกคนมีส่วนในการอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยเคารพกฎกติกา และใช้ความอดทนในการถ่ายภาพ มากกว่าการรบกวนสัตว์เพื่อให้ได้ภาพแบบใกล้ชิดสัตว์ป่า” บารมีเล่าถึงประสบการณ์ถ่ายภาพวาฬบรูด้า ซึ่งปัจจุบันเป็นกระแสนิยมจนมีเรือพานักท่องเที่ยวออกไปถ่ายจำนวนมาก “ภาพที่ดีที่สุดที่ผมเคยถ่าย ไม่ได้มาจากเลนส์เทเลขนาดใหญ่ แต่ใช้เพียงเลนส์ 70–200 มม. ขณะอยู่บนเรือที่ลอยลำอยู่เฉย ๆ ปล่อยให้วาฬเข้ามาใกล้เอง ต้องขอบคุณคนเรือที่เข้าใจธรรมชาติของสัตว์ ทำให้เราไม่รบกวนเขา แต่ยังได้ภาพที่งดงาม”

“อีกหนึ่งภาพที่ผมภูมิใจที่สุดคือภาพกวางผาที่ดอยเชียงดาว” บารมีเล่าด้วยรอยยิ้ม “ผมทำงานร่วมกับนักวิจัยที่ต้องการภาพกวางผากำลังกินในเวลากลางคืน จึงใช้เวลาหลายปีในการเรียนรู้พฤติกรรมของมัน ทั้งการกิน การอยู่ และแม้แต่การขับถ่าย จนสามารถคาดเดาเส้นทางที่กวางผาจะผ่านและช่วงเวลาที่เหมาะสมได้ เมื่อถึงเวลาจึงตั้งกล้องไว้ในตำแหน่งที่ถูกต้อง พร้อมใช้เทคนิคเฉพาะเพื่อบันทึกภาพที่ดีที่สุด ภาพที่ออกมาคือกวางผายืนอย่างสง่างามบนหน้าผา ตัดกับท้องฟ้าและหมู่ดาวเบื้องหลัง” เขายังเสริมว่าภาพถ่ายสัตว์ป่าไม่เพียงบอกเล่าเรื่องราวของธรรมชาติ แต่ยังช่วยงานวิจัยได้หลากหลายรูปแบบ ตัวอย่างเช่นกรณี อ่าวมาหยา ที่ปิดฟื้นฟูเป็นเวลานาน มีการเก็บภาพฉลามวัยอ่อน โดยเฉพาะภาพที่เผยให้เห็นส่วนท้องของมัน เพื่อใช้ตรวจสอบว่าฉลามเหล่านี้เกิดในอ่าวมาหยาหรืออพยพมาจากที่อื่น ซึ่งถือเป็นหลักฐานสำคัญต่อการศึกษาวงจรชีวิตของสัตว์ทะเลหายากเหล่านี้

ท้ายที่สุด ภาพถ่ายของคุณบารมีไม่ได้เพียงเผยให้เห็นความงามของสัตว์ป่า หากยังสะท้อนความเปราะบางที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ภาพถ่ายทุกใบคือเสียงเรียกร้องจากธรรมชาติ ให้มนุษย์ตระหนักถึงคุณค่าและร่วมกันปกป้องโลก ศิลปะจึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การสร้างความสุขทางสายตา แต่ยังปลุกเร้าให้ผู้ชมทุกคนลุกขึ้นมาเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาโลกใบนี้ให้งดงามและยั่งยืน

idownload
gplay
istore