ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. มาร์ค สเตฟาน เฟลิกซ์ จากคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวในเวที SX TALK STAGE ภายใต้หัวข้อ Sustaining communities : Aging, Our Elders, Health & Society เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม 2567 โดยได้แบ่งปันข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับความยั่งยืนในบริบทของประชากรสูงวัย โดยมีการนำเสนอที่เน้นความสำคัญของการดูแลผู้สูงอายุในสังคมปัจจุบัน

การมองความยั่งยืนในมุมกว้าง
ในระหว่างการนำเสนอ ดร. เฟลิกซ์ ได้เน้นย้ำว่า ความยั่งยืนมักถูกมองในแง่ของสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจ แต่เขายืนยันว่าความยั่งยืนที่แท้จริงนั้นต้องรวมถึงมิติทางสังคมที่เกี่ยวข้องกับการดูแลผู้สูงอายุด้วย ซึ่งเป็นกลุ่มประชากรที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็วในหลายประเทศรวมถึงประเทศไทย เมื่อเราพูดถึงความยั่งยืน เราจำเป็นต้องพิจารณาถึงการให้การสนับสนุนทางสังคมและสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุ เพื่อให้แน่ใจว่าพวกเขาจะได้รับการดูแลที่มีคุณภาพในขณะที่พวกเขาเผชิญกับความท้าทายจากการสูงวัย
การเปลี่ยนแปลงทางประชากร
ดร. เฟลิกซ์ ชี้ให้เห็นว่าในประเทศไทยในปัจจุบัน มีประชากรสูงอายุถึง 17 ล้านคนที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งจำนวนนี้คาดว่าจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในอนาคต เนื่องจากการแพทย์มีความก้าวหน้าและทำให้ผู้คนมีอายุยืนยาวขึ้น การที่ผู้สูงอายุมีชีวิตอยู่ยาวนานขึ้นนั้นมีผลกระทบหลายด้านต่อสังคม เช่น ความต้องการด้านการดูแลสุขภาพที่เพิ่มมากขึ้น การสนับสนุนทางการเงินที่จำเป็น และการดูแลที่มีคุณภาพ เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและมีศักดิ์ศรี
การดูแลสุขภาพผู้สูงอายุ
หนึ่งในประเด็นหลักที่ ดร. เฟลิกซ์ ให้ความสำคัญคือการเข้าถึงบริการสุขภาพที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ โดยเขาได้กล่าวถึงความสำคัญของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานด้านการดูแลสุขภาพที่มีคุณภาพและเข้าถึงได้ โดยเน้นย้ำว่าความต้องการด้านสุขภาพของผู้สูงอายุแตกต่างจากกลุ่มอายุอื่น ๆ อาจมีโรคประจำตัวหลายอย่างที่เฉพาะเจาะจงกับผู้สูงอายุ เช่น โรคข้ออักเสบ โรคกระดูกพรุน และปัญหาสุขภาพจิต เช่น ซึมเศร้าและภาวะสมองเสื่อม
การสนับสนุนด้านที่อยู่อาศัย
นอกจากการดูแลสุขภาพแล้ว ดร. เฟลิกซ์ ยังพูดถึงความจำเป็นในการพัฒนาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมสำหรับผู้สูงอายุ โดยเน้นถึงความต้องการให้มีสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย เช่น การติดตั้งอุปกรณ์ช่วยเหลือในบ้านเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้อย่างอิสระ โดยอาจรวมถึงการปรับปรุงบ้านให้เข้ากับความต้องการเฉพาะบุคคล เช่น การมีห้องน้ำที่เข้าถึงง่าย การมีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อป้องกันการล้ม และพื้นที่สำหรับกิจกรรมสันทนาการ
การสร้างความเข้าใจในด้านการเงิน
ในบริบทของการเงิน ดร. เฟลิกซ์ กล่าวถึงความสำคัญของการสร้างระบบสนับสนุนทางการเงินสำหรับผู้สูงอายุ โดยเสนอให้มีการศึกษาและการสนับสนุนด้านการจัดการการเงินเพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพ ไม่ควรให้พวกเขาต้องพึ่งพาเงินบำนาญหรือการช่วยเหลือเพียงอย่างเดียว ต้องมีการวางแผนทางการเงินที่สามารถช่วยให้พวกเขาจัดการค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพ
การสนับสนุนทางสังคม
การสร้างเครือข่ายสังคมที่เข้มแข็งสำหรับผู้สูงอายุเป็นอีกหนึ่งประเด็นที่สำคัญ ดร. เฟลิกซ์ เน้นย้ำว่าการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเป็นปัจจัยที่สำคัญต่อสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดีของผู้สูงอายุ การสร้างกิจกรรมสังคมและการมีพื้นที่สำหรับการพบปะกันสามารถช่วยให้ผู้สูงอายุไม่รู้สึกโดดเดี่ยว และยังเป็นโอกาสให้พวกเขาได้แสดงออกและมีส่วนร่วมในชุมชน

การมีส่วนร่วมของสังคม
ในที่สุด ดร. เฟลิกซ์ สรุปว่า การสร้างสังคมที่สามารถดูแลผู้สูงอายุได้อย่างยั่งยืนต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งรัฐบาล ภาคธุรกิจ และชุมชน รวมถึงการศึกษาและการอบรมสำหรับบุคคลที่เกี่ยวข้องในการดูแลผู้สูงอายุ เช่น การฝึกอบรมให้กับครอบครัวและเพื่อนบ้านในการดูแลผู้สูงอายุ เพื่อให้ทุกคนมีความเข้าใจและสามารถให้การสนับสนุนที่เหมาะสมได้
จากการนำเสนอของ ดร. เฟลิกซ์ เราเห็นได้ชัดว่าปัญหาการสูงวัยในสังคมไทยกำลังเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ทุกคนต้องให้ความสำคัญ โดยการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ตั้งแต่การดูแลสุขภาพไปจนถึงการสนับสนุนทางการเงินและการสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการใช้ชีวิตของผู้สูงอายุ ไม่เพียงแต่เป็นหน้าที่ของรัฐบาลหรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่เป็นความรับผิดชอบของทุกคนในสังคมการสร้างความยั่งยืนในชุมชนสำหรับผู้สูงอายุจะต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายฝ่าย และการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงจากทุกคน เพื่อให้ผู้สูงอายุสามารถมีชีวิตที่มีคุณภาพและมีศักดิ์ศรี การดำเนินการในวันนี้จะช่วยกำหนดอนาคตที่ดีขึ้นสำหรับพวกเขาในวันข้างหน้า และเราทุกคนควรมีบทบาทในการช่วยกันสร้างสังคมที่เข้าใจและสนับสนุนผู้สูงอายุอย่างยั่งยืน
ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, และแอดไลน์ @sxofficial
เตรียมพบกับมุมมองดีๆ และต้นแบบสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างยั่งยืนพบกับงาน SX2025 ที่จะกลับมาจัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม ระหว่าง วันที่ 26 ก.ย. - 5 ต.ค. 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ "เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของเราทุกคน"