หน้าหลัก
Sep 29, 2024
เรื่องราวของคนตัวเล็กในโลกยุคใหม่ เมื่ออาชีพด้านความยั่งยืนไม่ใช่แค่เทรนด์
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

เรื่องราวของคนตัวเล็กในโลกยุคใหม่ เมื่ออาชีพด้านความยั่งยืนไม่ใช่แค่เทรนด์ 

เมื่อทั่วโลกต่างหันมาให้ความสำคัญในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนด้วยความตระหนักถึงสังคมและสิ่งแวดล้อม ทำให้ตำแหน่งงานด้านความยั่งยืนเติบโตตามไปด้วย แต่ในตลาดทุนไทยยังคงขาดแคลนบุคลากร ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2024 (SX2024) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 28 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา จึงได้จัดเสวนา บนเวที Talk Stage ในหัวข้อ “เรื่องราวของคนตัวเล็ก…สู่อาชีพตลาดความยั่งยืนในตลาดทุนไทย” โดยได้รับเกียรติจาก คุณ นิราวัฒน์ นารอด นักวิเคราะห์กลยุทธ์ด้านความยั่งยืน บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) คุณสสินี ปานสายลม หัวหน้าหน่วยงานความยั่งยืน ฝ่ายกลยุทธ์ ความยั่งยืน นวัตกรรม บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) และคุณชนฉัตร ตันตระกูล ผู้ชำนาญการด้านการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน หน่วยงานการด้านการพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) โดยมี คุณศุภกร เอกชัยไพบูลย์ รองผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายพัฒนาบริการด้านความยั่งยืน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เป็นผู้ดำเนินรายการ 

 

คุณสสินี เริ่มต้นเล่าว่า ตอนเด็กตนมีความสนใจด้านสิ่งแวดล้อมและวิทยาศาสตร์เป็นพิเศษ จึงเลือกเรียนด้านวิทยาศาสตร์เคมี หลังเรียนจบได้เข้าทำงานในบริษัทเครื่องสำอางแห่งหนึ่งแม้ว่ายังไม่เกี่ยวข้องกับด้านสิ่งแวดล้อม แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้รู้จักเรื่องความยั่งยืน จึงตัดสินใจศึกษาต่อในด้าน Bioeconomy ทำให้มองเห็นภาพที่กว้างขึ้นว่าการทำธุรกิจจะต้องมองเห็นผลกระทบจากสิ่งหนึ่งไปอีกสิ่งหนึ่ง 

ส่วนทักษะสำคัญในสายอาชีพด้านความยั่งยืนคุณสสินีมองว่าประกอบด้วย 2 หัวข้อ คือ 1. ‘Hard Skill’ ความรู้เรื่องหลักการในการทำงาน 2. ‘Soft Skill’ คือ การสื่อสารและการทำงานร่วมกัน เพราะงานด้านความยั่งยืนไม่สามารถทำคนเดียวได้ ต้องอาศัยความร่วมมือจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งในและนอกองค์กร ยกตัวอย่าง บมจ. ไทยวา ผู้ดำเนินธุรกิจด้านอุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร ทีมทำงานด้านความยั่งยืนต้องทำงานร่วมกับทีมฟาร์มที่ดูแลเกษตรกรอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจเป้าหมายเรื่องความยั่งยืนและส่งต่อแรงกระเพื่อมนี้ไปถึงเกษตรกร เป็นการสื่อสารและหาทางออกร่วมกัน  

ด้านการเติบโตในสายอาชีพความยั่งยืน คุณสสินีมองว่า ในอนาคตอาชีพด้านความยั่งยืนยังคงเป็นที่ต้องการอย่างแน่นอน เพราะในปัจจุบันภาคธุรกิจต้องปรับตัวตามมาตรฐานและข้อกำหนดด้านความยั่งยืนทั้งในและต่างประเทศ จึงต้องการคนที่มีความสามารถเข้ามาทำงานในด้านนี้เพิ่ม แม้ว่าในไทยจะยังไม่มีการเรียนที่ตรงสาย แต่เราสามารถหาความรู้จากการอ่านข่าวและบทความต่าง ๆ ด้านสิ่งแวดล้อม หรือศึกษาเรื่องความยั่งยืนด้วยตัวเองผ่านทางเว็บไซต์ เช่น SET Academy และ UN SDGs ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่เราสามารถทำได้ 

 

คุณชนฉัตร กล่าวว่า ตนเองเรียนด้านวิทยาศาสตร์ทางทะเล หลังจบมาก็ได้เข้าทำงานเป็นที่ปรึกษาด้านสิ่งแวดล้อมประมาณ 10 ปี ในการประเมินผลกระทบด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมของธุรกิจน้ำมันและเชื้อเพลิง บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) จึงเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้มองเห็นโอกาสการทำงานด้านความยั่งยืน เนื่องจากปัจจุบัน คนได้รับผลกระทบจากน้ำมันและถ่านหินเพิ่มมากขึ้น 

ในมุมมองของคุณชนฉัตร ทักษะที่สำคัญและจำเป็นสำหรับสายงาน Sustainability ได้แก่ 1.ทักษะความสามารถในการปรับตัวต่อความท้าทายและโอกาสด้านความยั่งยืนที่เข้ามาในปัจจุบัน และ 2. การเรียนรู้ การสะสมองค์ความรู้ใหม่ ๆ และนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสถานการณ์ต่าง ๆ ไม่ว่าทำงานในสายงานใด ถ้าได้นำมุมมองด้านความยั่งยืนมาบวกเข้ากับกระบวนการทำงานของเรา ก็จะทำให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงานมากขึ้น  

คุณชนฉัตร กล่าวต่อว่า งานด้านความยั่งยืนทำให้ธุรกิจเติบโต รวมถึงช่วยชุมชนและสิ่งแวดล้อม ถ้าทั้งสองสิ่งนี้อยู่ไม่ได้ ธุรกิจก็อยู่ไม่ได้เช่นกัน โดยยกตัวอย่าง โครงการคนไทยไร้ e-waste ร่วมกับธุรกิจพันธมิตร ลูกค้า เพื่อกำจัดมือถือที่สิ้นอายุการใช้งานอย่างถูกวิธี รวมถึงขยะอิเล็กทรอนิกส์ประเภทอื่น ๆ ด้วยเพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สำหรับคนรุ่นใหม่อยากให้เพิ่ม ESG เลนส์เข้าไปในการมองปัญหาและโอกาสที่เข้ามา ว่าเราจะมีแนวทางในการปรับตัวหรือว่าแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไร เป็นอีกบททดสอบหนึ่งให้น้อง ๆ ได้เติบโตและอยู่กับ ESG ได้อย่างยั่งยืนมั่นคงแข็งแรง 

 

คุณนิราวัฒน์ กล่าวว่า ตนเองไม่ได้เรียนจบในสายงานด้านความยั่งยืนมาโดยตรง ในระดับปริญญาตรีเรียนคณะวนศาสตร์ และเรียนต่อระดับปริญญาโท คณะสัตวแพทย์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ หลังจากนั้นได้เข้าทำงานในสายงาน CSR จากนั้นจึงเข้ามาสู่งานด้านความยั่งยืน  

โดยแบ่งคนทำงานด้านความยั่งยืนเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มงานด้านกลยุทธ์ความยั่งยืน ต้องมีทักษะการคิดวิเคราะห์ แสวงหาความรู้ใหม่ ๆ สร้างสรรค์กลยุทธ์ด้านความยั่งยืนของบริษัทในอนาคต กลุ่มงาน Sustainability Reporting and Benchmarking ต้องมีความเข้าใจมาตรฐานด้านการจัดทำรายงานความยั่งยืน  และ กลุ่มคนหน้างาน ที่อาจจะไม่ใช่คนที่ทำงานด้านความยั่งยืนโดยตรงแต่มีหน้าที่เกี่ยวข้องโดยสิ่งที่ทุกกลุ่มต้องมีเหมือนกันคือ “Human Skill” เพราะงานด้านความยั่งยืนไม่สามารถทำได้ด้วยตัวคนเดียว ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนภายในและภายนอกองค์กร  

ในอนาคตความยั่งยืนจะไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่เป็นสิ่งที่ธุรกิจต้องปรับตัว ความยั่งยืนจะกลายเป็นตัวชี้วัดว่าบริษัทไหนจะอยู่รอดต่อไปได้ในอนาคต ปัจจุบันบริษัทในไทยและต่างชาติยังขาดแคลนบุคลากรทำงานด้านความยั่งยืนอยู่มาก หากอยากทำงานในบริษัท มีโอกาสทั้งในไทยและต่างประเทศถึงแม้ไม่ได้เรียนจบตรงในสายงานนี้มาก็สามารถมาทำงานด้านความยั่งยืนได้ถ้ามีความรู้ด้านนี้  สำหรับคนที่ทำอาชีพอิสระอย่างอินฟลูเอนเซอร์ก็สามารถช่วยกันผลักดันให้สังคมมีค่านิยมที่ดีขึ้นได้เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ที่ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ 

idownload
gplay
istore