หน้าหลัก
Oct 30, 2025
ถอดรหัสอนาคตอุตสาหกรรม ASEAN: เมื่อ ‘การศึกษา’ คือหัวใจสำคัญของการสร้างคนแห่งอนาคต
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

ท่ามกลางคลื่นความเปลี่ยนแปลงทางอุตสาหกรรมที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ อุตสาหกรรมพลังงานรูปแบบใหม่ และการเปิดตลาดการค้าระหว่างประเทศ คำถามสำคัญที่ก้องดังในแวดวงธุรกิจและนโยบายในวันนี้ ไม่ใช่แค่ ‘เราจะสร้างอะไร’ แต่คือ ‘เราจะสร้างใคร’ เพื่อมารับมือกับอนาคตที่กำลังมาถึง นี่คือโจทย์ใหญ่ที่ถูกนำมาขบคิดและหาคำตอบร่วมกัน ในเวทีเสวนาสุดเข้มข้น “The Role of Education in Shaping ASEAN’s Industrial Future” หรือ “การศึกษาและการพัฒนาบุคลากรเพื่ออนาคตอุตสาหกรรมอาเซียน”

เวทีสัมมนาครั้งนี้ ซึ่งจัดขึ้นเมื่อวันจันทร์ที่ 29 กันยายน 2568 ในงาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ได้กลายเป็นจุดนัดพบครั้งสำคัญของตัวแทนภาคธุรกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ ภาครัฐ และสถาบันการศึกษา โดยมีเป้าหมายร่วมกันในการผลักดันและสร้างแรงงานเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตอย่างยั่งยืน

ความท้าทาย เมื่อ 'โอกาส' มาพร้อมกับ 'ช่องว่าง' ทักษะ

การเสวนาเปิดฉากอย่างน่าสนใจโดย คุณ Fu Yuxin ประธานสมาคมพัฒนาการศึกษานานาชาติเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (SEA IEA) ผู้ชี้ให้เห็นว่าความสัมพันธ์จีน-ไทยกำลังก้าวสู่ยุคใหม่ โดยบริษัทเทคโนโลยีขั้นสูง โดยเฉพาะด้านพลังงานใหม่และการผลิตอัจฉริยะ ต่างเลือกประเทศไทยเป็นศูนย์กลางในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้มากขึ้น แม้สิ่งนี้จะนำมาซึ่งการลงทุนและเทคโนโลยี แต่ก็สร้าง "ความต้องการอย่างเร่งด่วนสำหรับบุคลากรที่มีความสามารถในท้องถิ่น" ด้วยเช่นกัน

ประเด็นนี้ได้รับการตอกย้ำจากภาคเอกชนโดยตรง Mr. Xiao Zhangbo จาก Tharmotek Thailand ยอมรับว่า “ความท้าทายของเรา คือการที่แรงงานที่มีความรู้สูงและมีประสบการณ์ ยังมีไม่มากพอ เราจึงต้องเร่งและหาทางร่วมมือเพื่อสร้างแรงงานแบบนี้จำนวนมาก เพื่ออนาคตของพวกเรา” สอดคล้องกับ Ms.Li Yan จาก Beijing E-Town ที่เตรียมลงทุนด้านเทคโนโลยีชีวภาพ การพัฒนารถพลังงานไฟฟ้าครบวงจร และหุ่นยนต์ ซึ่งหวังว่างานนี้จะช่วย “สร้างความลึกซึ้งในการสร้างความเข้าใจทางการค้าระหว่างเราและประเทศในอาเซียน สู่ตลาดโลก”

ไทยพร้อมรับการลงทุน ชู 'การศึกษา' ตอบโจทย์อุตสาหกรรมใหม่

ในฐานะเจ้าบ้าน นางสาวอนิณ เมฆสุขใส ผู้อำนวยการกองส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ (BOI) ได้ฉายภาพความพร้อมของไทย โดยเน้นย้ำถึงมาตรการและสิทธิประโยชน์ในการส่งเสริมการลงทุน ควบคู่ไปกับนโยบายด้านการศึกษาและการพัฒนากำลังคน เพื่อป้อนเข้าสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายสมัยใหม่ ทั้งอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง พลังงานสะอาด และดิจิทัล พร้อมประกาศอย่างชัดเจนว่า “ประเทศไทยพร้อมที่จะเป็นหมุดหมายในการลงทุนระยะยาวและยั่งยืนสำหรับนักลงทุนทุกคน”

วิสัยทัศน์นี้ยังรวมถึงการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาด โดยคุณสยามณัฐ พนัสสรณ์จากสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย เชื่อมโยงอนาคตของการขนส่งสีเขียวเข้ากับการศึกษาไว้อย่างเฉียบคมว่า “education today = green mobility tomorrow”

ทางออกคือ 'บูรณาการ' : ปฏิรูปหลักสูตร สร้างเครือข่าย พัฒนาครู

หัวใจสำคัญของการเสวนาครั้งนี้มุ่งไปที่การปฏิรูปเชิงกลยุทธ์ โดยทุกภาคส่วนเห็นตรงกันว่าการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์คือการลงทุนที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุด

รศ. ดร. ธเนศ ธนิตย์ธีรพันธ์ คณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มจธ. ได้เสนอนวัตกรรมเชิงนโยบายที่น่าสนใจว่า “การสนับสนุนให้เด็กในรั้วมหาวิทยาลัยให้มีงานก่อนที่จะเรียนจบ ถือว่าเป็นนวัตกรรมการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ที่มั่นคงและยั่งยืนที่สุด” ขณะที่ ศ. ดร. สุรินทร์ ขมฟอย รองประธาน สอวช. ชี้ว่าการสร้างอนาคตไม่สามารถทำเพียงลำพัง แต่ต้องอาศัย “เครือข่ายเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน” เพราะการศึกษาที่ดีไม่เพียงเปลี่ยนชีวิตคน แต่ยังเปลี่ยนอนาคตของประเทศและระดับนานาชาติได้

นอกจากนี้ ดร. รังสรรค์ เทพมณฑล จากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ยังเน้นย้ำถึงรากฐานสำคัญว่า “สิ่งที่ต้องทำคือการพัฒนาศักยภาพครูให้มีคุณภาพเพียงพอ” และ ดร. ธัญญวัฒน์ สมใจทวีพร ที่ตอกย้ำว่าความรู้ต้องเกิดจากการนำไปใช้จริง เพราะ “ความรู้ไม่ได้เกิดขึ้นจากห้องเรียน แต่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน”

บทสรุปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน

บทสรุปของเวทีเสวนาครั้งนี้สะท้อนภาพอนาคตที่ชัดเจนว่า การที่ไทยจะก้าวไปสู่การเป็น Green Hub หรือผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งอนาคตได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมืออย่างบูรณาการ ดังที่คุณเชาว์ ชัยเจียมวิจิตร จากหอการค้าไทย กล่าวปิดท้ายไว้อย่างทรงพลังว่า “ถ้าบริษัท ภาครัฐ และมหาวิทยาลัยสามารถร่วมมือกันในการสร้างบุคลกรได้ จะถือว่าเป็นความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่และยั่งยืน” ซึ่งนี่คือหมุดหมายสำคัญที่จะกำหนดทิศทางอนาคตอุตสาหกรรมของอาเซียนในทศวรรษต่อไป

idownload
gplay
istore