หน้าหลัก
Oct 29, 2025
AI ถล่มโลกอาชีพ: มนุษย์เงินเดือนและธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไรให้รอด
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

AI ถล่มโลกอาชีพ: มนุษย์เงินเดือนและธุรกิจต้องปรับตัวอย่างไรให้รอดจากคลื่นยักษ์แห่งยุค AI Ready Era

เมื่อหุ่นยนต์เริ่มเดินเสิร์ฟอาหาร และแชตบอตแทนที่ทีมเซลล์ทั้งแผนก... คำถามที่น่ากลัวที่สุดสำหรับคนทำงานยุคนี้ไม่ใช่ “AI จะมาแทนที่เราหรือไม่” แต่คือ “หากไม่เริ่มเรียนรู้และปรับตัวตั้งแต่วันนี้ เราจะเหลือที่ยืนในองค์กรไปได้อีกนานแค่ไหน?” นี่คือประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาถกเถียงอย่างเข้มข้นบนเวที SX TALK STAGE ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ภายใต้หัวข้อ "AI READY ERA : AI เปลี่ยนโลก แบรนด์ ธุรกิจ และมนุษย์เงินเดือน ปรับอย่างไรให้อยู่รอด"

การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับแนวหน้าจากหลากหลายอุตสาหกรรมมาร่วมให้ทัศนะ โดยมี คุณ ภัทรเมธ รัมมณีย์ (Brand Strategist และ Marketing Coach ผู้เป็นเจ้าของเพจจักรวาล นาย กระติก) ทำหน้าที่ผู้ดำเนินรายการ และวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ ได้แก่ คุณ วนัสรา วงษ์สมุทร (CEO of Tamaya) , คุณ โชษณ ธาตวากร (CEO of Ausara Surface & Textile) และ คุณ ศรัณย์ คุ้งบรรพต (HR Leader จากสถาบันการเงินชั้นนำ)

ความจริงอันโหดร้าย: 58% ที่ยังไม่ปรับตัวกำลังเผชิญกับคลื่นดิสรัปต์

ข้อมูลเชิงลึกจากฝั่ง HR และนักกลยุทธ์ชี้ให้เห็นถึงความเร่งด่วนของการปรับตัว โดย คุณศรัณย์ คุ้งบรรพต ได้เปิดเผยถึงเทรนด์ระดับโลกว่า องค์กรขนาดใหญ่ที่มีพนักงานมากกว่า 10,000 คน ทั่วโลกถึง 42% ได้เริ่มนำ AI มาใช้ (Adopt AI) อย่างจริงจังแล้ว และมีงานวิจัยคาดการณ์ว่า ภายในปี 2027 สัดส่วนนี้จะเพิ่มขึ้นถึง 74% นั่นหมายความว่า พนักงานกว่า 58% ที่ยังไม่ยอมรับหรือปรับตัวเข้ากับ AI นั้น กำลังอยู่ในจุดที่ต้องพิจารณาอย่างหนัก

สถานการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่ได้เข้ามาแทนที่งานที่ซ้ำซากและมีรูปแบบที่แน่นอนอย่างรวดเร็ว โดย คุณวนัสรา วงษ์สมุทร ผู้ประกอบการที่เปลี่ยนธุรกิจจากการทำ Intelligent Strategies (การยิงแอด) เข้าสู่ระบบ Automation ได้ยกตัวอย่างที่น่าตกใจว่า ระบบ AI แชตบอตตัวเดียวสามารถเข้ามาแทนที่พนักงานตอบคำถามซ้ำ ๆ ได้ถึง 4-5 คน และในบางกรณี เช่น ธุรกิจที่ต้องจัดการสินค้าถึง 3,000 SKU ระบบ AI ตัวเดียวสามารถตอบคำถามและทำงานได้ดีกว่าเซลล์ถึง 50 คน ทำให้เกิดการเลย์ออฟทั้งแผนกได้จริง

คุณศรัณย์ คุ้งบรรพต ยังได้กล่าวเตือนว่า ในแง่ร้ายที่สุด ภายในปี 2026 กลุ่มงาน (Job Family) ประมาณ 6-7% จะหายไปโดยสิ้นเชิงจากการถูก AI แทนที่ กลุ่มที่ตกอยู่ในความเสี่ยงสูงสุดคือกลุ่มที่ทำงานซ้ำ ๆ งานธุรการ งานหน้าเดียว และผู้ที่ขาดทักษะอื่น ๆ ด้านข้าง (Side Skills) และไม่ยอมเรียนรู้หรือปรับตัว

มนุษย์ต้องเป็น "ผู้คุม" และ "วาทยากร" แห่งยุค AI

อย่างไรก็ตาม วิทยากรทุกท่านเห็นตรงกันว่า AI ไม่ใช่ศัตรู แต่เป็น "ประแจยุคใหม่" (New Wrench) หรือ "เครื่องมือ" ที่เราจะต้องเรียนรู้วิธีใช้ให้ถูก

คุณวนัสรา วงษ์สมุทร ได้เน้นย้ำถึงการเปลี่ยนบทบาทของคนทำงาน จาก "ผู้ทำ" (The Doer) ไปสู่ "ผู้คุม" (The Controller) พนักงานต้องใช้ความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการในการควบคุม AI ให้เก่งเหมือนตนเอง หรือเปรียบเสมือนการเปลี่ยนจากนักดนตรีมาเป็น "วาทยากร" (Conductor) ในวงออร์เคสตร้า โดยทักษะสำคัญที่สุดในยุคนี้คือ การปรับตัว (Adaptability) และการหาความรู้ใหม่ ๆ

สำหรับองค์กรแล้ว คุณวนัสรา มีความฝันที่อยากให้องค์กรกลายเป็น Shadow Human ที่ยังคงสามารถสร้างเงินได้แม้ไม่มีผู้ก่อตั้ง โดยพนักงานจะมีหน้าที่ถอดตรรกะ (Logic) และทำหน้าที่เป็นสถาปนิกที่ควบคุม AI แต่ละตัว

สามเสาหลักแห่งความอยู่รอด: เจตจำนง จินตนาการ และความไม่สมบูรณ์แบบ

ในงานที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและความคิดสร้างสรรค์อย่างธุรกิจของ คุณ โชษณ ธาตวากร นั้น AI กลับยิ่งเพิ่ม GDP เพราะมันทำให้คนทำงานหลายหน้า (Matrix Job Description) ได้ แต่หัวใจหลักที่ทำให้มนุษย์อยู่รอดและโดดเด่นจากเครื่องจักรได้คือ "สมอง" หรือ "ดุลยพินิจ" ที่ AI ไม่มี

คุณโชษณ ได้เสนอ "กล่องเครื่องมือ" สำหรับความอยู่รอด 3 ข้อ ที่เป็นคุณสมบัติที่ AI ไม่สามารถเลียนแบบได้อย่างแท้จริง:

1. Intention (เจตจำนง/ความตั้งใจ): AI สามารถสร้างงานคุณภาพดีนับล้านชิ้น แต่ขาดเจตจำนงในการส่งมอบหรือการปิดการขาย

2. Imagination (จินตนาการ): มนุษย์มีความสามารถในการ Leap Calculate คือการคิดแบบไม่ยึดติดกับข้อมูลในอดีต (Big Data) หรือสร้างภาพที่ไม่เคยเกิดขึ้นจริง ซึ่งคอมพิวเตอร์ทำไม่ได้

3. Intentional Imperfection (ความไม่สมบูรณ์แบบโดยเจตนา): การจงใจใส่ความเป็นมนุษย์ลงไปในงาน เพราะงานที่ AI สร้างออกมามักจะมีความเป็นมาตรฐาน (Perfection) ที่ขาดมิติทางอารมณ์

การปรับเปลี่ยนเริ่มที่ผู้นำ: ต้องเปิดประตูบานใหม่ให้พนักงาน

ในมุมมองของ HR คุณศรัณย์ คุ้งบรรพต กล่าวว่า การที่หลายองค์กรยังคงเข้มงวดและมีโครงสร้างที่ตึงเครียด (Strict) จนไม่ส่งเสริมให้พนักงานใช้ AI และสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ นั้น ขึ้นอยู่กับ "ผู้บริหารระดับสูง" (Top Management) ผู้นำที่เข้มงวดและต้องการควบคุมจะถ่ายทอด DNA นี้ลงมาถึงข้างล่าง และไม่ช่วยให้เกิดนวัตกรรมใหม่

คุณศรัณย์ จึงเน้นว่า ผู้นำต้องเปลี่ยนวิธีคิด (Mindset) และสร้างสภาพแวดล้อมที่ให้พนักงานรู้สึกว่า AI ไม่ใช่เรื่องอันตรายที่มาแทนที่ แต่เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้นได้ โดยการทำให้พนักงานเห็นความสำเร็จ (Success Case) ผ่านการทดลองใช้จริงในงาน และสร้าง "Ecosystem ทางความคิด" ใหม่ที่ทำให้พนักงานรู้สึกว่าการใช้ AI เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตอย่างเป็นธรรมชาติ

ในท้ายที่สุด การเสวนานี้ได้ส่งสารสำคัญไปยังมนุษย์ 58% ที่ยังไม่ปรับตัวว่า แม้ประตูบานเก่ากำลังจะปิดลง แต่ประตูบานใหม่กำลังเปิดขึ้นพร้อมกับงานกว่า 200-300 ตำแหน่งที่เกิดขึ้นในยุคอินเทอร์เน็ต ดังนั้น แทนที่จะปล่อยให้ตัวเองถูกปิดกั้น มนุษย์จะต้องหยิบ "ดาบ" และ "ประแจ" แห่ง AI มาสร้างประตูบานใหม่ให้กับตัวเอง ด้วยการยึดมั่นในความเป็นมนุษย์, ความคิดสร้างสรรค์, เจตจำนง และจินตนาการ เพื่อขับเคลื่อนทุกอย่างไปพร้อมกับเทคโนโลยีได้อย่างท้าทาย

idownload
gplay
istore