หน้าหลัก
Oct 28, 2025
ถอดรหัสความยั่งยืนฉบับคนรุ่นใหม่ "ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง กับการปรับเปลี่ยนธุรกิจ"
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

ท่ามกลางกระแสความท้าทายทางเศรษฐกิจและวิกฤตการณ์โลก เวที SX TALK STAGE ในงาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ได้เปิดมิติใหม่ของการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างยั่งยืน โดยการเสวนาในหัวข้อ "ปรับ...ร่วมเปลี่ยน เพื่อโลกที่ดีกว่า" ได้นำเสนอ "บทพิสูจน์ที่มีชีวิต" ของผู้ประกอบการรุ่นใหม่ที่น้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy: SEP) มาเป็นกรอบความคิดในการปรับตัวและสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคม

การเสวนาครั้งนี้ได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิและนักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จถึง 8 ท่าน อาทิ คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจพอเพียงฯ หอการค้าไทย, ดร. ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการโครงการ "พอแล้วดี" และเหล่าผู้ประกอบการจากโครงการฯ ซึ่งเป็นผู้นำการ "ปรับเปลี่ยน" ในธุรกิจที่หลากหลาย

เศรษฐกิจพอเพียง: หลักคิดที่ทันสมัยและเป็นสากล

คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ได้ย้ำถึงจุดยืนของหอการค้าไทยที่เชื่อมั่นในปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างแท้จริง โดยระบุว่าหลักคิดนี้ไม่ใช่สิ่งที่ล้าสมัย แต่เป็น "Timeless" หรือเหนือกาลเวลา สามารถนำไปใช้ได้กับชีวิตของคนทุกวัย ทุกที่ และทุกประเภทธุรกิจ หลักปรัชญาดังกล่าวเป็นเสมือน "เครื่องเตือนสติ" ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการมีสติในการเดินหน้า เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งสร้าง "ภูมิคุ้มกัน มีเหตุ มีผล" ในการวางแผนกลยุทธ์ และเน้นย้ำถึงความซื่อสัตย์ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

ดร. ศิริกุล เลากัยกุล ในฐานะผู้อำนวยการโครงการ "พอแล้วดี" (PD The Creator) ได้ขยายความว่า โครงการนี้ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นกรอบในการพัฒนา "นักธุรกิจรุ่นใหม่" โดยไม่จำกัดอยู่แค่ภาคเกษตรเท่านั้น ท่านได้ทลายความเข้าใจผิดที่ว่าความพอเพียงคือการยอมแพ้ หรือข้ออ้างในการไม่สู้ แต่แท้จริงแล้ว SEP เป็นทั้ง "Mindset" ที่สร้างความมั่นใจในการพัฒนาธุรกิจให้มีภูมิคุ้มกัน และเป็น "เครื่องมือเชิงกลยุทธ์" ที่จะไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลัง

ต้นแบบการ "ปรับเปลี่ยน" ธุรกิจเพื่อความยั่งยืน

ผู้ร่วมเสวนาแต่ละท่านได้นำเสนอตัวอย่างจริงของการปรับเปลี่ยนโมเดลธุรกิจ (Business Model) ภายใต้แนวคิดของการปรับตัว (Adaptation) ซึ่งเป็นธีมหลักของงานในปีนี้:

คุณธนพงศ์ วงศ์ชินศรี (Penguin Eat Shabu): จากคู่แข่งสู่เครือข่าย

คุณธนพงศ์ หรือ "ต่อ" ได้เล่าถึงจุดเปลี่ยนจากการเป็นผู้ประกอบการที่รู้สึกว่าตนเอง "ยิ่งโตยิ่ง Lost" สู่การค้นพบเป้าหมายที่แท้จริง โดยได้พัฒนาโมเดลธุรกิจใหม่ภายใต้ชื่อ Penguin X จากการเป็นร้านอาหารที่เน้นการบริโภคแบบไม่จำกัด (บุฟเฟต์) มาสู่บทบาทของการเป็น "Connector" ที่เชื่อมโยงธุรกิจร้านอาหารขนาดเล็ก (SME) เข้าด้วยกัน เปลี่ยนจากคู่แข่งให้เป็นเครือข่าย และสร้าง Restaurant MBA ร่วมกับหอการค้าไทย เพื่อเป้าหมายในการทำให้ร้านอาหารเติบโตอย่างยั่งยืน

คุณธรรมวิทย์ ลิ้มเลิศเจริญวนิช (Onson Thai hand crafted white spirit) สุราไทยหัวใจยั่งยืน

คุณธรรมวิทย์ หรือ "เสือ" ได้แสดงให้เห็นว่าแม้แต่ธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ก็สามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสังคมได้ โดยเริ่มต้นจากการเลือกใช้วัตถุดิบท้องถิ่นอย่าง "น้ำตาลช่อ มะพร้าว" จากชุมชนอัมพวา นอกจากนี้ ยังมีการบริหารจัดการของเสียอย่างครบวงจร: นำ "ส่าเหล้า" ไปทดลองใช้ขุนวัวโคขุนพลยางคำที่สกลนคร และนำ "ขี้เถ้าถ่าน" จากการเผาไหม้ไปบริจาคให้กลุ่มแม่บ้านใช้เป็นสารตั้งต้นในการย้อมผ้าคราม

คุณชินศรี พูลระออ (Khao Thammachad): สร้างความมั่นคงให้ชาวนา

คุณชินศรี หรือ "บิ๊ก" ได้กล่าวถึงความท้าทายในการทำนาข้าวอินทรีย์ที่ชาวนาไม่รอด หากขายข้าวสารเพียงอย่างเดียว การปรับตัวจึงเกิดขึ้นผ่าน "Collaboration" หรือความร่วมมือกับบริษัทภายนอก (ปัง สยาม) เพื่อแปรรูปข้าวกล้องเป็นแป้งข้าวที่มีคุณประโยชน์ ความสำเร็จที่สำคัญที่สุดคือการที่ธุรกิจสามารถตั้ง "ราคาการเพาะปลูกข้าว ก่อนการเพาะปลูก" ให้กับชาวนาได้ ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยย้ำว่าการสร้างความยั่งยืนนั้น "ทำคนเดียวไม่ได้"

คุณปวริศร์ รักษ์อัศวโภคิน (Nutrinabiotech : Biovech): พัฒนาสมุนไพรน่านสู่สากล

คุณปวริศร์ หรือ "เช" ได้กลับไปพัฒนาสินค้าจากรากเหง้าท้องถิ่น โดยพบว่าสมุนไพรที่จังหวัดน่านมีประสิทธิภาพสูงกว่าที่อื่นถึง 5 เท่า แบรนด์แชมพูไบโอเวทได้เริ่มเติบโตอย่างก้าวกระโดดในช่วงโควิด-19 สิ่งท้าทายที่สำคัญคือการหา "จุดพอดี" ในการทำงานร่วมกับชาวบ้านและวิสาหกิจชุมชน ซึ่งไม่ใช่ซัพพลายเออร์มืออาชีพ แต่ด้วยการยึดมั่นในการดูแลคนในชุมชน (People) ทำให้ปัจจุบันไบโอเวทสร้างงานกว่า 300 ตำแหน่ง และช่วยเหลือครอบครัวชาวบ้าน 200 ครัวเรือนในจังหวัดน่าน

คุณทิพย์รัตน์ สิทธิมนต์อำนวย (Aqua-Tots Swim Schools): ขยาย Impact ด้วย Education

คุณทิพย์รัตน์ หรือ "จ๋า" ซึ่งทำธุรกิจบริการด้านการศึกษา ได้เลือกใช้รูปแบบแฟรนไชส์ แม้ว่าจะได้กำไรน้อยกว่าการเปิดเอง แต่การขยายแฟรนไชส์คือการขยาย "Impact" ทำให้ผู้ซื้อแฟรนไชส์และครอบครัวดีขึ้น ขณะที่เด็ก ๆ ก็ได้รับทักษะการเรียนรู้ที่ดีที่สุดในโลกใกล้บ้าน นอกจากนี้ ธุรกิจยังใส่ใจด้านสิ่งแวดล้อม (Planet) โดยมีการใช้ระบบ Heat Pump ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานมากที่สุดในสระว่ายน้ำอุ่น และมีแผนสร้างอาคารที่เป็น Green และ Circular Energy

คุณกาญจนา ชนาเทพาพร (BWILD ISAN): แฟชั่นที่ขับเคลื่อนด้วยสถานการณ์และผู้คน

คุณกาญจนา หรือ "ชมพู่" ผู้ทำแบรนด์แฟชั่นอีสาน ได้เล่าว่า แบรนด์ไม่ได้เกิดจากความอยากเป็นดีไซเนอร์ แต่เกิดจาก "สถานการณ์กับคนตรงหน้า" ในช่วงโควิด-19 การใช้หลัก 3 ห่วง 2 เงื่อนไข ทำให้เธอไม่ถูกจำกัดแค่แฟชั่น แต่สามารถเป็นผู้สร้างความร่วมมือ ล่าสุดได้ร่วมงานกับชุมชนท้องถิ่นขอนแก่น สร้างสรรค์ "ต้นคริสต์มาส" โดยใช้เงินทุกบาททุกสตางค์กระจายสู่ชุมชน 15 ทีม ซึ่งทำให้เงินทุนเป็นประโยชน์กับคนในท้องที่อย่างแท้จริง

ชัยชนะที่ไม่ใช่แค่ราคา

คุณกอบกาญจน์และ ดร. ศิริกุล ได้สรุปปิดท้ายอย่างน่าประทับใจ โดยย้ำถึงความสำคัญของการ "ค้นหาไฟในตัวเอง" และการเชื่อมั่นในศักดิ์ศรีและอัตลักษณ์ความดีงามที่มีอยู่ในทุกจังหวัดของไทย

ดร. ศิริกุล เน้นย้ำว่า: "เราจะชนะไม่ได้แข่งที่ราคา แต่เราจะชนะด้วยความแตกต่าง" และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงคือแนวคิดระดับโลก (ศาสตร์พระราชา) ที่ช่วยให้ประเทศไทยสามารถก้าวข้ามวิกฤต และเดินหน้าอย่างสง่างามในตลาดโลกได้ โดยสิ่งสำคัญที่สุดคือการ "รับผิดชอบร่วมกัน" เพื่อให้เกิดความสมดุลและยั่งยืนอย่างแท้จริง

idownload
gplay
istore