ในโลกปัจจุบันที่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและความหนาแน่นของเมืองเป็นความท้าทายระดับโลก การสร้างเมืองที่น่าอยู่ (Livable City) จึงไม่ใช่เพียงเป้าหมาย แต่เป็นความจำเป็นเร่งด่วนที่ต้องขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม เทคโนโลยี และแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน การออกแบบและพัฒนาที่อยู่อาศัยจึงต้องก้าวข้ามกรอบเดิม ๆ สู่ “มาตรฐานบ้านสีเขียว” ซึ่งจะยกระดับคุณภาพชีวิต ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และตอบรับความต้องการของผู้คนในเมืองยุคใหม่
เวทีเสวนา “SUSTAINABLE LIVING : ยกระดับที่อยู่อาศัยด้วยมาตรฐานบ้านสีเขียว” ภายในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 จึงได้รวบรวมผู้เชี่ยวชาญจากภาคธุรกิจและสถาบันการศึกษา มาร่วมแลกเปลี่ยนแนวคิดและนำเสนอนวัตกรรมที่ขับเคลื่อนการพัฒนาเมืองอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างต้นแบบการอยู่อาศัยที่ไม่เพียงสอดคล้องกับโลกอนาคต แต่ยังเป็นหัวใจของการสร้างสังคมคุณภาพที่ทุกคนปรารถนา

คุณสมบูรณ์ ศรีชัชวาลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน และรักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อที่อยู่อาศัย บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยถึงความจำเป็นที่ภาคอสังหาริมทรัพย์ต้องปรับตัวต่อความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ติดอันดับความเสี่ยงสูงสุด บริษัทจึงกำหนดเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจกที่ผ่านการรับรองจาก SBTi และมุ่งมั่นลดคาร์บอน 100% ภายในปี 2030 ด้วยการลงทุนในนวัตกรรมหลัก เช่น การติดตั้ง Solar Rooftop ในบ้านเดี่ยวทุกหลัง พร้อมติดตั้งระบบ Active Air System และเครื่องกรอง PM2.5 เพื่อลดการใช้พลังงานและสร้างคุณภาพอากาศที่ดีในครัวเรือน สอดคล้องกับความต้องการของกลุ่มลูกค้า Gen Z และ Baby Boomer ที่พร้อมจ่ายเพิ่มขึ้นถึง 10% เพื่อบ้านรักษ์โลก

ด้านคุณสรวิศ อังสุวรังษี Senior Sustainability Consultant, SCG Building and Living Care Consulting ได้ตอกย้ำความสำเร็จของการร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจ ด้วยการนำเสนอโครงการ The Grand Riverfront ราชพฤกษ์-พระราม 5 ที่เป็นโครงการแรกในอาเซียนที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล LEED for Homes ระดับ Gold โดยให้รายละเอียดทางเทคนิคที่สร้างผลประโยชน์แก่ผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง เช่น การใช้ฉนวนกันความร้อนที่มีความหนาแน่นสูงเป็นพิเศษเพื่อลดความร้อนในบ้าน การติดตั้งโซลาร์เซลล์ช่วยลดค่าไฟ รวมถึงการจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อลดความชื้นและเชื้อราภายในบ้าน

นอกจากนี้ ผศ.ดร.สรนาถ สินอุไรพันธ์ หัวหน้าศูนย์การออกแบบสิ่งแเวดล้อมเพื่อสุขภาวะ คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้เสริมในมิติของมนุษย์ว่า ที่อยู่อาศัยที่ดีต้องส่งผลต่อสุขภาวะองค์รวมทั้งทางกายและใจ ไม่ใช่เพียงแค่ความมั่นคงทางโครงสร้าง ปัจจัยทางกายภาพทั้งเสียง ความชื้น ขนาดพื้นที่ต่อคน และการเข้าถึงพื้นที่สีเขียว ล้วนส่งผลต่อผู้อยู่อาศัยทั้งสิ้น

การเสวนาครั้งนี้ ชี้ให้เห็นว่า การนำ “มาตรฐานบ้านสีเขียว” มาใช้เป็นกลยุทธ์หลัก คือกุญแจสำคัญในการเติบโตทางธุรกิจควบคู่ไปกับการสร้างความยั่งยืนเชิงคุณค่า จึงไม่เพียงแต่เป็นความรับผิดชอบต่อโลก แต่ยังเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงสุดในมิติของสิ่งแวดล้อม สุขภาพกาย และสุขภาวะทางใจของผู้อยู่อาศัยทุกคนในระยะยาว

