หน้าหลัก
Oct 05, 2024
SX2024 ชวนฟัง “ร้อน รวน แล้ง : เข้าใจธรรมชาติ จัดสรรเงินและลงทุนอย่างเข้าใจโลก"
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

SX2024 ชวนฟัง

“ร้อน รวน แล้ง : เข้าใจธรรมชาติ จัดสรรเงินและลงทุนอย่างเข้าใจโลก"

เช่นเดียวกับธุรกิจและการใช้ชีวิต การสร้างความยั่งยืนต้องอาศัยเงินลงทุนเป็นตัวขับเคลื่อน แต่การลงทุนเพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ชัดเจนจะมองแต่มิติในเชิงเศรษฐกิจอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยความเข้าใจธรรมชาติและเข้าใจโลก โครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ ประเทศไทย หรือ UNDP จึงชวนผู้แทนองค์กรภาคการศึกษา เอกชน และผู้ออกกฎหมายมาแชร์มุมมองเรื่องความสำคัญด้านการเงินการลงทุนต่อการสร้างการเปลี่ยนแปลงเพื่อก้าวสู่ความยั่งยืน บนเวทีเสวนาเรื่อง “ร้อน รวน แล้ง : เข้าใจธรรมชาติ จัดสรรเงินและลงทุนอย่างเข้าใจโลก” ที่จัดขึ้นในงานมหกรรมความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน Sustainability Expo 2024  

พูนศักดิ์ จันทร์จำปี ประธานกรรมาธิการ การที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เปิดประเด็นว่า “ถ้าไม่มีการจัดการงบประมาณ เราจะไม่มีวันเปลี่ยนประเทศได้เลย” 

จากอาจารย์ที่ทำงานด้านการจัดการขยะมานานก่อนจะผันตัวมาทำงานการเมือง พูนศักดิ์ ชี้ว่าสถานการณ์ของประเทศไทยน่าเป็นห่วง แม้ว่าแผนพัฒนาประเทศจะกำหนดเป้าหมายให้ประเทศไทยอยู่ในกลุ่ม 40 ประเทศที่มีการดำเนินงานเป้าหมายด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG) ที่ดีที่สุดในโลกภายในปี พ.ศ. 2570  แต่อันดับของประเทศไทยกลับลดลงเรื่อย ๆ จาก อันดับที่ 40 เมื่อปี พ.ศ. 2561 ลงมาอยู่ในอันดับที่ 45 ในปัจจุบัน 

“อันดับของเราลดลงเพราะอะไร...เพราะงบด้านความยั่งยืนสิ่งแวดล้อมของเรามีน้อยมาก เพียง 0.9% ของงบประมาณของประเทศเท่านั้น...ตัวเลขนี้สะท้อนว่าเราไม่ได้ให้ความสำคัญกับเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามที่เราพูดเลย” พูนศักดิ์ กล่าว  

ยิ่งไปกว่านั้น พูนศักดิ์ยังระบุว่างบประมาณที่ได้มาสำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืนส่วนหนึ่งยังถูกนำไปใช้ในโครงการที่สวนทางกับความยั่งยืน เช่น การถางป่าชุ่มน้ำที่อุดมด้วยความหลากหลายทางชีวภาพจนเตียนโล่งเพื่อสร้างฝายอีกด้วย ในขณะเดียวกัน ภาคเอกชนและภาคการศึกษาซึ่งมีความคล่องตัวกว่า ได้ลงทุนในโครงการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนที่สอดคล้องกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่นั้นจนเห็นผลลัพธ์กันจริงจังแล้ว 

ผศ.ดร.วันศุกร์ เสนานาญ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยบูรพา ยกตัวอย่างโครงการลดการกัดเซาะชายฝั่งในจังหวัดระยองและเพชรบุรี โดยการทำรั้วดักทราย (Sand Fence) บ้านปลาที่ทำจากวัสดุธรรมชาติเช่น ใบจาก ใบมะพร้าว ในระยะแรก ก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นวัสดุอื่น ๆ ที่ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมและมีความคงทนมากขึ้นในภายหลัง เป็นต้น โครงการธนาคารปูม้า (Crab Seed Bank) ที่เพาะเลี้ยงลูกปูม้าก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะลดการกัดเซาะชายฝั่งได้แล้ว ยังสร้างแหล่งอาหารและรายได้จากการทำประมงให้แก่ประชาชนในพื้นที่ ช่วยให้คนในชุมชนพึ่งพาตนเองได้ทางเศรษฐกิจ และมีสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้นด้วย 

ทางด้านธนาคารกรุงไทย ได้แชร์ความสำเร็จของโครงการพัฒนาเกาะเต่าที่ยืนยันได้ว่า การบริการการเงินที่ดีเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการพัฒนา นวลศิริ ไวทยานุวัตติ ผู้ช่วยผู้อำนวยการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย เล่าว่า ในช่วงโควิดเศรษฐกิจของเกาะเต่าซึ่งพึ่งพาการท่องเที่ยวเป็นหลักต้องล่มสลายเพราะไม่มีนักท่องเที่ยว ธนาคารกรุงไทยจึงได้ร่วมมือกับ UNDP ทำ crowdfunding และนำงบประมาณ 2.75 ล้านบาท ไปฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมในช่วงที่ไม่มีกิจกรรมการท่องเที่ยว เริ่มจากการจ้างเรือประมงเก็บขยะรอบเกาะ และให้ค่าจ้างรายเดือนแต่ละครอบครัว จนสามารถเก็บขยะในทะเลและรอบเกาะได้ถึง 4 ตันในระยะเวลาเพียง 3 เดือน  

หลังจากนั้น เพื่อให้ชุมชนเกาะเต่าสามารถพึ่งพาตัวเองได้ ธนาคารกรุงไทยและพันธมิตร ได้แนะนำและช่วยให้ชาวเกาะเต่าสร้างรายได้ เริ่มจากการเก็บค่าขึ้นเกาะจากนักท่องเที่ยว และนำรายได้มาทำกองทุนอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แล้วนำเงินจากกองทุนนี้ไปสำรวจพื้นที่ใต้ทะเล เพื่อกำหนดจุดวางซั้งปลาที่เป็นแหล่งเพาะและขยายพันธุ์ปลาและสัตว์น้ำ จนสามารถฟื้นฟูจำนวนสัตว์น้ำได้อย่างมาก 

“เดิมชาวประมงกับคนที่ทำธุรกิจท่องเที่ยวจะมีความขัดแย้งกัน เพราะประมงอยากจับปลา แต่ฝ่ายท่องเที่ยวไม่อยากให้จับเพราะนักท่องเที่ยวชอบมาดู แต่มาวันนี้ทุกคนรู้ว่าไปจับปลาได้ที่ไหน และจะพานักท่องเที่ยวไปดูปลาได้ที่ไหน  ทุกคนได้ประโยชน์  ภายใน 6 เดือน ชาวบ้านที่ทำประมงมีรายได้เพิ่มเป็นวันละ 7,000-8,000 บาท” 

เมื่อเศรษฐกิจของชาวเกาะเต่าเริ่มดีขึ้น ธนาคารฯ ได้เข้าไปให้ความรู้เรื่องการเงิน ทั้งในด้านการสร้างงานสร้างรายได้ การบริหารจัดการเงิน เช่น การจัดตั้งกองทุน taxi boat สอนให้สมาชิกในกลุ่มศึกษา ตัดสินใจ และคุยกันในกลุ่มว่าจะบริหารเงินของกองทุนอย่างไรเพื่อต่อยอด และจัดสรรบางส่วนมาให้เป็นสวัสดิการของสมาชิกด้วย 

ขณะที่ บุษกร สุริยสาร ที่ปรึกษาด้านความเท่าเทียมทางเพศและการมีส่วนร่วมทางสังคม UNDP ชี้ให้เห็นว่าโครงการของภาคเอกชน ที่มุ่งเน้นการเข้าถึงกลุ่มเปราะบาง และดึงศักยภาพของคนในชุมชนออกมา เพื่อสร้างงานสร้างรายได้ ช่วยให้ชุมชนพึ่งพาตัวเองได้ในทุกมิติ เป็นตัวอย่างที่ดีในการแก้ไขปัญหาที่ถูกจุด เนื่องจากปัจจุบัน ช่องว่างระหว่างนโยบายกับปัญหาที่แท้จริงในระดับชุมชนมีค่อนข้างกว้าง เนื่องจากนโยบายด้านการพัฒนาส่วนใหญ่เจาะจงเป็นเรื่อง ๆ แต่ขาดความเชื่อมโยงกับคน   

“เราแยกตัวจากธรรมชาติมาก เราพัฒนาเมืองแต่ลืมธรรมชาติ นโยบายต่าง ๆ ที่กำหนดไว้ไม่ได้แตะเรื่องคนทั้ง ๆ ที่คนคือผู้ได้รับผลกระทบสูงสุด การกระจายอำนาจสู่ชุมชนยังไม่ถูกจุด เราไม่ได้ดึงศักยภาพของคนออกมาอย่างเต็มที่ เราจำเป็นต้องให้ความสำคัญกับคนในพื้นที่ซึ่งมีภูมิปัญญาท้องถิ่นเยอะ เราต้องไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” บุษกร กล่าว 

 

“เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของทุกคน” ที่จะมาร่วมกันเปลี่ยนโลกใบนี้ให้น่าอยู่อย่างยั่งยืนในงาน Sustainability Expo (SX2024) ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง วันที่ 6 ตุลาคม 2567 เวลา 10.00-20.00 น. ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC)  

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, และแอดไลน์ @sxofficial  เตรียมพบกับมุมมองดีๆ และต้นแบบสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างยั่งยืน ตลอดจนร่วมกิจกรรมมากมายเพื่อโลก ด้วยกันที่ Sustainability Expo 2024: Good Balance, Better World #good balancebetter world  

idownload
gplay
istore