cover_image_desktop
pin SX Idea Lab
ชีวามิตร อยู่ดีและจากไปอย่างมีความสุข
ดูข่าวสารทั้งหมด

ชีวามิตร อยู่ดีและจากไปอย่างมีความสุข

จะดีแค่ไหน หากเราสามารถออกแบบชีวิตที่ยั่งยืนได้ด้วยตัวเอง ตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงวาระสุดท้ายของชีวิตอย่างมีความหมาย นี่คือเจตจำนงค์ของ บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ที่ก่อตั้งโดย คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ เพื่อเป็น “เพื่อนร่วมทาง” ในการวางแผนช่วงสุดท้ายของชีวิตอย่างมีคุณภาพ ผ่านการให้ความรู้ สร้างพื้นที่แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และการให้คำปรึกษา เพื่อให้เราเตรียมกาย เตรียมใจ ให้พร้อมรับความเจ็บป่วย การจากลา และการจัดการสิ่งของก่อนจากไป

ในงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 ชีวามิตร เปิดพื้นที่แบ่งปันความรู้ เครื่องมือ และแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้วางแผนชีวิตเพื่อ “การอยู่ดี” ตั้งแต่วันนี้ และเตรียมพร้อมสู่ “การจากไปอย่างมีความสุข” ผ่านการเวิร์กชอปในโซน SX IDEA LAB ได้แก่ LIVING AND LEAVING NOTE : บันทึกเพื่อนชีวิต เพื่อชีวิตปลายทาง ร่วมวางแผนชีวิตด้วย “สมุดบันทึกเพื่อนชีวิต” และ DEATH CLEANING : จัดก่อนจาก ทบทวนชีวิตผ่านการจัดระเบียบสิ่งของ ความทรงจำ และสิ่งของที่อยากส่งต่ออย่างมีความหมาย

กิจกรรมแรก LIVING AND LEAVING NOTE : บันทึกเพื่อนชีวิต เพื่อชีวิตปลายทาง จัดขึ้นเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 โดย คุณธนาภรณ์ พจนากำธร Senior Executive Content Creation and Media Strategy บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และ คุณพิสิษฐ์ ศรีอัคคโภคิน นิติกรชำนาญการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.)

คุณธนาภรณ์ เริ่มต้นด้วยการให้ผู้เข้าร่วมกิจกรรมประเมินมิติชีวิตของตนเองใน 5 ด้าน ได้แก่ สุขภาพ จิตใจ ความสัมพันธ์ ทรัพย์สิน และการเงิน จากนั้นอธิบายบริบทของการดูแลชีวิตระยะสุดท้าย ตั้งแต่กราฟชีวิตไปจนถึงทางเลือกในการรักษา โดยเฉพาะการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative Care) ที่เน้นคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัว ซึ่งสามารถเริ่มได้ตั้งแต่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคที่รักษาไม่หาย ไม่จำกัดเฉพาะช่วงสุดท้ายของชีวิตเท่านั้น กระบวนการดูแลครอบคลุมตั้งแต่การประเมินผู้ป่วย พูดคุยกับครอบครัวเพื่อรับฟังความต้องการของผู้ป่วย เช่น การจัดการความเจ็บปวดด้วยมอร์ฟีนในระดับที่ยังคงมีสติ รวมถึงการวางแผนดูแลสุขภาพล่วงหน้า และการดูแลจิตใจของครอบครัวต่อเนื่องหลังการสูญเสีย

คุณพิสิษฐ์ อธิบายว่า Living Will หรือ หนังสือแสดงเจตนาเลือกวิธีการรักษาในช่วงท้ายของชีวิต คือสิ่งแสดงความต้องการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลของตนเองหรือบุพการีไว้ล่วงหน้า หากไม่ได้วางแผนไว้ เมื่อต้องเผชิญสถานการณ์จริง เช่น พ่อแม่เจ็บป่วยในระยะสุดท้าย มักเกิดการถกเถียงในครอบครัวว่าจะยื้อหรือไม่ยื้อชีวิต ตามพระราชบัญญัติสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ. 2550 มาตรา 12 บุคคลมีสิทธิทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ประสงค์จะรับบริการสาธารณสุขที่เป็นไปเพียง เพื่อยืดการตายในวาระสุดท้ายของชีวิตตน หรือเพื่อยุติการทรมานจากการเจ็บป่วยได้ Living Will จึงเป็นการตัดสินใจล่วงหน้าของเจ้าของชีวิต เพื่อให้ลูกหลานเคารพและปฏิบัติตามเจตนารมณ์ของผู้ป่วยได้โดยไม่รู้สึกผิด ทั้งนี้ไม่ใช่การจบชีวิตตนเอง แต่คือการใช้สิทธิ์กำหนดการดูแลในช่วงสุดท้ายภายใต้การดูแลของแพทย์ เพื่อให้จากไปอย่างสงบ ลดความเจ็บปวด

จากนั้น ผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้ลงมือเขียนสมุดบันทึกเพื่อนชีวิต เพื่อทบทวนและวางแผนชีวิตในด้านต่าง ๆ โดยเฉพาะการทำหนังสือแสดงเจตนาไม่ขอยื้อชีวิตในวาระสุดท้ายด้วยลายมือตนเอง ซึ่งภายในสมุดมีหัวข้อให้ได้ทบทวนตัวเองมากมาย เช่น การกำหนดนิยามคุณภาพชีวิตที่ดี และนิยามคุณภาพชีวิตในระยะท้ายที่ต้องการ คุณธนาภรณ์เน้นย้ำว่า แม้จะเขียน Living Will ไว้แล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสื่อสารความต้องการกับผู้มีสิทธิตัดสินใจแทนและครอบครัว เพื่อสร้างความเข้าใจตรงกันและเคารพเจตนารมณ์ของเราในวันที่ไม่สามารถสื่อสารได้

กิจกรรมที่สอง DEATH CLEANING : จัดก่อนจาก จัดขึ้นเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2568 โดยวิทยากร คุณไขศรี วิสุทธิพิเนตร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด และ คุณธฐาดนุนันท์ เศวตศรีถวัลย์ นักสื่อสารสุขภาวะทางปัญญา และที่ปรึกษา HR & OD เรียนรู้และทดลองจัดการสิ่งของ

ก่อนเริ่มเวิร์กชอป คุณไขศรี กล่าวว่า ชีวามิตรนิยามแนวคิดของ Death Cleaning ไว้ว่าเป็นการ “จัดของ จัดชีวิต และจัดใจ” ไม่เพียงการเตรียมพร้อมสำหรับวันสุดท้ายของชีวิต แต่เพื่อเข้าใจคุณค่าของสิ่งที่มี และอยู่กับปัจจุบันอย่างมีความหมาย ข้อดีในการจัดก่อนจาก คือการแสดงความรักและความรับผิดชอบต่อคนที่เรารัก ด้วยการลดภาระที่เขาจะต้องจัดการ และเป็นโอกาสในทบทวนความทรงจำ จัดระเบียบเรื่องราวชีวิต การปล่อยวางจึงไม่ใช่การสูญเสีย แต่เป็นการสร้างพื้นที่ในบ้านและในใจ สำหรับสิ่งใหม่ที่กำลังจะเข้ามาในชีวิต การจัดบ้านให้เป็นระเบียบยังช่วยจัดระเบียบความคิด อารมณ์ และความรู้สึก ทำให้ได้ทบทวนว่าสิ่งใดคือสิ่งที่มีความหมายอย่างแท้จริง และท้ายที่สุดได้กลับมาใช้ชีวิตอย่าง “อยู่ดี” พร้อมส่งต่อสิ่งดีงามให้กับโลกใบนี้

8 เคล็ดลับการจัดก่อนจาก

  • บอกคนที่รักให้รู้ ชวนคนในครอบครัวมาร่วมทำ Death Cleaning เพื่อเปิดใจพูดคุยถึงการวางแผนชีวิตและความตายร่วมกัน
  • ฝึกทิ้งให้ชิน เริ่มจากของที่ไม่มีความผูกพันทางใจ เช่น ขยะ หรือของที่หมดสภาพ เพื่อสร้างความคุ้นชินกับการปล่อยวาง
  • แยกหมวดหมู่ให้ถูก จัดการของให้เหมาะสมกับพื้นที่ใช้งาน เช่น ของในห้องครัว ห้องน้ำ หรือห้องนอน
  • ทบทวนความหมายของสิ่งของ ให้เกียรติกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นขณะจัดของ และเลือกเก็บเฉพาะสิ่งที่ยังคงมีคุณค่าและความหมายกับชีวิตจริง ๆ
  • ของที่ควรทิ้งก็ต้องทิ้ง ของที่เป็นส่วนตัวมาก ๆ และอาจมีคุณค่ากับเราแค่คนเดียวควรทิ้ง ถ้าต้องการเก็บให้แยกใส่กล่องไว้แล้วเขียนป้ายบอกว่าทิ้งหรือทำลายได้
  • เติมความสุขด้วยของที่มีคุณค่าทางใจ นำของสะสมหรือรูปถ่ายที่มีความทรงจำดี ๆ ออกมาตกแต่งบ้านเพื่อชื่นชมทุกวัน หรือมอบเป็นของขวัญให้คนที่รัก
  • ของทุกชิ้นต้องมีบ้าน จัดตู้หรือกล่องเก็บที่เหมาะสม และติดป้ายระบุฉลากไว้ เพื่อให้ง่ายต่อการจัดการ
  • ของสำคัญต้องปลอดภัย เก็บเอกสารสำคัญ เช่น ประกัน พินัยกรรม รหัสผ่านต่าง ๆ ไว้ในที่ปลอดภัย และแจ้งให้คนที่ไว้ใจรับรู้

“Death Cleaning ที่เป็นการวางแผนชีวิตในรูปธรรมที่จับต้องได้ ไม่ใช่แค่แนวคิด เพราะการจัดการสิ่งของต้องอาศัยการทบทวนตัวเอง ทั้งเรื่องความทรงจำและความผูกพันต่อสิ่งของ การได้แลกเปลี่ยนพูดคุยกับคนในบ้านระหว่างทำกิจกรรม เป็นกระบวนการที่จะช่วยให้ตระหนักได้ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่มีคุณค่าและความหมายต่อชีวิตมากที่สุด” คุณไขศรี กล่าว

คุณธฐาดนุนันท์ ยังชวนผู้เข้าร่วมทำกิจกรรม “Death Cleaning ใจ” เพื่อปลดปล่อยเรื่องราวภายในใจ เริ่มจากการสำรวจว่าในใจของเรายังมีเรื่องราว ความคิด หรือความสัมพันธ์ใดที่ยังค้างคาอยู่บ้าง จากนั้นให้เขียนถ่ายทอดความรู้สึกออกมาอย่างอิสระ เพื่อระบายอารมณ์และความคิดที่อัดแน่นอยู่ภายในใจ ต่อมาผู้เข้าร่วมเลือกเรื่องที่ต้องการจัดใจ แล้วเขียนจดหมายขอบคุณต่อเรื่องราวนั้นเพื่อยอมรับและปล่อยวาง ก่อนจะฉีกกระดาษทิ้งเป็นสัญลักษณ์ของการปลดปล่อย กิจกรรมนี้ช่วยให้ทุกคนได้เรียนรู้ที่จะ “ขอบคุณ” อดีตอย่างอ่อนโยน และเมื่อใจเบา โล่ง และว่าง ก็พร้อมเปิดรับพลังใหม่ ๆ และมุมมองดี ๆ ที่จะเข้ามาในชีวิตอีกครั้ง

“วันนี้ทุกคนจะได้ทบทวนตัวเองว่า ลึก ๆ ในใจทำไมเราถึงเก็บของสิ่งนั้นหรือทิ้งไปไม่ได้ ใจเราให้คุณค่ากับอะไร สิ่งเหล่านี้อยู่ใต้ภูเขาน้ำแข็งในการจัดบ้านอีกที การจัดบ้านจึงเหมือนการจัดใจไปพร้อมกัน หากไม่เข้าใจภายในใจ การจัดบ้านก็ไม่อาจสำเร็จ ทั้งสองมิติภายในและภายนอกเป็นสิ่งที่เชื่อมโยงกันอย่างลึกซึ้ง” คุณธฐาดนุนันท์ กล่าวปิดท้าย

idownload
gplay
istore