Bridgestone ผู้นำนวัตกรรมยางรถยนต์ ประกาศกลยุทธ์ ‘Sustainable Solution Company’
ชูเศรษฐกิจหมุนเวียนและการลดคาร์บอนสู่เป้าหมาย 2050
บริษัท ไทยบริดจสโตน จำกัด (Thai Bridgestone Co.,Ltd.) และกลุ่มบริษัทในเครือ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความยั่งยืน นำเสนอวิสัยทัศน์และนวัตกรรมเพื่อการขับเคลื่อนสู่สังคมที่ยั่งยืน ผ่านเวที SX TALK STAGE ในงาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน
โดยบริดจสโตนเป็นองค์กรที่ได้รับการยกย่องและได้รับรางวัลด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่องในเครือข่ายห่วงโซ่ธุรกิจแห่งประเทศไทย (Thailand Supply Chain Network - TSCN)
โดยการเสวนาภายใต้หัวข้อ “การขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน: นวัตกรรมยางรถยนต์และแนวทางการจัดการตามหลักเศรษฐกิจหมุนเวียน” ได้นำเสนอแนวทางการดำเนินงานของบริดจสโตนทั่วโลกที่กำลังก้าวสู่ยุค Bridgestone 3.0 โดยมีเป้าหมายระยะไกลในปี 2050 คือ การใช้พลังงานหมุนเวียนและวัสดุรีไซเคิล/หมุนเวียนให้ได้ 100%.

วิสัยทัศน์องค์กรสู่การเป็น Sustainable Solution Company
คุณอรรถพล แพ้วงาม ผู้อำนวยการสายงาน Engineering และความยั่งยืน (Director of Engineering and Sustainability) ได้กล่าวถึงการปรับตัวขององค์กรภายใต้พันธสัญญา E8 (แนวทางปฏิบัติเพื่อความยั่งยืน) "BTE [Bridgestone] เรามีตัว Mission ว่า Serving Society with Superior Quality แต่จากการเปลี่ยนแปลงของโลก เราก็เริ่มเน้นเรื่องความยั่งยืน และอยากเป็น sustainable solution company ซึ่งเป็นคีย์เวิร์ดสำหรับ Bridgestone 3.0 เลยครับ"
คุณเฉลิม มีกล้าวิกร ผู้จัดการแผนกขายผู้ใช้ปลายทาง ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความพร้อมของกลุ่มบริษัทบริดจสโตนในประเทศไทย ซึ่งเป็นฐานการผลิตและการวิจัยพัฒนาที่สำคัญ ว่า "กลุ่มบริษัท Bridgestone ในประเทศไทยมีทั้งหมด 11 บริษัท ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ยาง ตั้งแต่ยางรถยนต์ส่วนบุคคลไปจนถึงยางเครื่องบิน ซึ่งในเมืองไทยถือว่า ecosystem ค่อนข้างพร้อมในการดำเนินกิจกรรมเพื่อสอดรับกับเป้าหมายความยั่งยืน 2030 และ 2050"
ตอกย้ำเศรษฐกิจหมุนเวียน: พลังของธุรกิจยางหล่อดอกและบริการครบวงจร
บริดจสโตนเน้นย้ำว่าประเทศไทยมีความพร้อมอย่างมากในด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมเกษตรกรรมที่สามารถนำมาพัฒนาเป็นวัสดุหมุนเวียนได้ เช่น การใช้ขี้เถ้าจากแกลบข้าวมาสกัดเป็นซิลิก้า
ธุรกิจยางหล่อดอก (Retreading) ถือเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียน โดยเฉพาะสำหรับยางรถบรรทุกและรถโดยสาร
คุณตะวัน กล่อมวิทย ผู้จัดการอาวุโส ศูนย์ยางหล่อดอก กล่าวว่า "ธุรกิจยางหล่อดอกสามารถช่วยให้เกิดความยั่งยืนในธุรกิจของผู้ประกอบการลูกค้าของเรา และยังสามารถช่วยในส่วนของลูกหลานของเราได้ด้วย เนื่องจากยางรถบรรทุกหนึ่งเส้นมีน้ำหนักถึง 70-80 กิโลกรัม การหล่อดอกจึงช่วยลดการใช้ทรัพยากรได้อย่างมหาศาล ยางหนึ่งโครงสามารถนำกลับมาหล่อดอกได้หลายครั้ง ซึ่งช่วยลดต้นทุนและช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้อย่างชัดเจน"
ในส่วนของการบริการลูกค้าและการจัดการของเสียอย่างครบวงจร คุณพวิตร อ่ำทิม กรรมการผู้จัดการ บริษัท Bridgestone ACT จำกัด (ผู้บริหาร Cockpit) ได้อธิบายถึงบทบาทของศูนย์บริการที่เป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ ว่า "ผลิตภัณฑ์ทุกอย่างที่ผลิตโดย Bridgestone ผ่าน QC อยู่แล้ว เรามีการทดสอบและทดลอง ดังนั้นเรื่องของคุณภาพและความปลอดภัยจึงมั่นใจได้ในฐานะ Cockpit เรายังเป็นจุดเชื่อมต่อระหว่างโรงงานกับลูกค้า ในการรับยางใช้แล้วมาเทิร์นเพื่อส่งต่อให้พาร์ทเนอร์นำไปรีไซเคิล เพื่อนำคาร์บอนแบล็คและเหล็กกลับมาผลิตใหม่อันเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเรื่องความยั่งยืน"

นวัตกรรม ‘Enlighten’ สู่ยุคยานยนต์ไฟฟ้าและยั่งยืน
นอกจากนี้ บริดจสโตนยังได้พัฒนานวัตกรรมที่ตอบโจทย์ยานยนต์ในอนาคต โดยเฉพาะเทคโนโลยี Enlighten ซึ่งถูกนำมาใช้ในยางรถยนต์รุ่นล่าสุดคือ Turanza 6
คุณอรรถพลได้เน้นย้ำว่า เทคโนโลยี Enlighten ช่วยให้ยางมีน้ำหนักเบาลง และช่วยลดความต้านทานการหมุน ซึ่งส่งผลให้ลดการใช้พลังงานเชื้อเพลิงและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพด้านความปลอดภัยและการขับขี่
บริดจสโตนยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี 2050 ผ่านการดำเนินงานในรูปแบบ Ecosystem ที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทาน โดยเฉพาะการทำงานร่วมกับซัพพลายเออร์เพื่อให้มีการวัดและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วย

นอกจากนี้คุณปนัดดา ทอนมณี ผู้ดำเนินรายการและตัวแทน TSCN ได้เชิญชวนผู้ประกอบการที่สนใจเริ่มต้นเรื่องความยั่งยืนให้เข้าร่วมเครือข่าย โดยกล่าวว่า "เครือข่าย TSCN มีผู้ประกอบการมากกว่า 10,000 องค์กร ที่พร้อมขับเคลื่อนภาคเอกชนสู่ความยั่งยืน และสามารถแข่งขันกับตลาดโลกได้"
หากท่านใดสนใจสามารถแวะไปเยี่ยมชมบูธของ Thailand Supply Chain Network ได้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาสัมผัสประสบการณ์สุดพิเศษ
- Our Mission & Milestones: พันธกิจและเส้นทางสำคัญสู่การสร้างเครือข่ายซัพพลายเชนที่ยั่งยืนและเป็นรูปธรรม
- Meet Our Experts: พบปะพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญจาก TSCN และพันธมิตร เพื่อขอคำปรึกษาและแลกเปลี่ยนองค์ความรู้
- Business Matching : เปิดโอกาสจับคู่ธุรกิจ ต่อยอดความยั่งยืนร่วมกัน
- Networking Opportunities: สร้างเครือข่ายกับผู้นำในอุตสาหกรรมและผู้ที่สนใจด้านความยั่งยืน
- Exclusive Activities: กิจกรรมสนุกๆ พร้อมของที่ระลึกพิเศษ

อย่าพลาดโอกาสที่จะเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อน Supply Chain สู่ความยั่งยืน ไปด้วยกัน
📍 พบกันที่บูธ TSCN โซน BETTER LIVING (ข้าง IDEA LAB) , Sustainability Expo 2025
ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์