cover_image_desktop
pin SX Idea Lab
“รู้จัก รัก หวงแหน ความหลากหลายทางชีวภาพ” ผ่านเลนส์โลกเสมือน ในโครงการ SIMPLE โดย IRD และ สวทช.
ดูข่าวสารทั้งหมด

“รู้จัก รัก หวงแหน ความหลากหลายทางชีวภาพ” ผ่านเลนส์โลกเสมือน ในโครงการ SIMPLE โดย IRD และ  สวทช. 

เพราะความหลากหลายทางธรรมชาติ เป็นปัญหาที่ทุกคนควรให้ความสำคัญและช่วยกันลงมือแก้ไข กิจกรรมเวิร์กชอปในหัวข้อ “BiodiVRestorer Immersive VR Experience for Biodiversity Restoration” ซึ่งจัดขึ้น ณ Idea Lab ในงาน Sustainability Expo 2024 วันที่ 28 กันยายน 2567 จึงชวนคนทุกเพศวัยมาร่วมกันทำความเข้าใจถึงปัญหา การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ (Biodiversity Loss) ผ่านการใช้เทคโนโลยี Augmented Reality (AR) และ Virtual Reality (VR) 

ดร.ปัญญาวุฒิ อัมพุชินทร์ จากสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) ยกตัวอย่าง “ผึ้ง” ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ แต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบนิเวศวิทยา เพราะมีส่วนช่วยในการผสมเกสรดอกไม้ ทำให้ต้นไม้สามารถขยายพันธุ์ต่อไป ในโลกที่ไร้ผึ้ง  ต้นไม้จะไม่สามารถขยายพันธุ์จนเกิดปัญหาการขาดความหลากหลายของพันธุ์พืช ส่งผลต่อสัตว์และแมลงอื่น ๆ ที่พึ่งพาต้นไม้เหล่านั้น ดร.ปัญญาวุฒิ กล่าวว่า “โลกตอนนี้ได้เดินทางมาถึงจุดที่เราต้องเลือกว่าจะไปทางไหน ทุกคนควรตระหนักถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ และต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมให้มีการผลิตที่ยั่งยืนและการบริโภคที่ยั่งยืน เพื่อใช้ทรัพยากรให้เกิดคุณค่าสูงสุด” 

เมื่อพูดถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม หลายคนมักพูดถึงการปลูกป่า แต่บ่อยครั้งที่ป่าซึ่งปลูกโดยมนุษย์ขาดความหลากหลายของพันธุ์ไม้ ทำให้ไม่เหมาะที่จะเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์และแมลง จนนำไปสู่การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ ดังนั้นเราควรสำรวจและวางแผนล่วงหน้าก่อนที่จะปลูกป่า ดร.ปัญญาวุฒิ ให้ความรู้เพิ่มเติมว่า พื้นที่ป่าขนาด 1 เฮกตาร์ หรือประมาณ 1,000 ตารางเมตร ควรปลูกต้นไม้ 3,100 ต้น ด้วยพันธุ์ไม้ที่แตกต่างกันไม่น้อยกว่า 30 ชนิด และพันธุ์ไม้ที่เลือกปลูกต้องเหมาะสมกันสภาพป่า โดยอาจสำรวจจากป่าอ้างอิง (Reference Forest) ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันหรืออยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกัน 

เพื่อให้เด็ก ๆ สามารถเข้าใจถึงกระบวนการวางแผนก่อนปลูกป่านี้ได้ง่าย ดร.ปัญญาวุฒินำเทคโนโลยี Augmented Reality (AR) เข้ามาใช้เพื่อแนะนำหลักการและแนวคิด “วิธีพรรณไม้โครงสร้าง” ชวนผู้ร่วมเวิร์กชอปสำรวจพื้นที่ป่าและหาพันธุ์ไม้ที่เหมาะสม ผ่าน 3 กิจกรรม ในกิจกรรมแรก “การสำรวจป่าไม้” (Rapid Site Assessment – RSA) โดยใช้มือถือสแกนแผนที่ป่า เพื่อให้ได้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับสภาพทางนิเวศวิทยาของพื้นที่ว่าเป็นพื้นที่ที่ควรปลูกหรือควรปล่อย 

ในกิจกรรมที่ 2 “วางแผนฟื้นฟูป่า” ผู้ร่วมกิจกรรมเรียนรู้เกี่ยวกับ “ชีพลักษณ์” ของต้นไม้ชนิดต่าง ๆ ว่ามีความเหมาะสมกับการนำไปปลูกป่าหรือไม่ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เช่น อัตราการงอก การเจริญเติบโต ช่วงเวลาที่เหมาะสมในการเก็บเมล็ดและการเพาะปลูก เป็นต้น ส่วนในกิจกรรมสุดท้าย “ผู้พิทักษ์ความหลากหลาย” ผู้ร่วมเวิร์กชอปมีโอกาสได้ทดลองใช้แว่น VR Quest 3 ในการสำรวจป่าและเก็บผลไม้ตามช่วงเดือนที่ เพื่อนำไปเพาะในเรือนเพาะชำและนำไปปลูกป่าต่อไป 

กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ SIMPLE ของประเทศฝรั่งเศสและอีกหลายประเทศในอาเซียน โดยนักวิทยาศาสตร์จาก สวทช. และ Institut de Recherche pour le Développement (IRD) ร่วมกันออกแบบ Virtual Universes สำหรับเกม Virtual Reality เพื่อเปิดโอกาสให้เด็ก ๆ ได้สำรวจการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพในโลกเสมือนจริง อีกทั้งยังได้ลงมือทำและเข้าใจผลกระทบจากการกระทำของตัวเองต่ออนาคตของความหลากหลายทางชีวภาพ โดยโครงการดังกล่าวมีกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นเยาวชน อายุ 12-18 ปี ในประเทศเวียดนาม ไทย ลาวและกัมพูชา 

ก่อนจบกิจกรรม ดร.ปัญญาวุฒิ กล่าวว่า “วิกฤตการณ์ระดับโลกอย่างโควิด-19 เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ปีก็หายไป แต่ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะนำมาซึ่งการขาดความหลากหลายทางชีวภาพซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทุกคนในระยะยาว หากเราเลือกเปลี่ยนวิถีชีวิตของเราตั้งแต่วันนี้ เราจะเริ่มเห็นความหลากหลายทางชีวภาพกลับมามากขึ้นในอนาคต” 

ผู้ที่สนใจสามารถติดตามความเคลื่อนไหวของโครงการ SIMPLE ได้ที่ https://project-simple.eu

Gallery

idownload
gplay
istore