cover_image_desktop
pin อื่นๆ
Cell Broadcast: ‘ทางด่วน’ แจ้งเตือนภัย
ดูข่าวสารทั้งหมด

Cell Broadcast: ‘ทางด่วน’ แจ้งเตือนภัย ทะลุทะลวงถึงสมาร์ทโฟนคนไทยทุกคน โดยไม่ต้องพึ่งอินเทอร์เน็ต

ในโลกยุคที่ภัยพิบัติมาเยือนอย่างไม่ทันตั้งตัว คำถามที่สำคัญที่สุดคือเราจะ ‘เข้าถึง’ ประชาชนทุกคนได้รวดเร็วเพียงใด ผ่านสิ่งที่หลายคนยกให้เป็น ‘อวัยวะที่ 33’ ของคนไทย นั่นคือสมาร์ทโฟนที่อยู่ติดตัวตลอดเวลา

การเสวนานี้จัดขึ้นบนเวที SX TALK STAGE ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยเป็นการนำเสนอในหัวข้อ “การพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัย ผ่านสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ CELL BROADCAST”

วิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิที่มาร่วมให้ความกระจ่างและเล่าถึงเบื้องหลังการพัฒนาระบบสำคัญนี้ คือ คุณ ภุมรินทร์ เตาวโรดม ผู้อำนวยการส่วนยุทธศาสตร์การเตือนภัย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ และ คุณ อาร์ม จิตนาดิลก ผู้อำนวยการส่วนวิชาการการเตือนภัย ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ทั้งสองท่านมาจากศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ (NDWC) สังกัดกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กระทรวงมหาดไทย

จุดเริ่มต้นจากบทเรียนสึนามิ สู่การบูรณาการ ‘T Alert’

คุณอาร์ม จิตนาดิลก ได้ย้อนเล่าถึงจุดกำเนิดของศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ซึ่งเกิดจากเหตุการณ์สึนามิเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2547 ในขณะนั้น ประเทศไทยขาดระบบเฝ้าระวังหรือแจ้งเตือนภัยที่ทันท่วงที ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจรวมกว่า 14,000 ล้านบาท ด้วยเหตุนี้ รัฐบาลจึงได้จัดตั้งศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติขึ้น ในปัจจุบัน ศูนย์ฯ ตั้งอยู่ภายใต้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย โดยมีที่ตั้ง 2 แห่ง คือ ส่วนบริหารที่เขตดุสิต และส่วนปฏิบัติการซึ่งมีหน้าที่แจ้งเตือน ตั้งอยู่ภายในพื้นที่กรมอุตุนิยมวิทยา บางนา

ภารกิจแรกเริ่มที่สำคัญของศูนย์ฯ คือการรับมือกับภัยพิบัติอย่างสึนามิ รวมถึงการวางทุ่นตรวจวัดคลื่นสึนามิ 2 ตัว ในมหาสมุทรอินเดียและทะเลอันดามัน และการติดตั้งหอเตือนภัยกว่า 130 หอ ตลอดแนวชายฝั่งอันดามันทั้ง 6 จังหวัด

อย่างไรก็ตาม ภารกิจของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยนั้นกว้างขวางกว่าแค่ภัยสึนามิ โดยครอบคลุมการบริหารจัดการภัยพิบัติทั้งช่วงก่อนเกิดเหตุ ระหว่างเกิดภัย และหลังเกิดภัย ทำให้เกิดการพัฒนาต่อยอดระบบแจ้งเตือนภัย เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงก่อนเกิดเหตุ เพื่อให้ประชาชนและเจ้าหน้าที่มีความพร้อมในการรับมือ

Cell Broadcast: ทำไมจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในการเตือนภัย

วิทยากรได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาหลักที่เคยพบคือ ประชาชนมักระบุว่าการแจ้งเตือนภัยนั้น “ไม่ทั่วถึงและเข้าไม่ถึงตัวเขา” แต่ในปัจจุบัน โทรศัพท์เคลื่อนที่หรือสมาร์ทโฟนนั้นเป็นเทคโนโลยีที่แพร่หลายอย่างมาก โดยประมาณเกือบ 90% ของคนในประเทศนี้มีโทรศัพท์เคลื่อนที่ และในระดับโลก ทาง ITU ก็เคยทำวิจัยพบว่าประชากรโลกประมาณ 80% มีโทรศัพท์เคลื่อนที่

Cell Broadcast (CB) จึงถูกนำมาใช้เป็นระบบการแจ้งเตือนภัยที่มีคุณสมบัติในการส่งสัญญาณทั้งข้อความ ตัวอักษร สัญลักษณ์ หรือสี และเสียง ไปยังโทรศัพท์มือถือทุกเครื่องในบริเวณที่กำหนด

คุณสมบัติเด่นของ Cell Broadcast:

1. การเข้าถึงที่รวดเร็ว: CB มีช่องทางพิเศษหรือ “ทางด่วน” ของตัวเอง ทำให้สามารถแจ้งเตือนได้อย่างรวดเร็วมากยิ่งขึ้นและพร้อมๆ กัน

2. ไม่ถูกจำกัดด้วยสัญญาณอินเทอร์เน็ต: ระบบ CB ไม่จำเป็นต้องใช้อินเทอร์เน็ตในการรับสัญญาณ และไม่ถูกจำกัดด้วยช่องทางการสนทนา (Voice call) ซึ่งมักจะเต็มเมื่อเกิดเหตุการณ์ใหญ่ เช่น แผ่นดินไหว

3. ไม่ต้องดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน: ระบบทำงานโดยตรงกับ Cell Site (เสาสัญญาณ) ประชาชนไม่จำเป็นต้องติดตั้งแอปพลิเคชันใดๆ เพิ่มเติม

4. ความแม่นยำทางพื้นที่ (Microscale): สามารถกำหนดพื้นที่การส่งสัญญาณได้อย่างละเอียด ตั้งแต่ระดับอาคาร ระดับอำเภอ ไปจนถึงระดับจังหวัด

5. การแจ้งเตือนซ้ำ/การหน่วงเวลา: สามารถตั้งเวลาในการบรอดแคสต์ได้ หากมีการตั้งค่าไว้ ใครที่เข้ามาในพื้นที่แจ้งเตือนก็จะได้รับสัญญาณทันที อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์เครื่องที่เคยได้รับสัญญาณไปแล้วจะไม่ได้รับซ้ำเมื่อเข้าสู่พื้นที่เดิมอีกครั้ง

6. พลังเสียงในระดับ Extreme: สำหรับการแจ้งเตือนในระดับที่รุนแรง (National Alert) โทรศัพท์จะส่งเสียงเตือนดังมากแม้ผู้ใช้จะปิดเสียงไว้ก็ตาม

การพัฒนาระบบ Cell Broadcast ถือเป็นการทำงานร่วมกันแบบบูรณาการ โดยมีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเป็นผู้ส่งข้อความ (CBE - Cell Broadcast Entity) ทำงานร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) ที่วางโครงสร้างพื้นฐานในการเชื่อมโยงสัญญาณ ไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่หลัก 3 ค่าย ได้แก่ AIS, True, และ NT (โทรคมนาคมแห่งชาติ) ซึ่งเป็นตัวกลางกระจายสัญญาณไปยัง Cell Site ทั่วประเทศ (CBC - Cell Broadcast Center)

การแจ้งเตือนภัยในรูปแบบ T Alert (Thailand Alert)

คุณอาร์ม จิตนาดิลก ได้อธิบายถึงการบูรณาการระบบแจ้งเตือนภัยของประเทศ ซึ่งเรียกว่า T Alert หรือ Thailand Alert ซึ่งหมายถึงการแจ้งเตือนของประเทศไทยอย่างบูรณาการที่ใช้เครื่องมือหลากหลายช่องทาง

ปัจจุบัน Cell Broadcast สามารถรองรับการแจ้งเตือนภัยได้แล้ว 8 ประเภท

1. แผ่นดินไหว (เป็นการบอกเหตุ)

2. สึนามิ (สามารถแจ้งเตือนล่วงหน้าได้ประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง)

3. วาตภัย (พายุฝน/พายุเขตร้อน)

4. อุทกภัย

5. ดินโคลนถล่ม

6. ภัยหนาว

7. ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM 2.5)

8. ภัยจากกรณีเหตุรุนแรงในพื้นที่สาธารณะ (อยู่ระหว่างหารือกับตำรวจ)

ระบบ Cell Broadcast มีการแจ้งเตือน 4 ระดับ

• National Alert: ระดับความรุนแรงสูงสุด โทรศัพท์จะดังมากและไม่สามารถปิดเสียงได้

• Extreme Alert: หากใช้ระบบ Android สามารถเลือกปิดเสียงได้ แต่ข้อความจะยังคงขึ้น

• Informational Alert: การแจ้งเตือนเชิงข้อมูล (เช่น การก่อตัวของพายุ) จะมี Pop-up พร้อมเสียงดังปิ๊บสั้นๆ 1 ครั้ง

• All Clear: การแจ้งยกเลิกภัย

นอกจากนี้ ศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติยังมีการแจ้งเตือนผ่านช่องทางอื่น ๆ อีกหลายรูปแบบภายใต้ระบบ T Alert เช่น หอเตือนภัย, เอกสารราชการ, กลุ่ม Line, SMS, แอปพลิเคชัน Thai Disaster Alert (TDA) รวมถึง Social Media ต่างๆ (Facebook, X, TikTok) โดยคุณ ภุมรินทร์ เตาวโรดม ย้ำว่า การแจ้งเตือนที่ดียิ่งเยอะยิ่งดี เนื่องจากแต่ละช่องทางมีข้อจำกัดที่ต่างกัน

ทั้งนี้ การทำงานของศูนย์ฯ ต้องร่วมมือกับหน่วยงานเจ้าของข้อมูลอย่างบูรณาการตลอด 24 ชั่วโมง เช่น สทนช., กรมอุตุนิยมวิทยา, กรมชลประทาน, กรมทรัพยากรน้ำ และกรมควบคุมมลพิษ โดยเน้นย้ำว่า การแจ้งเตือนที่ดีที่สุดควรมาจากพื้นที่ (Local Alert) ขณะที่ส่วนกลางทำหน้าที่เป็นผู้สนับสนุนในการกระจายข้อมูลด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่

idownload
gplay
istore