cover_image_desktop
pin อื่นๆ
จุดประกาย “พลังดนตรีข้ามรุ่น” ศิลปวัฒนธรรมไทยสู่ความยั่งยืนบนเวทีโลก
ดูข่าวสารทั้งหมด

จุดประกาย “พลังดนตรีข้ามรุ่น” ศิลปวัฒนธรรมไทยสู่ความยั่งยืนบนเวทีโลก

งาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่บนเวที SX TALK STAGE ด้วยการนำเสนอพลังแห่งศิลปวัฒนธรรมไทยในหัวข้อการเสวนาและการแสดงที่หลากหลาย รวมถึงการแสดงที่เชื่อมโยงศิลปะกับพันธกิจความยั่งยืนเข้าไว้ด้วยกันอย่างลึกซึ้ง

เวที SX TALK STAGE ตอกย้ำว่า "พลังเสียง" (Soft Power) ระดับโลก สามารถผสานเข้ากับพันธกิจ "พลังแห่งความยั่งยืน" (Sustainability Power) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ศิลปะการแสดงดนตรีได้พิสูจน์แล้วว่า เป็นเครื่องมือสำคัญในการสร้างความเข้าใจ การรวมใจ และการขับเคลื่อนทางสังคมที่ยั่งยืน

เสียงประสานสร้างโลกยั่งยืน: ศักดิ์ศรีไทยบนเวทีโลก

ไฮไลท์ที่สะท้อนถึงการรวมพลังและความเป็นสากลของศิลปะการแสดงคือ การแสดงขับร้องประสานเสียงจากสองคณะสำคัญ:

1. คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู (Suanplu Chorus): คณะนักร้องประสานเสียงสวนพลู ได้รับเกียรติให้มาแสดงในงาน SX2025 ก่อนที่พวกเขาจะมุ่งหน้าสู่เวทีระดับโลก สวนพลู คอรัส ได้รับการการันตีด้วยรางวัลระดับโลกมากมาย และเป็นคณะนักร้องประสานเสียง “หนึ่งเดียว” ของประเทศไทยที่ได้รับคัดเลือกให้เป็น 1 ใน 10 คณะยอดเยี่ยมจากทั่วโลก เพื่อเข้าร่วมการแข่งขัน Tolosa Choral Contest 2024 ณ ประเทศสเปน ซึ่งเป็นหนึ่งในเวทีที่ทรงเกียรติและยากที่สุด การแสดงของคณะนี้มีความหมายที่ลึกซึ้ง เพราะ "การขับร้องประสานเสียง" (Chorus) คือศิลปะขั้นสูงสุดที่ต้องอาศัย "ความกลมเกลียว" (Harmony) และการฟังซึ่งกันและกัน  เสียงที่ผสานกันอย่างลงตัวโดยไม่มีใครโดดเด่นไปกว่าใคร จึงเปรียบเสมือนสัญลักษณ์อันทรงพลังว่า "โลกที่ยั่งยืน จะเกิดขึ้นได้ ก็ต่อเมื่อทุกคนร่วมมือร่วมใจ...ประสานพลังเป็นหนึ่งเดียว"

2. วงขับร้องประสานเสียง “ปล่อยแก่”: การแสดงที่ตอกย้ำว่าดนตรีไม่มีวันเกษียณ นั่นคือ วงปล่อยแก่ โดยมูลนิธิอาจารย์สุกรี เจริญสุข ซึ่งริเริ่มขึ้นเพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุผ่านการขับร้องประสานเสียง โครงการนี้มีกว่า 13 วงทั่วประเทศ และเป็นที่น่าภาคภูมิใจที่วงปล่อยแก่ ประเทศไทย สามารถคว้าเหรียญเงินในรุ่นซีเนียร์จากเวทีระดับนานาชาติ 14th B International Choir Festival 2025 ที่บาหลี ประเทศอินโดนีเซีย การแสดงในครั้งนี้มีวงปล่อยแก่เมืองปากน้ำโพธิ์ (นครสวรรค์) และวงสายใย วช. มาร่วมขับขานบทเพลงหลากหลาย

เก่ง ธชย: การพลิกโฉมดนตรีไทย ด้วยแนวคิด “ล้าสมัย ร่วมสมัย ทันสมัย”

คุณเก่ง ธชย ประทุมวรรณ ได้แบ่งปันเส้นทางดนตรีที่เริ่มต้นอย่างบังเอิญในช่วงมัธยมต้น โดยเริ่มจากเป็นนักเป่าขลุ่ย ก่อนจะมาตัดสินใจเป็นนักร้องอย่างจริงจังบนเวที “ประลองเพลง บรรเลงมโหรี” ซึ่งจัดโดยศูนย์สังคีตศิลป์ ธนาคารกรุงเทพฯ เพื่อสนองพระราชดำริในการอนุรักษ์วงมโหรี เขาใช้เวลาถึง 3 ปี ในการทำความเข้าใจศาสตร์คีตศิลป์และปรับช่องเสียงจากการร้องสากลมาสู่เพลงไทย

ปัจจุบัน คุณเก่งได้นำเสนอผลงานที่ผสานแนวคิด “ล้าสมัย ร่วมสมัย ทันสมัย” โดยนำเสนอเอกลักษณ์ของตนผ่านการประยุกต์ใช้เครื่องดนตรีและชุดการแสดง เช่น การใช้ "จระเข้อะคริลิค (จระเข้แก้ว)" ซึ่งให้เสียงที่ "ฉ่ำกว่า ฟูกว่า" เมื่อใช้บนเวที (on stage) เทียบกับจระเข้ไม้ที่เป็นเครื่องดนตรีไฟฟ้า และยังมีการออกแบบหน้ากากยักษ์ที่ได้แรงบันดาลใจจากหัวโขน ทศกัณฐ์ จนกลายเป็นเอกลักษณ์ที่โด่งดัง การสร้างสรรค์นี้สะท้อนความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเครื่องดนตรีไทยให้สามารถแข่งขันกับเครื่องดนตรีไฟฟ้าในระดับสากล

ดนตรีบำบัดและเพลงพื้นบ้าน: สร้างความเข้มแข็งให้สังคม

นอกจากนี้ เวที SX TALK STAGE ยังนำเสนอการแสดงที่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และความเท่าเทียมทางสังคม โดยการสนับสนุนของโครงการเพื่อนดนตรี มูลนิธิหลวงประดิษฐ์ไพเราะฯ และบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

1. การบำบัดด้วยดนตรีสำหรับเด็กหูหนวก (วงอังกะลุง): นักเรียนจากศูนย์ทดลองเด็กหูหนวกปฐมวัย โรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ ได้แสดง “วงอังกะลุง” การใช้ดนตรีบำบัดนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาการได้ยินและการสื่อสารของเด็กๆ ผ่านการฝึกร้องโน้ตและจังหวะ ครูผู้ฝึกสอน คือ ครูเบิ่ง (อาจารย์ทวีศักดิ์ อัครวงศ์) นักดนตรีไทยที่มีชื่อเสียง (เคยรับบทขุนอินในโหมโรง) ได้ปรับวิธีการสอนโดยเน้นการใช้มือ ปาก และสายตา เพื่อสื่อสารกับนักเรียน แม้เด็กๆ จะไม่ได้ยินเสียงเพลงของตนเอง แต่ก็สามารถสร้างเสียงดนตรีที่ไพเราะให้กับผู้ฟังที่มีการได้ยินปกติ

2. เพลงพื้นบ้านสร้างชุมชน (กลุ่มเยาวชนสไตล์ศิลป์): กลุ่มเยาวชน “สไตล์ศิลป์” จากอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้นำการแสดง “เพลงพื้นบ้านอีแซว” ซึ่งมีประวัติกว่า 100 ปี มาแสดง โดยกลุ่มได้พัฒนาเพลงอีแซวเข้าสู่ ยุคที่ 4 (ยุคเจนซี) ที่มีการประยุกต์กับดนตรีสมัยใหม่ ทั้งเพลงป๊อป เพลงแรป และหมอลำ กลุ่มสไตล์ศิลป์ใช้ดนตรีเป็นสื่อกลางในการสร้างความเข้มแข็งของชุมชน รวมถึงการนำสิ่งของเหลือใช้มาประดิษฐ์เป็นของตกแต่งเวที (เช่น โต๊ะจากกลองที่พังแล้ว, นกจากหมวกกันน็อก) และมีการต่อยอดไปสู่การสร้างอาชีพ

มหิดลจุดประกาย “Flowers Pillar” พลังเยาวชนสร้างสรรค์ดนตรีร่วมสมัย

เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายและศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในวงการดนตรี เวที SX TALK STAGE ได้นำเสนอการแสดงจาก คณะ Flowers Pillar ซึ่งประกอบด้วยนักศึกษาจาก วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล คณะนี้เป็นตัวแทนของเยาวชนที่ใช้ดนตรีสมัยใหม่ในการถ่ายทอดอารมณ์และเรื่องราว โดยพวกเขาได้รับความสนับสนุนจากบริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)

Flowers Pillar ได้นำบทเพลงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกมาขับขาน ไม่ว่าจะเป็นเพลง “ปล่อย” รวมถึงเพลงของวงดังอย่าง Solitude is Bliss, Safeplanet และยังได้แสดงซิงเกิลของตนเอง เช่น “Falling Down” การแสดงนี้ไม่เพียงแต่สร้างความบันเทิง แต่ยังสะท้อนถึงการเติบโตของดนตรีป๊อปและร็อกของไทยที่ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ โดยมีสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่างมหิดลเป็นผู้ผลิตบุคลากร

การแสดงทั้งหมดนี้บนเวที SX TALK STAGE สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้าง “ทุนมนุษย์ที่ยั่งยืน” และการใช้ศิลปะวัฒนธรรมเป็นเครื่องมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนทุกกลุ่มในสังคมไทย

idownload
gplay
istore