หน้าหลัก
Jun 27, 2023
ประเทศไทยรั้งอันดับ 1 อาเซียน อันดับ 43 ของโลกใน SDG Index 2023
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

ไชโยให้กับประเทศไทย! เป็นเวลากว่า 5 ปีแล้วที่ประเทศไทยยังคงรักษาตำแหน่งอันดับหนึ่งในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยได้คะแนนสูงสุดสำหรับดัชนี SDG ในปี 2566 หรือ 74.7 คะแนน สำหรับการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในระดับโลก รั้งอันดับที่ 43 จากทั้งหมด 166 ประเทศ ขยับขึ้นจากตำแหน่งที่ 44 ในปี 2022 

ประเทศไทยยังครองอันดับ 1 เป็นปีที่ 5 ติดต่อกัน (2562 – 2566) ตามมาด้วย อันดับ 2 เวียดนาม  (73.3)  อันดับ 3 สิงคโปร์ (71.8) อันดับ 4 อินโดนีเซีย (70.2) อันดับ 5 มาเลเซีย (69.8) อันดับ 6 ฟิลิปปินส์ (67.1) อันดับ 7 บรูไนดารุซซาลาม (65.7) อันดับ 8 กัมพูชา (64.8) อันดับ 9 ลาว (63.0) และ อันดับ 10 เมียนมา  (60.4) ซึ่งในอาเซียน เป้าหมายที่ท้าทายที่สุดคือเป้าหมายหมายเลข 15, 16, 14, 3 และ 2

คะแนนของประเทศไทยดังกล่าวเน้นย้ำให้เห็นถึงความพยายามของรัฐบาลในการนำแผนพัฒนาความยั่งยืนให้เป็นเรื่องจริงเห็นผลได้ ทั้งยังประกาศความยั่งยืนสู่เป้าหมายแผนพัฒนาประเทศอีกด้วย 

การประเมิน SDG ประกอบด้วย 17 ด้านในการวัดดัชนี SDG ของแต่ละประเทศ:

1. การขจัดความยากจน 

2. การขจัดความหิวโหย 

3. การมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี 

4. การศึกษาที่มีคุณภาพ 

5. ความเท่าเทียมทางเพศ 

6. การเข้าถึงน้ำสะอาดและสุขาภิบาลที่ดี 

7. การมีพลังงานสะอาดที่เข้าถึงได้ 

8. การมีงานที่มีคุณค่าและการเติบโตทางเศรษฐกิจ

9. การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรมและอุตสาหกรรม 

10. การลดความเหลื่อมล้ำ 

11. การพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน 

12. การผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน 

13. การรับมือกับการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ 

14. การอนุรักษ์ทรัพยากรทะเล 

15. การรักษาระบบนิเวศบนบก 

16. การมีสังคมสงบสุข ยุติธรรมและมีสถาบันที่เข้มแข็ง 

17. ความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน

การประเมินแบ่งออกเป็นสองส่วน: การให้คะแนน (Rate) และแนวโน้ม(Trend) การให้คะแนน (Rate)จะอ่านตามสี สีแดง คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มาก สีส้ม คือ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ สีเหลือง คือความท้าทายที่ยังคงอยู่ สีเขียว คือ บรรลุตาม SDG การอ่านค่าแนวโน้ม(Trend) ถูกอ่านด้วยทิศทางลูกศรและสี ลูกศรสีแดงชี้ลง คือ กำลังลดลง หรือถดถอย ลูกศรสีส้มชี้ไปทางขวา คือ หยุดนิ่ง ลูกศรสีเหลืองชี้ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ คือ ดีขึ้นปานกลาง ลูกศรสีเขียวชี้ขึ้น คือ อยู่ในแนวทางหรือการรักษาความสำเร็จตาม SDG

จากรายงานการพัฒนาที่ยั่งยืนของประเทศไทยในปีที่ผ่านมา พบว่ามีการพัฒนาใน 2 ด้าน เช่น การขจัดความยากจน (SDG ข้อ 1) และ การศึกษาที่มีคุณภาพ (SDG ข้อ 4) ซึ่งโดยรวมแล้ว อยู่ในแนวทางหรือการรักษาความสำเร็จตาม SDG

- ในด้านการมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี (SDG ข้อ 3)  อัตราการเสียชีวิตของมารดา ทารกที่รอดชีวิตที่ได้รับวัคซีน 2 ชนิดที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ และความเป็นอยู่ที่ดี ถือว่าได้บรรลุตาม SDG

- ในด้านความเท่าเทียมทางเพศ (SDG ข้อ 5) อัตราส่วนการมีส่วนร่วมของแรงงานหญิงต่อชาย จัดอยู่ว่าได้บรรลุตาม SDG และอยู่ในแนวทางหรือรักษาความสำเร็จตาม SDG

- ในด้านการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (SDG ข้อ 11) สัดส่วนของประชากรในเมืองที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดและการเข้าถึงแหล่งน้ำที่ได้รับการปรับปรุง ระบบท่อ (% ของประชากรในเมือง) ได้รับการประเมินว่าอยู่ในแนวทางหรือรักษาความสำเร็จตาม SDG

- ในขณะที่ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของฝุ่นละอองต่อปีน้อยกว่า เส้นผ่านศูนย์กลาง 2.5 ไมครอน (PM2.5) ได้รับการประเมินว่าดีขึ้นปานกลาง นอกการนั้น ความพึงพอใจต่อการขนส่งสาธารณะได้รับการประเมิน บรรลุตาม SDG

- ในด้านการผลิตและบริโภคที่ยั่งยืน (SDG ข้อ 12) ประเด็นการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) ในการผลิตและการปล่อยก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) จากการนำเข้า บรรลุตาม SDG การปล่อยไนโตรเจนที่รวมอยู่ในการนำเข้า บรรลุตาม SDG และยิ่งกว่านั้นยังได้รับการประเมินว่า อยู่ในแนวทางหรือรักษาความสำเร็จตาม SDG

- สำหรับด้านความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG ข้อ 17) ตัวบ่งชี้ประสิทธิภาพทางสถิติ (SPI) ได้รับการประเมินบรรลุตาม SDG และอยู่ในแนวทางหรือรักษาความสำเร็จตาม SDG

แม้ว่าจะมีความคืบหน้าที่ดีมากมายให้เฉลิมฉลอง แต่ก็ยังมีช่องว่างสำหรับการปรับปรุงอีกหลายด้าน อาทิ ด้านการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (SDG ข้อ 11)  ค่าเฉลี่ยรายปีของความเข้มข้นของฝุ่นละอองขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 2.5 ไมครอน (PM2.5) ยังคงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ แต่ดูเหมือนจะไม่น่าแปลกใจมากนัก เนื่องจากปัญหา PM 2.5 เป็นหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่เราทุกคนเผชิญในช่วงสองสามปีที่ผ่านมาอยู่แล้ว เราสามารถสัมผัสผลกระทบอันเป็นอันตรายของ PM 2.5 ได้ในชีวิตประจำวันของเรา บางวัน การนำอากาศเข้าสู่ร่างกายของเรานั่นเป็นเรื่องอันตราย ทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชน ต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ อย่างน้อยเราทุกคนสามารถช่วยเปลี่ยนสีส้มเป็น สีเหลืองหรือถ้าดีที่สุดควรให้ผลประเมินเป็นสีเขียว

อีกหนึ่งด้านที่จำเป็นต้องดำเนินการอย่างเร่งด่วน คือ การรักษาระบบนิเวศบนบก (SDG ข้อ 15) การตัดไม้ทำลายป่าอย่างถาวร แสดงผลสีแดง ซึ่งหมายถึงความท้าทายที่ยิ่งใหญ่มาก ตอกย้ำความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องดำเนินการอย่างรวดเร็วก่อนที่จะสายเกินไป

การที่ประเทศไทยรักษาตำแหน่งอันดับ 1 ในภูมิภาคมาได้ถึง 5 ปีแสดงได้ถึงความมุ่งมั่นเอาจริงของทุกภาคส่วน แต่สิ่งสำคัญคือต้องอดทนและปรับปรุงอย่างต่อเนื่องเพื่อให้แน่ใจว่าจะได้ผลลัพธ์ที่น่าพึงพอใจยิ่งขึ้นในปีต่อๆ ไปข้างหน้า ทุกภาคส่วนไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคธุรกิจ และประชาชนควรมีบทบาทและสนับสนุนซึ่งกันและกัน มุ่งมั่นเพื่อผลลัพธ์ที่ดียิ่งขึ้นไป

 

Reference: 

https://www.thansettakij.com/ 

https://www.undp.org/

https://dashboards.sdgindex.org/profiles/thailand

idownload
gplay
istore