ท่ามกลางกระแสคลื่นแห่งเทคโนโลยีที่ถาโถม ทั้ง AI, VR, และ Metaverse คำถามสำคัญที่ดังก้องอยู่ในใจกลางการพัฒนาเมืองคือ เรากำลัง "บ้าเห่อ" กับนวัตกรรม หรือกำลังสร้าง "อนาคตที่น่าอยู่" ให้กับผู้คนอย่างแท้จริง? เวทีเสวนา "Sustainable and livable City Expo (SLiCx)" ซึ่งจัดขึ้นภายในงานมหกรรมด้านความยั่งยืน Sustainability Expo 2025 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้กลายเป็นหมุดหมายสำคัญในการตอบคำถามนี้ โดยการรวมพลังจากทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และผู้ประกอบการทั้งไทยและต่างประเทศ เพื่อร่วมกันออกแบบอนาคตของเมืองอัจฉริยะที่ยั่งยืนและน่าอยู่ยิ่งขึ้น
"เข้าใจประชาชน" คือหัวใจ แม้มีเงินและเจตนาดี
ไฮไลท์สำคัญเริ่มต้นด้วยเวที “What’s a citizen-centric smart city?” โดย ดร.นน อัครประเสริฐกุล ผู้เชี่ยวชาญอาวุโส ฝ่ายส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ (depa) ได้จุดประเด็นไว้อย่างน่าสนใจว่า “ต่อให้เราตั้งใจที่ดีและมีเงิน แต่ไม่เข้าใจประชาชน ก็เป็นการทิ้งเงินเปล่า” พร้อมเสนอแนวทาง 4P (Purpose, Pratical, Proof, People) เพื่อสร้างเมืองที่ประชาชนมีส่วนร่วมขับเคลื่อน
ดร.นน ได้เตือนสติถึง "ความบ้าเห่อ" ในการใช้เทคโนโลยี และสรุปทิ้งท้ายว่า เทคโนโลยีควรเข้ามาจัดการงานที่ "อันตราย", "น่าเบื่อ" หรืองาน "ซ้ำ ๆ ซาก ๆ" เพื่อ "ให้มนุษย์เราได้มีเวลาเดินเล่น มีเวลาการศึกษาเพิ่มเติม และมีเวลาสำหรับการให้ความรักแก่กัน”

นวัตกรรมจับต้องได้: จากการวัดฝุ่นในบ้าน สู่คาร์บอนเครดิตส่วนบุคคล
ภายในงานยังมีการนำเสนอโซลูชันที่เป็นรูปธรรม ในเซสชัน Business Presentation "Clean air for all" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการระดมทุน (Pitch Competition) ต่อนักลงทุน โดยมีนวัตกรรมที่น่าจับตามากมาย อาทิ:
Pangen Company: เปิดตัว "Carbon Act" แพลตฟอร์ม AI ช่วยคำนวณก๊าซเรือนกระจก ที่แม่นยำกว่าคน ลดค่าใช้จ่ายและเวลาได้ถึง 60%
Vekin Company: นำเสนอ "CERO platform" ที่เปลี่ยนพฤติกรรมรักษ์โลกในชีวิตประจำวัน เช่น การไม่ใช้พลาสติก หรือการปลูกป่า มาคำนวณเป็น Personal Carbon Credit
Alertgenz Company: เผยโฉม "Alex-X" เครื่องวัดไรฝุ่นภายในบ้าน เพื่อแก้ปัญหาภูมิแพ้ของคนไทยที่เกือบ 80% แพ้ไรฝุ่น
Moreloop Company: ตลาดกลางออนไลน์ที่นำเศษผ้าเหลือใช้จากอุตสาหกรรมแฟชั่น มาสร้างสรรค์ใหม่ ลดการปล่อย CO2
Planetcomm Public Company: นำเสนอการพัฒนาระบบ SOS และ Command Center เพื่อยกระดับการแจ้งเหตุฉุกเฉิน 191 ให้แม่นยำและรวดเร็วขึ้น

เสียงสะท้อนจากทั่วโลก: "ผลประโยชน์ระยะยาว" และ "ข้อมูล" คือกุญแจ
มุมมองระดับโลกถูกถ่ายทอดโดย คุณ LUIS MAO ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ SMART CITY EXPO WORLD CONGRESS (SCEWC) ผู้ทำหน้าที่เป็น "คนกลาง" เชื่อมโยงอุปสงค์และอุปทาน และพร้อมสนับสนุนการลงทุนให้บริษัทที่มีโซลูชันที่ตรงจุด
ในขณะที่เวที “Smart & Livable city : urban city development” สะท้อนการลงมือทำจริง คุณพอล กาญจนพาสน์ (Bangkok Land) กล่าวถึงแอปพลิเคชันที่ช่วยจ่ายบิลว่า แม้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ก็ “คืนชีวิตและเวลาให้คนได้ไปใช้ชีวิตมากกว่าเดิม” ด้าน คุณ เจ วาย เฉิน (iWOW Technology) ชี้ว่าข้อมูลของพวกเขามีส่วนสำคัญที่ช่วยให้สิงคโปร์มีผู้เสียชีวิตในช่วงล็อกดาวน์โควิดเพียง 350 คนจาก 1 ล้านคน
ส่วน คุณ เกรซ เดอ ลีออน จาก Christchurch City Council, New Zealand ได้แชร์กลยุทธ์การเจรจากับผู้มีอำนาจว่า ต้องชี้ให้เห็น "ประโยชน์ที่มากกว่าเงิน" และผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว (long-term ROI) ไม่ใช่มองแค่ผลตอบแทนระยะสั้น

อนาคตโลจิสติกส์: เอกชนต้องการ "นโยบายที่ชัดเจน"
การเสวนาปิดท้ายด้วยเวที "Smart logistics" ที่มองไปถึงโครงสร้างพื้นฐานแห่งอนาคต คุณชวชิต สุนทรศารทูล (ไปรษณีย์ไทย) กล่าวถึงแผน "digital mailbox" ที่จะเปลี่ยนจาก physical touch เป็น digital touch เพื่อลดคาร์บอน
ด้านคุณณัฐภูมิ เปาวรัตน์ (SCGJWD Logistics) ได้สะท้อนเสียงภาคเอกชนอย่างตรงไปตรงมาว่า “สิ่งที่จะผลักดันให้ภาคเอกชนจริง ๆ คือภาครัฐต้องกำหนดนโยบายที่ชัดเจน และแม่นยำ” เพราะปัจจุบันยัง "ต่างคนต่างทำ" และจำเป็นต้องมีนโยบายที่มีเสถียรภาพ โดยมีบทสรุปที่ทรงพลังจาก คุณสันติสุข คล่องใช้ยา (Asia Aviation) ที่ว่า “เราต้องทำเมืองให้ smart และ livable ไม่ใช่เพียงคนรุ่นเรา แต่เป็นรุ่นต่อไปด้วย”
