34 ปีที่ผ่านมามีการส่งเสริมการปลูกป่าแบบมิยาวากิในประเทศไทย ตอนนี้ได้ปลูกป่าไปแล้ว 61 แห่งทั่วประเทศไทย และทุกแห่งประจักษ์ชัดว่า เราสามารถสร้างป่าได้ภายใน 10ปี เทียบกับหากปล่อยให้ป่าฟื้นฟูโดยธรรมชาติแบบเดิมจะใช้เวลาถึง 200 ปี เช่นเดียวกับการปลูกป่าที่ไร่เชิญตะวัน ปรากฏว่าภายใน 1ปีสร้างความหลากหลายเกิดขึ้น"เกิดขึ้น เน้นการปลูกไม้ท้องถิ่น เมื่อคนได้เข้ามาในป่า เรียกว่าการอาบป่า เป็นเทรนของโลกในขณะนี้ จิตใจของเราใกล้ชิดกับธรรมชาติสัมผัสกับธรรมชาติมากขึ้น ลดความเครียด เหล่านี้คือมรรคผลของการปลูกป่าแบบมิยาวากิ

พระเมธีวชิโรดม (ว.วชิรเมธี) ได้บรรยายธรรมในงาน Sustainability Expo 2025 (SX) เมื่อช่วงปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา เผยให้เห็นความสำเร็จของการปลูกป่าแบบมิยาวากิในประเทศไทยที่ดำเนินการมายาวนาน 34 ปี พร้อมชี้ให้เห็นว่าวิธีการนี้อาจเป็นความหวังสำคัญในการแก้ไขวิกฤตสิ่งแวดล้อมของโลก
ปัญหาวิกฤตสิ่งแวดล้อมตามแนวอริยสัจ
ท่าน ว.วชิรเมธี วิเคราะห์ปัญหาสิ่งแวดล้อมผ่านหลักอริยสัจสี่ทางพุทธศาสนา โดยมอง "ทุกข์" ของโลกปัจจุบันว่าเป็นสภาพอากาศแปรปรวน น้ำในทะเลสาบบนเทือกเขาหิมาลัยเหือดแห้ง ปัญหาฝุ่น PM 2.5 ที่ทำให้มีผู้ป่วยโรคภูมิแพ้ถึง 37,000 คนในเดือนพฤศจิกายนปีที่แล้ว
ท่านยังยกตัวอย่างสถานการณ์วิกฤตในจังหวัดเชียงราย ซึ่งประสบอุทกภัยหนักในรอบ 100 ปี พร้อมกับปัญหาน้ำเสียจากเหมืองแร่ทองคำกว่า 22 แห่งที่ปนเปื้อนลงสู่แม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก และแม่น้ำโขง จนทำให้กิจกรรมท่องเที่ยวทางน้ำต้องหยุดชะงัก
"สาเหตุที่โลกป่วยเมื่อใช้คำสั้นๆคือ 'การพัฒนาที่ไม่ยั่งยืน' เพราะเราสูบดิน สูบฟ้า เอาปรนเปรอกิเลสของมนุษย์ และไม่คำนึงถึงผลกระทบข้างเคียง" ท่านกล่าว

โรคอารยธรรมยุคใหม่
ท่าน ว.วชิรเมธี ชี้ว่าปัญหาสิ่งแวดล้อมเชื่อมโยงกับ "โรคอารยธรรม" ที่เกิดจากการเหินห่างจากธรรมชาติ โดยเฉพาะการติดโซเชียลมีเดียที่สร้างความหยาบคายและความเครียดให้สังคม จนมีหมอในญี่ปุ่นเริ่มสั่งจ่าย "ยา" แบบใหม่ให้ผู้ป่วยบางรายไปชมงานศิลปะในแกลเลอรี แทนการกินยาแก้ปวดทั่วไป
ท่านเสนอแนวทางแก้ไขว่าต้อง "เบาๆกับโลกหน่อย" และเปลี่ยนทัศนคติจากการ "พิชิตธรรมชาติ" เป็น "อยู่กับธรรมชาติอย่างกัลยาณมิตร" พร้อมเลิกมองมนุษย์เป็นศูนย์กลาง แต่เข้าใจว่า "สรรพสิ่งล้วนอิงอาศัยกัน สิ่งหนึ่งมีเพราะสิ่งหนึ่งมี ทุกสิ่งเชื่อมร้อยกัน"
ความหวังจากป่ามิยาวากิ
ดร. สิรินทร์ และดร. อนงค์ แก้วละเอียด คู่สามีภรรยานักวิชาการผู้เชี่ยวชาญด้านการฟื้นฟูระบบนิเวศ เป็นผู้นำแนวคิดการปลูกป่าแบบมิยาวากิเข้ามาในไทยเมื่อ 34 ปีก่อน โดยได้รับการถ่ายทอดความรู้จาก ศ. ดร. อาคิระ มิยาวากิ นักพฤกษศาสตร์ชาวญี่ปุ่นผู้ล่วงลับไปเมื่อ 3 ปีที่แล้ว

ศ. ดร. มิยาวากิได้ใช้เวลา 10 ปีสำรวจและศึกษาพันธุ์พืชทั่วประเทศญี่ปุ่น จัดทำเป็นสารานุกรมพันธุ์พืช และค้นพบว่าหากปล่อยให้ป่าฟื้นฟูตามธรรมชาติจะใช้เวลาถึง 200 ปี แต่ด้วยวิธีการของท่านสามารถสร้างป่าได้ภายใน 10 ปี และป่าที่สร้างขึ้นสามารถอยู่ได้ถึง 9,000 ปี
ดร. อนงค์เผยว่าองค์การสหประชาชาติร่วมกับกลุ่มประเทศจี 20 ได้ประกาศปฏิญญายาโกโฮมา ให้การสร้าง "ป่ามิยาวากิ" เป็นแนวทางส่งเสริมการปลูกป่าทั่วโลก

ผลสำเร็จในไทย 61 แห่ง
"ตอนนี้ได้ปลูกป่าไปแล้ว 61 แห่งทั่วประเทศไทย และทุกแห่งประจักษ์ชัดว่าเราสามารถสร้างป่าได้ภายใน 10 ปี" ดร. อนงค์กล่าว
ที่ไร่เชิญตะวันซึ่งเป็นหนึ่งในพื้นที่นำร่อง ภายใน 1 ปีสามารถสร้างความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างเห็นได้ชัด โดยเน้นการปลูกไม้ท้องถิ่นที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่
เทคนิคสำคัญของการปลูกป่ามิยาวากิ
ดร. สิรินทร์อธิบายว่าจุดเด่นของวิธีการนี้คือ:
• การเลือกพันธุ์ไม้: ต้องเป็นไม้ท้องถิ่นที่เพาะจากเมล็ดเพื่อให้มีรากแก้วแข็งแรง ไม่ใช่ไม้ล้อมที่อายุสั้น
• การเตรียมดิน: ไถพรวนให้ร่วนซุย อาจเติมปุ๋ยเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์
• การปลูกหนาแน่น: ในพื้นที่ 1 ตารางเมตรปลูก 3-4 ต้น ปลูกคละชนิดทั้งไม้ยืนต้นและไม้รอง อย่างน้อย 3 โครงสร้าง
• การดูแลรากกล้า: ต้องจุ่มกล้าในถุงดำลงน้ำก่อนปลูก ขุดหลุมให้ใหญ่กว่ากล้า 5 เท่า และบีบดินให้กระชับกับราก

อาบป่า: มรรคผลแห่งการปลูกป่า
"เมื่อคนได้เข้ามาในป่า เรียกว่าการอาบป่า เป็นเทรนของโลกในขณะนี้ จิตใจของเราใกล้ชิดกับธรรมชาติสัมผัสกับธรรมชาติมากขึ้น ลดความเครียด เหล่านี้คือมรรคผลของการปลูกป่าแบบมิยาวากิ" ท่าน ว.วชิรเมธี กล่าวทิ้งท้าย