ในยุคที่ชีวิตรายล้อมไปด้วยเสียงแจ้งเตือน สิ่งเร้าและข้อมูลรอบด้าน หลายครั้งเราพบว่าความคิดของตัวเองถูกกลบฝังจนแทบไม่ได้ยินเสียง เวิร์กชอป “Write Your Inner Journey” จึงถูกออกแบบมาเพื่อคืนพื้นที่ให้กับ “เสียงในใจ” ผ่านกระบวนการเขียนที่เรียบง่าย แต่ทรงพลัง
กิจกรรมจัดขึ้นเมื่อวันที่ 30 กันยายน 2025 เวลา 16:00–17:00 น. ในโซน SX IDEA LAB ของงาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 (SX2025) ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ โดยมี คุณอนุสรณ์ ติปยานนท์ นักเขียนอิสระ ผู้เชื่อว่าการเขียนไม่จำเป็นต้องงดงามหรือสมบูรณ์พร้อม แต่การเขียนคือเครื่องมือที่ช่วยให้เรา “พูดคุยกับตัวเอง” และเรียนรู้ที่จะรับฟังใจอย่างลึกซึ้ง

การเดินทางผ่าน 4 รูปแบบของการเขียน
คุณอนุสรณ์ พาผู้เข้าร่วมค่อย ๆ ก้าวเข้าสู่โลกของการเขียน ผ่าน 4 รูปแบบการเขียน โดยแต่ละแบบทำหน้าที่แตกต่างกัน เหมือนการเปิดประตูใจที่ลึกลงไปทีละชั้น โดยอุปกรณ์ที่ใช้ขุดหาเสียงในใจของแต่ละคน มีเพียงสมุดเล่มเล็ก ๆ และปากกาเพียงหนึ่งด้ามเท่านั้น
1. Free Writing – ปลดปล่อยความคิดไม่ให้ค้างคา
ผู้เข้าร่วมถูกชวนให้เขียนทุกสิ่งที่ไหลเข้ามาในหัวอย่างอิสระ โดยไม่ต้องหยุดแก้ไขคำหรือคิดว่าจะเขียนถูกหรือสวยหรือไม่ ช่วงนี้ช่วยให้หลายคนได้ระบายความกังวล ความคิดฟุ้งซ่าน หรือเรื่องที่ค้างอยู่ในใจออกมาบนกระดาษ เพื่อทำให้ใจเบาลงและเริ่มมองเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น ผ่านหัวข้อง่าย ๆ ที่คุณอนุสรณ์ได้หยิบยกขึ้นมา คือ “เป้าหมายที่ต้องการทำให้สำเร็จก่อนวันสิ้นปี”
2. Detail Writing – ฟังเสียงความทรงจำและสิ่งเล็ก ๆ
ในรูปแบบต่อมา ผู้เข้าร่วมทุกคนได้รับโจทย์ที่แสนจะธรรมดา แต่แฝงไปด้วยความทรงจำมากมาย คือ “เล่าห้องนอนในอดีตที่ฉันผูกพัน” โดยการเขียนในลักษณะนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้หวนรำลึกถึงช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยเรื่องราวและอารมณ์ในแบบฉบับของตัวเอง ได้ใส่ใจรายละเอียด สังเกตความรู้สึกเล็ก ๆ ที่ซ่อนอยู่ในความทรงจำ และพัฒนาทักษะการเล่าเรื่องออกมาเป็นตัวหนังสืออย่างมีชีวิตชีวา

3. Haiku Writing – ค้นพบความหมายของความเรียบง่ายใน 3 วรรค
คุณอนุสรณ์ พาผู้เข้าร่วมลองทำความรู้จักกับ Haiku (ไฮกุ) หรือการเขียนบทกวีสั้น 3 บรรทัดตามแบบฉบับกวีญี่ปุ่น เช่น แมวสีส้ม กระโดดสูง หน้าบ้าน เพื่อฝึกการถ่ายทอดภาพและอารมณ์ในถ้อยคำที่กระชับ ตรงประเด็น ช่วยให้เกิดการสร้างมุมมองใหม่ หรือแนวคิดใหม่หลังจากนำถ้อยคำที่สั้นกระชับเหล่านั้นมารวมกัน แม้บางคำที่เขียนอาจไม่มีความเกี่ยวข้องกันเลยก็ตาม นอกจากนี้ยังเป็นวิธีช่วยทำให้เราอยู่กับปัจจุบัน จับภาพและความรู้สึก ณ ขณะนั้นได้อย่างแจ่มชัด
4. Gratitude Writing – เขียนเพื่อขอบคุณและเยียวยาใจ
ปิดท้ายกิจกรรมด้วยรูปแบบการเขียนที่ให้ทุกคนเขียนจดหมายสั้น ๆ เพื่อขอบคุณตัวเองหรือคนใกล้ตัว ในหัวข้อ “จุด จุด จุด วันนี้เธอเก่งมากนะ ฉันจึงอยากบอกว่า” ในช่วงเวลาท้ายกิจกรรมนี้จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศอันอบอุ่น หลายคนยอมรับว่าการเขียนขอบคุณทำให้ตระหนักถึงสิ่งดี ๆ รอบตัว และรู้สึกอ่อนโยนกับตัวเองมากขึ้น

“การเขียนมันทำให้เรามีเครื่องมือที่จะใช้พาตัวเองออกจากความไม่สบายใจ ความวุ่นวาย ความอะไรต่อมิอะไรในแต่ละวัน ปัจจุบันเราไม่ค่อยได้ให้เวลาอยู่กับตัวเอง การรื้อฟื้นตัวการเขียนมันก็ทำให้เราได้เข้าใจวิธีการที่จะพูดคุยกับตัวเอง ท่ามกลางเสียงรอบตัวจำนวนมากที่มันเกิดขึ้นในโลกปัจจุบัน” คุณอนุสรณ์ ติปยานนท์ กล่าว
ตลอดหนึ่งชั่วโมงของเวิร์กชอป Write Your Inner Journey จาก คุณอนุสรณ์ ติปยานนท์ ผู้เข้าร่วมทุกคนต่างได้สัมผัสว่าการเขียนไม่จำเป็นต้องสวยงามหรือสมบูรณ์แบบ แต่คือเครื่องมือเรียบง่ายที่ช่วยจัดระเบียบความคิด ทำให้ใจสงบ มองเห็นตัวเองชัดเจนขึ้น และตระหนักว่าบางครั้งการพัฒนาตัวเองทำได้ง่าย แค่เริ่มจากการนั่งลง เปิดสมุด และเขียนสิ่งที่อยู่ในหัวลงไป หลายคนได้ออกจากห้องเวิร์กชอปพร้อมสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยรอยขีดเขียนเล็ก ๆ แต่เต็มไปด้วยพลังบวกและการรับฟังใจตนเองอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน