คริสตัล x ไทยวาฬ จัดใหญ่ “WASTE TO WOW!” เวิร์กชอป “วิชชุลดา”
ชวนเปลี่ยนขยะเป็นงานศิลป์ สานต่อเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างสร้างสรรค์
กิจกรรมเวิร์กชอป “WASTE TO WOW! WORKSHOP BY WISHULADA” จัดขึ้นโดย คริสตัล (CRYSTAL) และ ไทยวาฬ (THAIWHALES) ซึ่งเป็นกิจกรรมส่วนหนึ่งของ งาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) ซึ่งเป็นกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การเปลี่ยนขยะเป็นงานศิลปะ (Turning Trash to Treasure Art) ภายใต้การนำของ คุณวิชชุลดา ปันทรานุวงศ์ ศิลปินด้านสิ่งแวดล้อม และผู้ก่อตั้ง Social Enterprise (SE) ด้านการอัพไซเคิล (Upcycle)

เปลี่ยนขยะสู่ขุมทรัพย์งานศิลป์ (Turning Trash to Treasure Art)
คุณวิชชุลดา ได้แนะนำตัวในฐานะผู้ที่ทำงานศิลปะจากวัสดุเหลือใช้ และเชื่อว่าขยะที่อยู่บนโลกไม่ได้มีแค่พลาสติก แต่รวมถึงเศษวัสดุทุกประเภทที่หากไม่คัดแยกอย่างถูกวิธี จะสามารถสร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ แนวคิดหลักที่เธอใช้คือ “Turning Trash to Treasure Art” โดยมีเป้าหมายเพื่อ เปลี่ยนขยะให้กลายมาเป็นงานศิลปะ เธอให้เหตุผลว่า การใช้ความคิดสร้างสรรค์และงานศิลปะช่วยทำให้เรื่องที่เข้าใจยาก เช่น เรื่องของ Sustainable Development Goals (SDG), เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy หรือ CE) และการอัพไซเคิล เป็นเรื่องที่เข้าถึงง่าย สวยงาม และเกิดความเพลิดเพลิน

กิจกรรมนี้ได้เน้นย้ำถึงแนวคิดของ ความยั่งยืน (Sustainable) ที่ต้องโฟกัสไปที่ 3 องค์ประกอบหลักคือ People (ผู้คน), Planet (โลก), และ Profit (ผลกำไร) คุณวิชชุลดาได้อธิบายว่า แนวคิดนี้ต้องเริ่มต้นจากการ Rethink ตั้งแต่กระบวนการออกแบบ เพื่อลดการใช้ (Reduce) และการอัพไซเคิล (Upcycle)
มีการอธิบายความแตกต่างที่สำคัญระหว่าง Upcycle และ Recycle ว่า การอัพไซเคิลคือกระบวนการที่เพิ่มทั้ง คุณค่าและมูลค่า ให้กับวัสดุเหลือใช้ โดยที่ผู้คนยังคงเห็นตัววัสดุเดิมอยู่ แต่ถูกสร้างสรรค์ขึ้นมาใหม่ ในขณะที่การรีไซเคิลต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่ในการหลอมและเข้าสู่กระบวนการทำเป็นของชิ้นใหม่
วัตถุดิบเหลือใช้สู่ชิ้นงานที่มีคุณค่า
วัสดุที่นำมาใช้ในการเวิร์กชอปตกแต่งกระเป๋าในวันนี้มีหลากหลายประเภท ซึ่งส่วนใหญ่จัดอยู่ในกลุ่ม Post-consumer waste หรือขยะที่ผ่านการใช้งานแล้ว ได้แก่ ฉลากคริสตัล, กระป๋องอลูมิเนียมที่ถูกตัดเป็นชิ้นเล็กๆ, บัตรโดยสารรถไฟฟ้า, ลูกปัดไม้ และลวดกำมะหยี่ (ลวดกำมะหยี่ถูกเลือกใช้เพื่อให้มีความนุ่มนวลและไม่บาดมือผู้เข้าร่วม)

ผู้เข้าร่วมกิจกรรมถูกแนะนำให้ใช้แนวคิดในการออกแบบโดยคำนึงถึง 3 หัวข้อหลักคือ คิดว่าชิ้นงานนี้จะให้ ใคร (ตนเอง, พ่อแม่, เพื่อน, คนรัก), ไลฟ์สไตล์และสีที่ผู้รับชื่นชอบ, และจะมอบให้ในช่วง ไหน เพื่อให้เกิดไอเดียในการสร้างสรรค์ผลงานที่ตรงใจที่สุด
นอกจากนี้ กิจกรรมยังมีการยกตัวอย่างการ “Rethink” ตั้งแต่ต้นทาง ด้วยการชี้ให้เห็นถึงการออกแบบขวดน้ำคริสตัลที่ ฝาติดอยู่กับขวด เหตุผลในการออกแบบนี้คือเพื่อทำให้วัสดุเหลือใช้รวมกันเป็นชิ้นเดียวทั้งหมด เมื่อคัดแยกไปรีไซเคิลก็จะสามารถเข้าสู่กระบวนการได้ครบถ้วน และเป็นการลดขยะที่จะหลุดร่วงไปตามดินหรือน้ำ ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้

ไอเดียสร้างสรรค์จากผู้เข้าร่วม
ผลงานที่ออกมาจากผู้เข้าร่วมเวิร์กชอปนั้นแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ที่น่ารักและโดดเด่นมาก ผู้เข้าร่วมได้ใช้เทคนิคต่างๆ ทั้งการระบายสีด้วยปากกาที่ติดทน, การใช้เข็มด้ายสำหรับผู้ที่ถนัดเย็บปักถักร้อย, หรือการใช้ลวดกำมะหยี่ที่มีความยืดหยุ่นดัดเป็นรูปทรงต่างๆ เช่น ดอกไม้หรือใบไม้
ผู้เข้าร่วมบางท่านได้แชร์แรงบันดาลใจ โดยระบุว่าตั้งใจออกแบบกระเป๋าที่สะท้อนความมีสองด้านของมนุษย์ คือ ด้านที่แข็งแกร่ง (จากผ้าหรือวัสดุที่ทนทาน) และด้านที่อ่อนหวาน (จากลวดลายดอกไม้) ขณะที่ผู้เข้าร่วมบางรายเลือกที่จะใช้เทคนิคที่ง่ายที่สุด เช่น การม้วนขดลวดสีๆ และใช้เข็มกลัดร้อยลูกปัดติดแทนการเย็บ

ในตอนท้าย คุณวิชชุลดาได้ย้ำเตือนให้ผู้เข้าร่วมเก็บรายละเอียดของชิ้นงานให้เรียบร้อย และมั่นใจว่าวัสดุที่ตกแต่งจะ ทนทาน ไม่หลุดร่วง เพราะหลักการของ CE คือการสร้างชิ้นงานที่สามารถ เอาไปใช้งานได้จริง

นอกจานี้ยังเชิญชวนไปเยี่ยมชมโซน SX KIDS Zone ของคริสตัลที่ชั้น LG ของงาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) ซึ่งมีน้องวาฬตัวใหญ่ เพื่อเรียนรู้ความสำคัญของวาฬต่อระบบนิเวศทางทะเลไทย ผู้เข้าร่วมทุกคนยังได้รับของที่ระลึกเป็นกระเป๋าแฮนด์เมดน่ารักๆ กลับบ้านไปด้วย