หน้าหลัก
Oct 03, 2025
MEA เดินหน้า “Green in Process” มุ่งสู่เมืองน่าอยู่ ทันสมัย และปลอดภัย
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

การไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือ กฟน. ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนความยั่งยืนของเมืองมหานคร บนเวที SX TALK STAGE ในงาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน โดยเปิดเผยถึงนวัตกรรมและมาตรการเชิงรูปธรรมในการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และยกระดับคุณภาพชีวิตของคนเมือง โดยได้รับเกียรติจาก คุณพิศณุ ตันติถาวร รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (ยุทธศาสตร์องค์กรและความยั่งยืน) บอกเล่าเรื่องราวของ “Green in Process” มุ่งสู่เมืองน่าอยู่ ทันสมัย และปลอดภัย และคุณวรรณสิงห์ ประเสริฐกุล นักทำสารคดีเถื่อนTravel และนักกิจกรรมด้านสิ่งแวดล้อม เป็นผู้ดำเนินรายการ

ภายใต้วิสัยทัศน์ “พลังงานเพื่อชีวิตเมืองมหานคร” MEA ซึ่งเป็นผู้จัดจำหน่ายไฟฟ้า ไม่ใช่ผู้ผลิต ได้เน้นย้ำถึงบทบาทสำคัญในการเป็น “โลจิสติกส์ด้านไฟฟ้า” ที่มุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในการขนส่งพลังงานให้ได้น้อยที่สุด พร้อมชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงด้านพลังงานคือพื้นฐานของทุกอย่างของความยั่งยืน.

ยกระดับระบบจำหน่าย: นำสายไฟลงดินเพื่อความสวยงามและความมั่นคง

คุณพิศณุ ตันติถาวร รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (ยุทธศาสตร์องค์กรและความยั่งยืน) กล่าวว่า “โครงการสำคัญที่ถูกกล่าวถึงอย่างเด่นชัดคือ โครงการนำสายไฟฟ้าลงใต้ดิน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การนำสายไฟลงดินได้ส่งผลดีต่อภูมิทัศน์ของเมืองอย่างชัดเจน ทำให้ต้นไม้สองข้างทางสามารถเจริญเติบโตได้สวยงาม”

MEA ได้ดำเนินการนำสายไฟลงดินอย่างต่อเนื่องในพื้นที่สำคัญ โดยเฉพาะย่านธุรกิจและตามแนวรถไฟฟ้า อาทิ สีลม สยาม เพลินจิต จนถึงจตุจักร ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปแล้วเกือบ 80% ของโครงข่ายในย่านใจกลางเมือง. เป้าหมายต่อไปคือการขยายโครงข่ายลงดินให้ครอบคลุมถึง 300 กว่ากิโลเมตร ในพื้นที่รับผิดชอบทั้งหมด

ทั้งนี้ MEA ได้ชี้แจงความเข้าใจผิดที่ประชาชนมักเรียก “สายสื่อสาร” ที่ยังระโยงระยางว่า “สายไฟ” MEA ได้ตระหนักถึงปัญหานี้และกำลังดำเนินการจัดระเบียบสายสื่อสารร่วมกับ กสทช. และผู้ประกอบการ แม้ว่าจะไม่ใช่อำนาจหน้าที่โดยตรงขององค์กรก็ตาม

ส่งเสริมนวัตกรรมพลังงานสะอาดควบคู่มาตรฐานความปลอดภัย

นอกจากการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานแล้ว MEA ยังมุ่งเน้นการส่งเสริมพลังงานสะอาดแก่ภาคประชาชน โดยเฉพาะการสนับสนุนให้ครัวเรือนติดตั้ง Solar Rooftop ในเขตเมือง ซึ่งนอกจากจะช่วยประหยัดพลังงานแล้ว ยังเป็นการสร้าง Green Energy อีกด้วย

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านไฟฟ้า MEA ได้เน้นย้ำถึงบทบาทในการกำหนดมาตรฐานและความปลอดภัยของการติดตั้ง องค์กรได้ให้ความรู้ ตรวจสอบ และออกมาตรฐานเพื่อความปลอดภัยของประชาชน เนื่องจากหากการใช้พลังงานสะอาดไม่มีความปลอดภัย อาจกลายเป็นอันตรายได้ บทบาทนี้รวมถึงการกำหนดมาตรฐานสำหรับ การติดตั้ง EV Charger ในที่พักอาศัย ซึ่งปัจจุบันกำลังเป็นที่นิยม นอกจากนี้ MEA ยังพยายามขับเคลื่อนการใช้งาน รถยนต์ไฟฟ้า (EV) โดยการติดตั้งสถานีชาร์จร่วมกับพันธมิตร

พัฒนาเมือง 4 มิติ: น่าอยู่ ทันสมัย ปลอดภัย และสะดวกสบาย

MEA กำหนดวิสัยทัศน์ในการพัฒนาเมืองให้เป็น 1) น่าอยู่ 2) ทันสมัย 3) ปลอดภัย และ 4) สะดวกสบาย.

การบริการได้ถูกพัฒนาให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์นี้ เช่น การใช้แอปพลิเคชัน MEA Smart Life ซึ่งช่วยให้ประชาชนสามารถทำธุรกรรมกับ MEA ได้โดยไม่ต้องเดินทางมาที่ทำการ การบริการออนไลน์นี้ถือเป็น "ความสะดวกบวกกรีน" เพราะช่วยลดมลพิษจากการเดินทางและลดการใช้กระดาษ

ในด้านการดำเนินงานเบื้องหลัง MEA ได้พัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดกว่า 30 ปี อาทิ การปรับปรุงระบบศูนย์ควบคุมการจ่ายไฟ (สกาด้า) ให้ทันสมัยด้วย AI และการใช้ อุปกรณ์ Low Loss ในระบบจำหน่าย เพื่อลดค่าสูญเสียพลังงานที่อาจกลายเป็นความร้อน ซึ่งทำให้สิ่งแวดล้อมดีขึ้นและคุ้มค่ามากขึ้น กรุงเทพฯ และปริมณฑลสามจังหวัดใช้ไฟฟ้าสูงถึง 30% ของปริมาณการบริโภคไฟฟ้าของประเทศ ดังนั้น การดำเนินงานของ MEA จึงเป็นการทำในนามของภาพพจน์ประเทศ

ความยั่งยืน: จากจิตสำนึกสู่การร่วมสร้างสังคมสีเขียว

ความยั่งยืนในมุมมองของ MEA คือการทำให้เมืองและประชาชนสามารถอยู่ร่วมกันได้ยั่งยืนตลอดไป องค์กรไม่เพียงให้ความสำคัญกับ "Green in Process" (รักสิ่งแวดล้อมในกระบวนการทำงาน) เท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิติทางสังคมด้วย

MEA ชี้ว่า จิตสำนึก ในการรักสิ่งแวดล้อมเป็นรากฐานสำคัญ หากบุคลากรทุกคนมีจิตสำนึก จะช่วยให้ใช้ทรัพยากรน้อยที่สุด อย่างไรก็ตาม MEA ยอมรับว่า จิตสำนึกเพียงอย่างเดียวไม่พอ ความยั่งยืนต้องขับเคลื่อนด้วย กลไกภาครัฐและภาคเอกชน (Hard Side) เช่น กฎหมายและมาตรการจูงใจ (Incentive) ควบคู่ไปกับจิตสำนึก (Soft Side)

นอกจากนี้ MEA ยังได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาชุมชน การเพิ่มความปลอดภัย และการสร้างพื้นที่สีเขียว. ตัวอย่างโครงการที่ทำควบคู่ไปกับสิ่งแวดล้อมและสังคมคือ โครงการ ปักเต๋า ร่วมกับกองทัพเรือ และ ปลูกป่าชายเลน ที่ป้อมพระจุล

การเรียนรู้ร่วมกันเพื่ออนาคต

การเข้าร่วมงาน SX2025 เป็นโอกาสสำคัญที่ MEA ได้มาร่วมกระตุ้นจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมในสังคมไทย งานเช่นนี้เป็นเวทีในการ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และเรียนรู้วิธีการทำงานเพื่อความยั่งยืนจากองค์กรอื่น (copy and develop) MEA มองว่าความยั่งยืนไม่ใช่วิธีเลือก (optional) แต่เป็นสิ่งที่ ต้องทำ เพื่อให้โลกสามารถอยู่ต่อไปได้ในระยะยาว

idownload
gplay
istore