รามาธิบดีและทิศทางในอนาคต : การขยายของการแพทย์เฉพาะบุคคลและแม่นยำในประเทศไทย
การพัฒนาด้านนวัตกรรมทางการแพทย์มีส่วนช่วยให้วิวัฒนาการด้านการแพทย์ในประเทศไทยถูกพัฒนาขึ้นทัดเทียมกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านเทคโนโลยี อุปกรณ์ หรือการผลิตยา การพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ถือว่าเป็นการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรภายในประเทศ และการมีนวัตกรรมทางการแพทย์ที่หลากหลายยังช่วยลดค่าใช้จ่ายและลดความเหลือมล้ำในการเข้าถึงการแพทย์ของคนไทยซึ่งถือเป็นการพัฒนาที่มั่งคงและยั่งยืน
ในงานมหกรรมด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Expo 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา บนเวที SX TALK STAGE ได้เปิดพื้นที่พูดคุยถึงประเด็นนวัตกรรมด้านการแพทย์ที่ส่งผลต่อสุขภาพให้ดีมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม ภายใต้หัวข้อ “รามาธิบดีและทิศทางในอนาคต : การขยายของการแพทย์เฉพาะบุคคลและแม่นยำในประเทศไทย” โดยมี ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล, ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล และศ.นพ.ม.ล.ชาครีย์ กิติยากร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการและผู้อำนวยการศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มาแลกเปลี่ยนมุมมองของตน
ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา คณบดีคณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล เริ่มต้นกล่าวว่า วิทยาศาสตร์ทางการแพทย์ในประเทศไทย เสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมากกับการจัดซื้อยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์จากต่างประเทศตกปีละประมาณ 2 แสนล้านบาท หากสามารถพัฒนานวัตกรรมต่างๆ ขึ้นมาก็จะช่วยลดค่าใช้จ่ายในการนำเข้าและถือเป็นการพัฒนาที่ยั่งยืน
ในแง่ของการแพทย์เฉพาะบุคคล (Personalised Medicine) เป็นการเลือกการรักษาทางการแพทย์และการให้ยาในปริมาณที่เหมาะสมแก่ผู้ป่วยแบบจำเพาะต่อบุคคล โดยการขยายของการแพทย์เฉพาะบุคคลและแม่นยำในประเทศไทยจะอยู่ที่ 4 มิติหลัก คือ
- Precision Medicine การแพทย์แม่นยำ (Precision medicine) เป็นการรักษาแบบแม่นยำ โดยอาศัยข้อมูลทางพันธุกรรมของผู้ป่วย และข้อมูลในด้านวิถีชีวิต หรือสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาใช้ในการตรวจวินิจฉัย การเลือกรูปแบบการรักษา การใช้ยา รวมถึงการป้องกันโรคและสร้างเสริมสุขภาพ ที่จะส่งผลแบบตรงจุดและเหมาะสมที่สุดสำหรับผู้ป่วยแบบรายบุคคล ตัวอย่างเช่น การตรวจยีนก่อนการตั้งครรภ์, การตรวจอุจจาระเพื่อตรวจหาเชื้อภายในลำไส้และตรวจสุขภาพเบื้องต้น และการตรวจยีนเพื่อวินิจฉัยอาการแพ้ยา
- Drug Discovery การพัฒนายาขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะการพัฒนายาจากเซลล์ที่มีชีวิตลดการใช้สารเคมี
- Medical Diagnostics การนำเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) มาใช้ทางการแพทย์เพื่ออำนวยความสะดวกและเพิ่มความหลากหลายในการรักษา ปัจจุบันมีการศึกษาจีโนม ( Whole-genome study ) ซึ่งสามารถบอกถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคในอนาคตซึ่งสามารถนำมาปรับใช้ในเรื่องของสุขภาพได้ อีกทั้งยังมีการใช้เครื่องพิมพ์ 3D-BIOPLOTTER ปริ้นท์อวัยวะเทียมขึ้นมาใหม่ โดยใช้วัสดุเป็นไทเทเนียมซึ่งข้อดีคือไม่ขึ้นสนิม มาใช้แทนส่วนของกระดูกที่เสียหายไปในส่วนต่างๆ ซึ่งสามารถใช้ให้เหมาะสมในแต่ละคน, การใช้ AI ในการตรวจชิ้นเนื้อ เพื่อประมวลผลความผิดปกติ และให้แพทย์วินิจฉัยอย่างละเอียดอีกครั้ง, การส่องจอประสาทตา Digital Fundoscopy ซึ่งสามารถวินิจฉัยโรคเบาหวานได้จากการดูจอประสาทตาด้วยระบบดิจิตอล
- Robotics การใช้หุ่นยนต์ในการผ่าตัด เช่น การพัฒนาหุ่นยนต์ในการผ่าตัดกระดูกสันหลังเพื่อให้มีความแม่นยำขึ้น เป็นต้น
ศ.นพ.สุรเดช หงส์อิง อาจารย์ประจำภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง นวัตกรรมการรักษามะเร็งด้วยการตัดต่อยีนเม็ดเลือดขาวเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง ว่า การรักษามะเร็งด้วยเคมีบำบัดค่อนข้างทรมาน ปัจจุบันมีการรักษามะเร็งที่เรียกว่ายามุ่งเป้า (Targeted Therapy) เป็นการใช้ยาที่มีความเฉพาะเหมาะสมในการรักษาโรคมะเร็ง ทำให้สามารถยับยั้งการแบ่งและการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ ในส่วนของนวัตกรรมการรักษามะเร็งด้วยการตัดต่อยีนเม็ดเลือดขาวเพื่อทำลายเซลล์มะเร็ง มีความพิเศษที่เป็นการผสมผสานการรักษาแบบยามุ่งเป้าและการเตรียมยาเฉพาะบุคคล โดนเป็นการนำเซลล์เม็ดเลือดขาวของคนไข้หรือของพี่น้องคนไข้มาตัดต่อยีนในห้องทดลอง และจะเปลี่ยนแปลงเซลล์เม็ดเลือดขาวให้เหมาะสมกับเซลล์มะเร็งนั้น เพื่อเปลี่ยนแปลงเซลล์เม็ดเลือดขาวให้ต่อสู้กับเซลล์มะเร็งได้ถูกต้องและตรงจุด ต้นทุนของนวัตกรรมที่พัฒนานี้อยู่ที่ 7 แสนบาท สามารถจดสิทธิบัตรในนามของคนไทย อีกทั้งจะมีการจัดตั้งห้องแลปที่ได้มาตรฐาน (GMP) ได้รับการสนับสนุนจากนักลงทุนในประเทศไทยและ สวทช. เป็นการร่วมมือกันระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อสร้างความยั่งยืนทางการแพทย์ในไทย
ศ.นพ.ม.ล.ชาครีย์ กิติยากร ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายวิจัยและวิชาการและผู้อำนวยการศูนย์พัฒนานวัตกรรมทางการแพทย์คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวถึง การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์มีเซนไคมอลเฉพาะบุคคลในการแพทย์ฟื้นฟู (Personalized Mesenchymal Stem cell treatment in regenerative medicine) ว่า จะเน้นการรักษาผู้ป่วยที่เริ่มอายุมากขึ้น เมื่ออายุมากขึ้นสิ่งที่ตามมาก็จะเป็นโรคประจำตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคกระดูก โรคหัวใจ ซึ่งในปัจจุบันการรักษาโรคเหล่านี้ยังพัฒนาไม่มาก
สเต็มเซลล์ (stem cell) คือกลุ่มเซลล์ที่ยังไม่ได้ถูกร่างกายระบุว่าจะเติบโตไปเป็นเนื้อเยื่อประเภทไหน มีความสามารถที่จะแบ่งตัว กำเนิดใหม่ หรือเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์ที่มีหน้าที่เฉพาะ โดยสเต็มเซลล์สามารถใช้ในการรักษาหลายโรคที่ไม่สามารถรักษาด้วยวิธีปกติได้ และสเต็มเซลล์สามารถทดแทนเซลล์ที่สูญเสียไปหรือหลั่งสารออกมาเพื่อส่งเสริมการรักษา อีกทั้งสเต็มเซลล์ยังมีหลายประเภทอีกด้วย โดยสเต็มเซลล์ที่นำมาช่วยในการรักษา คือ สเต็มเซลล์มีเซนไคมอล( Mesenchymal Stem cell ) คุณสมบัติพิเศษของสเต็มเซลล์นี้ คือ มีความสามารถในการแบ่งตัวและแปลงเป็นเซลล์อื่นๆ ได้ในหลายๆ แบบ ที่มาของสเต็มเซลล์นี้มีมาจากหลายแห่ง ทั้งไขกระดูกและไขมัน การรักษาด้วยเซลล์แบ่งเป็น 2 แบบ ได้แก่ 1.การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ตนเอง (Autologous cell therapy) คือ การนำเซลล์ออกมาและแยกออกจากเซลล์อื่น และเพาะเลี้ยงให้โตขึ้น ตรวจสอบคุณภาพและฉีดกลับเข้าไปในร่างกายอีกครั้ง และ2.การบำบัดด้วยสเต็มเซลล์ผู้อื่น (Allagenic cell therapy)
ประเทศไทยเองก็มีผลิตภัณฑ์และการรักษาด้วยสเต็มเซลล์อยู่มาก แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่มากเช่นกัน โดยช่องว่างและโอกาสสำหรับสเต็มเซลล์ที่ได้รับมาตรฐาน GMP ในประเทศไทย มีดังนี้
- ผลิตภัณฑ์สเต็มเซลล์ที่ไม่ถูกควบคุมตามกฎหมายและมีคุณภาพไม่แน่นอน
- การขาดแคลนสถานที่ผลิตตรงตามมาตรฐาน GMP
- การขาดการศึกษาทางคลินิกเพื่อขี้เห็นประโยชน์และประสิทธิภาพต่อผู้ป่วย
- การเข้าถึงการรักษาของผู้ป่วยที่มีความจำเป็นต้องใช้สเต็มเซลล์มีน้อย
- ความจำเป็นในการพัฒนาบุคลากร สถานที่ผลิต และระบบการผลิตที่มีมาตรฐานในระยะยาว
ในส่วนของโรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล มีการจัดตั้งศูนย์ผลิตเซลล์บำบัดขั้นสูงและเครื่องมือชีวการแพทย์ ( Advanced Cell Therapy and Biomedical DeviceManufacturing Center ) เป็นศูนย์ปฏิบัติการวิจัยที่ทำหน้าที่เป็นแพลตฟอร์มและเทคโนโลยี ตามมาตรฐานสากลสำหรับการศึกษา วิจัย สร้างต้นแบบ และผลผลิต ด้าน combined cell therapy และ bioengineered medical device ในระดับสากล
- บริหารระบบห้องปฏิบัติการที่ออกแบบตามมาตรฐานการผลิตขั้นสูง ระดับนานาชาติ
- ผลิตต้นแบบ และ ผลิตภัณฑ์ เชลล์บำบัดและเครื่องมือชีวการแพทย์ ตามมาตรฐานสากล (GMP/5013485)
- ลดความเหลื่อมล้ำ ในการเข้าถึงผลิตภัณฑ์เซลล์บำบัดและเครื่องมือแพทย์ของคนไทยและทั่วโลกรวมถึงผลักตันการศึกษาทางคลินิกที่สร้างคุณประโยชน์ต่อผู้ป่วยในวงกว้าง
- สร้างความยั่งยืนด้านเซลล์บำบัดและเครื่องมือวิศวกรรมการแพทย์