คนไทยยุคใหม่ ฉลาดรู้การพัฒนาอย่างยั่งยืน: SDG Literacy
สถาบันอุดมศึกษามีส่วนช่วยในการถ่ายทอดความรู้ ปลูกฝังคนรุ่นใหม่ และเป็นสังคมที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้มีบทบาทหน้าที่หลักในด้านต่างๆ การสร้างสรรค์พื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ได้ลงมือคิด ลงมือทำ สร้างความตระหนักรู้ ความรับผิดชอบต่อสังคม และเสริมสร้างทักษะต่าง ๆ เพื่อมาเป็นกำลังสำคัญในการผลักดันเป้าหมายสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อสร้างสังคมที่ยั่งยืน
บนเวที Talk Stage หัวข้อ “คนไทยยุคใหม่ ฉลาดรู้การพัฒนาอย่างยั่งยืน: SDG Literacy” ในงานมหกรรมด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Expo 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ได้เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมองและแนวความคิด เรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนคลอบคลุมในทุกๆ ด้านของมิติสังคม โดยมี ผศ.ดร. ศมณพร สุทธิบาก อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร, คุณกชพร อภัยวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศรีปทุม, คุณอานนท์ แก้วยก นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ, ผศ.ว่าที่ร้อยตรี ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง ประธานเครือข่าย SUN THAILAND, รองอธิการบดีฝ่ายองครักษ์และพัฒนากายภาพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ร่วมพูดคุยและดำเนินรายการ และผศ. ดร.อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการเพื่อสังคม วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เป็นผู้ดำเนินรายการร่วม
ผศ.ว่าที่ร้อยตรี ดร.กิตติคุณ รุ่งเรือง ประธานเครือข่าย SUN THAILAND, รองอธิการบดีฝ่ายองครักษ์และพัฒนากายภาพ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ เริ่มต้นกล่าวว่า จุดเริ่มต้นของเครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย เริ่มต้นจากผู้บริหารมหาวิทยาลัยในประเทศไทยได้เข้าร่วมการประชุม ISCN ( The International Sustainable Campus Network ) ณ ฮ่องกง ในปี 2558 และเล็งเห็นว่าโลกปัจจุบันมีการตระหนักรู้เรื่องการพัฒนาเพื่อความยั่งยืนมากขึ้น เมื่อกลับมาจึงได้มีการจัดการประชุมผู้บริหารของมหาวิทยาลัยชั้นนำในประเทศไทยครั้งแรก ณ มหาวิทยาลัยมหิดล การประชุมนี้มีจุดประสงค์เพื่อจัดตั้งเครือข่ายมหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่มุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และเสริมสร้างความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยในประเทศไทยเพื่อส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืนภายในสถาบัน ในระยะแรกเริ่มต้นจาก มหาวิทยาลัยสีเขียว หรือ Green University คือ มหาวิทยาลัยที่มีระบบการบริหารและดำเนินโครงการต่างๆ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงมีการสนับสนุนให้จัดกิจกรรม หรือมีการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน เช่น การจัดการขยะ, กำจัดน้ำเสีย, การใช้พลังงานหมุนเวียน และการใช้น้ำอย่างคุ้มค่า และมีการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวในทุกๆ ปี โดยการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวโลก ยูไอ กรีนเมตริก (UI Green Metric) มีไว้เพื่อวัดความพยายามเกี่ยวกับความยั่งยืนของมหาวิทยาลัย มีทั้งหมด 6 เกณฑ์ ได้แก่ 1.ที่ตั้งและโครงสร้างพื้นฐาน 2.การจัดการของเสีย 3.การจัดการพลังงานและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ 4. การจัดการน้ำ 5.การขนส่งที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 6.ความสามารถในการให้การศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืน
จากเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals) หรือ SDGs 17 เป้าหมายของสหประชาชาติ ที่มุ่งหวังจะช่วยแก้ปัญหาที่โลกกำลังเผชิญอยู่ ทั้งการขจัดความยากจน ความเหลื่อมล้ำ และการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ Sustainable University Network (SUN Thailand) จึงนำเอาแนวทางนี้ มาเป็นเป้าหมายหลักของการขับเคลื่อนสู่การเป็น "มหาวิทยาลัยยั่งยืน" ซึ่งทำให้ความหมายของ “Sustainable” กว้างขึ้นกว่าคำว่า “Green” เพราะยังคลอบคลุมถึงเรื่องของ ชุมชน สังคม ความยากจน สิ่งแวดล้อม และพลังงาน อีกด้วย
เป้าหมายหลักของ SUN Thailand คือ กิจกรรมต่างๆ ที่มหาวิทยาลัยในเครือข่ายของ SUN Thailand ดำเนินการนั้น มีผลกระทบและมีส่วนช่วยขับเคลื่อนต่อเป้าหมายของการพัฒนาที่ยั่งยืนให้กับประเทศได้อย่างไร ณ ปัจจุบัน เครือข่ายมหาวิทยาลัยยั่งยืนแห่งประเทศไทย มีสถาบันการศึกษาเป็นสมาชิกรวม 144 แห่ง ทั้งมหาวิทยาลัยใน ทปอ., มหาวิทยาลัยใน ทปอ.ราชภัฏ และทปอ.ราชมงคล รวมถึงสมาคมสถาบันอุดมศึกษาเอกชน เพื่อรวมพลังขับเคลื่อนเป็นพื้นที่การศึกษาแห่งความยั่งยืนภายใต้กรอบของ SDGs 2030 ด้วยการลงมือปฏิบัติ และให้เห็นถึงความสอดคล้องของกิจกรรมที่ปฏิบัติกับเป้าหมายของความยั่งยืน เช่น การบรรลุเป้าหมาย carbon neutrality ที่สามารถทำได้โดยการ "ลด" และ "ชดเชย" (lower & offset) การปล่อยคาร์บอนจนเป็นกลาง ซึ่งมาตรการ "ลด" การปล่อยคาร์บอนหรือก๊าซเรือนกระจก ได้แก่การลด หรือ ละกิจกรรมที่ไม่จำเป็น หรือใช้พลังงานสะอาดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เช่น พลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานลม และพัฒนาพลังงานที่สามารถชดเชยการปล่อยคาร์บอนนั่นเอง
ผศ.ดร. ศมณพร สุทธิบาก อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดสกลนคร ได้มีการพัฒนาหลักสูตรภาควิชาวิศวกรรมโยธาและสิ่งแวดล้อมให้ตอบสนองต่อโลกปัจจุบันมากขึ้น และการอาศัยอยู่ในสิ่งแวดล้อมที่มีการผันผวน ทักษะที่ทุกๆ คนควรมี คือทักษะการตระหนักรู้ในตนเอง เพราะสิ่งที่เรา กิน คิด ทำ ล้วนแล้วแต่เป็นต้นเหตุของภาวะโลกร้อน ฉะนั้นแล้วการเริ่มต้นที่ตัวเองจึงถือเป็นพลังที่ยิ่งใหญ่และสำคัญ
คุณกชพร อภัยวงศ์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 มหาวิทยาลัยศรีปทุม กล่าวว่า คนรุ่นใหม่ควรกล้าที่จะแสดงความคิดนอกกรอบและกล้าที่จะแสดงออก และมีความตระหนักรู้ด้านความยั่งยืนเพื่อที่จะได้พัฒนาไปสู่ผลระยะยาว นอกจากนี้ยังต้องตระหนักถึงผลประโยชน์ที่ตามมา คือ การสร้างสิ่งที่มีผลประโยชน์ทั้งต่อตัวเราเอง และเป็นสิ่งที่เป็นผลประโยชน์ต่อคนรุ่นหลัง คุณอานนท์ แก้วยก นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวเสริมว่า แนวทางของ SDGs (Sustainable Development Goals) มี 3 หัวข้อหลัก ได้แก่ เศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม และ 17 เป้าหมาย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นการขับเคลื่อนเพื่อไปสู่เป้าหมายที่ใหญ่ สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถจบที่คนๆ เดียวได้ ฉะนั้นการเริ่มต้นที่ดี คือการยอมรับความเห็นต่าง การยอบรับว่าไม่ใช่ทุกคนในสังคมที่มีความคิด ความเชื่อเหมือนกับตน ก็ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดีที่จะพัฒนาสังคมไปด้วยกัน
ผศ. ดร.อาทิตยา ทรัพย์สินวิวัฒน์ ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายบริการวิชาการเพื่อสังคม วิทยาลัยนวัตกรรมสื่อสารสังคม มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ กล่าวว่า แนวทางของ SDGs สามารถนำมามาใช้ในชีวิตชีวิตประจำวันได้ อย่างของตนเองก็มีการเผยแพร่การศึกษาผ่านช่องทาง youtube ให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาศึกษาได้ฟรี ซึ่งตรงกับแนวทางของ SDGs ข้อที่ 4 คือ การศึกษาอย่างเท่าเทียม
ในแง่มุมของนักศึกษาคุณกชพร กล่าวว่า ในครอบครัวของตนและในหมู่บ้านที่อาศัยอยู่ มีการนำรถไฟฟ้ามาปรับใช้ในการเกษตร ตรงกับแนวทางของ SDGs ข้อที่ 7 พลังงานสะอาดที่ทุกคนเข้าถึงได้ ในส่วนของ ผศ.ดร. ศมณพร กล่าวเสริมว่า โดยปกติจะคัดแยกขยะอยู่แล้ว และได้มีการร่วมมือกับชุมชนจัดตั้งธนาคารขยะเพื่อฌาปณกิจ คือ แต่ละบ้านจะนำขยะไปฝากไว้ เมื่อมีคนในครอบครัวเสียชีวิต ก็จะมีเงินจากการขายขยะรีไซเคิลเป็นเงินช่วยเหลือ มีการจัดการเศษอาหารด้วยหนอนแมลงวันลาย ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นพฤติกรรมการบริโภคที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ตรงกับแนวทางของ SDGs ข้อที่ 12 แผนการบริโภคและการผลิตที่ยั่งยืน
ผศ.ดร. ศมณพร กล่าวถึงโครงการการเพาะเลี้ยงหนอนแมลงวันลายเพื่อลดต้นทุนอาหารไก่ไข่ ว่า มีการริเริ่มโครงการ U2T 1 ตำบล 1 มหาวิทยาลัย มี 30 ครัวเรือนที่เพาะเลี้ยงไก่ไข่ ผลที่ตามมาคือต้นทุนของอาหารไก่ไข่ที่ค่อนข้างสูง จึงเล็งเห็นว่าหากลดต้นทุนไก่ไข่ก็จะช่วยเกษตรลดค่าใช้จ่ายได้มากขึ้น จึงเสนอความรู้แนวทางการเลี้ยงหนอนแมลงวันลายเพื่อนำมาเป็นอาหารไก่ไข่ ความพิเศษของหนอนแมลงวันลายคือสามารถย่อยสลายเศษอาหารได้เร็ว และภายในตัวหนอนแมลงวันลายยังมีกรดลอริก ซึ่งสร้างภูมิต้านทานให้แก่ไก่ไข่ทำให้ไม่ต้องพึ่งยาปฏิชีวนะ และมีการรณรงค์ให้มีการบริโภคภายในชุมชนอย่างยั่งยืน หากมีเศษอาหารก็จะรวบรวมไปเป็นอาหารหนอน เพื่อนำหนอนไปเป็นอาหารไก่อีกทีนั่นเอง
คุณกชพร กล่าวถึงโครงการก๊าซไบโอมีเทนอัดจากมูลจิ้งหรีด ว่า จุดเริ่มต้นคือทางบ้านเพาะเลี้ยงจิ้งหรีดเป็นอาชีพหลัก และผลกระทบจากสถานการณ์ COVID 19 จริงทำให้ต้นทุนการเพาะเลี้ยงเพิ่มมากขึ้น คนในชุมชนจึงเพราะเลี้ยงจิ้งหรีดน้อยลง ทำให้ตระหนักได้ว่าไม่อยากให้อาชีพนี้หมดไป เห็นแนวทางจากมูลจิ้งหรีดที่เหลือเยอะถึง 4 ตัน จึงเล็งเห็นว่าสามารถนำมาทำเป็นก๊าซหุงต้มได้ จึงพัฒนามากลายเป็นวิสาหกิจชุมชน คุณอานนท์ กล่าวถึงโครงการค่ายหมอยาอาสา ว่า เป็นโครงการที่นำยาของคณะเภสัชศาสตร์ไปสู่ชุมชน จะลงพื้นที่จริงเพื่อออกตรวจให้แก่ชาวบ้าน เพื่อให้นิสิตคณะเภสัชศาสตร์ได้เรียนรู้ถึงบริบทและปัจจัยต่างๆ ของผู้ป่วย เป็นการบริการหลักสุขภาพให้แก่ชุมชน
การสร้างรากฐานทางความยั่งยืนมักเริ่มจากสิ่งเล็กๆ อย่างตัวเรา ที่มีการปรับเปลี่ยนและพัฒนาอยู่เสมอให้สอดคล้องกับบริบทและการเปลี่ยนแปลงของสังคม การกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงไม่ว่าจะเป็นเรื่องเล็กน้อยขนาดไหนก็ตามย่อมส่งผลกระทบที่ดีและยั่งยืนต่อสังคมในภายภาคหน้าอย่างแน่นอน