ชีวามิตรชวนวางแผนแลนดิ้งชีวิตกันด้วยการทำ e living will
คนส่วนใหญ่มักวางแผนชีวิตเฉพาะการเกิด แก่ และเจ็บ แต่ “ตาย” มักถูกมองข้าม การเตรียมตัวตายอย่างสงบ หรือ “ตายดี” จึงนับเป็นส่วนหนึ่งของวัฏจักรการมีชีวิตที่ดีเช่นกัน
ในงานมหกรรมด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Expo 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา คุณขนิษฐา ตั้งวรพจน์วิธาน จากบริษัท ชีวามิตร วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ได้มานำเสนอกระบวนการเตรียมตัว “ตายดี” ผ่าน e-living will
ชีวามิตร ก่อตั้งโดย คุณหญิงจำนงศรี หาญเจนลักษณ์ (ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์) ที่ตระหนักถึงความสำคัญของวาระสุดท้ายในชีวิต มีพันธกิจมุ่งขับเคลื่อนและสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีจนถึงลมหายใจสุดท้ายให้เกิดขึ้นสำหรับทุกคนในสังคมไทยให้ได้อย่างทั่วถึง เท่าเทียม และยั่งยืน โดยปัจจุบัน ชีวามิตรผนึกกำลังกับทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน ภาคประชาสังคม และภาคีเครือข่าย ในการเผยแพร่ ส่งเสริม และพัฒนาองค์ความรู้ทั้ง 5 มิติ ได้แก่ มิติการแพทย์ มิติจิตใจ มิติสื่อสาร / สังคม มิติกฎหมาย และมิติเศรษฐกิจ รวมถึงพัฒนางานวิจัยและนวัตกรรมด้านการดูแลคุณภาพชีวิตระยะสุดท้าย เพื่อให้ผู้ป่วย ผู้ดูแล คนรอบข้าง และครอบครัว สามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขเพื่อเตรียมความพร้อมในระยะสุดท้ายได้
คุณขนิษฐา กล่าวว่า ทุกคนมีสิทธิที่จะออกแบบวาระสุดท้ายของตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการร่างหนังสือขึ้นมาเอง พิมพ์ไว้ผ่านไลน์ หรือขอแบบฟอร์มจากโรงพยาบาลที่รักษา หรือแจ้งด้วยวาจาต่อหน้าแพทย์ผู้รักษา ก็ล้วนสามารถใช้เป็นหลักฐานในการอ้างอิงและได้รับการรับรองทางกฎหมายถึงวิธีปฏิบัติต่อเราในระยะสุดท้ายของชีวิตได้ ทางชีวามิตรจึงได้พัฒนาระบบจัดทำหนังสือแสดงเจตนาเลือกวิธีการรักษาในช่วงสุดท้ายของชีวิตแบบออนไลน์ (e-Living Will) เพื่อให้ปลายทางของทุกคนมีทางเลือกที่เหมาะสม พอดี และเป็นไปตามความต้องการของผู้เตรียมจากไปและครอบครัว ซึ่ง ระบบ E-living will หรือ หนังสือแสดงเจตจำนงการเลือกการรักษาในระยะสุดท้ายของชีวิต เป็นแอปพลิเคชันที่ใช้แจ้งเจตจำนงการจัดการชีวิตระยะสุดท้ายของเราแบบเดียวกับที่กรอกที่โรงพยาบาล แต่มีข้อดีคือ เป็นการเตรียมตัวล่วงหน้า และไม่หายไปไหน ทุกคนสามารถเข้าถึงและทำได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องรอวันที่ตัวเองเจ็บป่วย สามารถจัดเก็บข้อมูลไว้ในอีเมลหรือ Cloud หรือพิมพ์ออกมาเป็นฉบับจริงได้ ด้วยขั้นตอนง่ายๆ โดยเริ่มต้นจากเพิ่มเป็นเพื่อนไลน์กับชีวามิตร @cheevamitr (มี @ ด้านหน้า) เพื่อสร้างบัญชีและรหัสในการใช้งาน จากนั้นจึงเลือกเมนู ทำหนังสือแสดงเจตนาฯ Living Will
คุณขนิษฐา อธิบายขั้นตอนในการกรอกข้อมูลว่า จะมีข้อมูลสำคัญที่ต้องกรอกให้ครบถ้วนอย่างข้อมูลส่วนตัว ข้อมูลการบริจาคร่างกาย อวัยวะ หรือดวงตา (ถ้ามี) จากนั้นก็กรอกข้อมูลแสดงเจตนาเลือกวิธีการรักษาในช่วงสุดท้ายของชีวิต โดยมีตัวเลือก เช่น สถานที่เสียชีวิตต้องการให้เป็นที่บ้านหรือโรงพยาบาล, ต้องการจากไปอย่างสงบตามธรรมชาติ ไม่ยื้อชีวิต ไม่เร่งการตายหรือไม่, ต้องการปั๊มหัวใจ ใส่ท่อช่วยหายใจกรณีหัวใจหยุดเต้นหรือไม่, ต้องการการดูแลแบบประคับประคองหรือไม่, หากถูกยื้อชีวิต ถูกใส่ท่อช่วยหายใจโดยเหตุสุดวิสัย ต้องการให้บุคลากรสุขภาพถอดท่อช่วยหายใจเพื่อช่วยให้จากไปตามธรรมชาติหรือไม่, กรณีป่วยช่วงสุดท้ายของชีวิตและไม่สามารถสื่อสารได้ คนที่จะสื่อสารเจตนาแทนคือใคร ซึ่งบุคคลที่สื่อสารหรือตัดสินใจแทน ไม่ได้มีการระบุว่าต้องเป็นใคร หรือต้องมีความสัมพันธ์อย่างไร
นอกจากข้อมูลที่ต้องระบุ ยังสามารถระบุความต้องการอื่นๆ เพิ่มเติมได้ เช่น หากมีอาการเจ็บปวด ให้ใช้ยาเพื่อระงับอาการเจ็บปวด ซึ่งเมื่อกรอกข้อมูลครบถ้วนรวมถึงรายละเอียดการมอบอำนาจและพยาน บันทึกข้อมูล ระบบจะส่ง e-Living Will ไปทางอีเมลในรูปแบบไฟล์ PDF และต้องใส่รหัสผ่านทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยในการเปิดไฟล์ หากต้องการความสะดวกในการใช้งาน
ท้ายที่สุดแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในภายหลัง จะต้องมีกระบวนการ Advance Care Planning เพื่อวางแผนการรักษาล่วงหน้า ที่เป็นการพูดคุยกันในส่วนของผู้เกี่ยวข้อง ครอบครัว คนใกล้ชิด และทีมดูแลสุขภาพ เรียกได้ว่ากระบวนการที่สำคัญที่สุดในวาระท้าย คือ Advance Care Planning โดยมี Living will เป็นเอกสารช่วยยืนยัน เพื่อให้การจากไปตามเจตนาของผู้เขียน Living Will เป็นไปอย่างราบรื่นเรียบร้อย
ระบบ E-living will จึงเป็นระบบแรกๆ ของสังคมที่เชื่อมโยงสิทธิด้านข้อมูลสุขภาพในเรื่องการแสดงเจตนาของประชาชนเข้าสู่ระบบการให้บริการของสถานพยาบาล และยังคงอยู่ในฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อให้สุดท้ายแล้ว ผู้จากไปจะได้รับการดูแลและรักษาพยาบาลตรงตามที่ได้แสดงเจตนาไว้