Home
Oct 01, 2022
สร้างคน สร้างชาติ ด้วยการกีฬาที่ยั่งยืน
View all SX News & Movement
สร้างคน สร้างชาติ ด้วยการกีฬาที่ยั่งยืน

 

ในการสร้างชาติให้เจริญก้าวหน้านั้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าการกีฬาเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่เป็นทั้งตัวสะท้อนความเจริญของประเทศ และเป็นสิ่งสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ

 

การปลุกปั้นเยาวชนให้เจริญเติบโตในเส้นทางกีฬาย่อมต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งหลายฝ่าย ในงาน Suitability Expo 2022 ที่จัดขึ้นเป็นครั้งที่สามที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ระหว่างวันที่ 24 กันยายน ถึง 2 ตุลาคมที่ผ่านมาจึงเกิดการรวมพลังของคนวงการกีฬาทั้งฟุตบอล วอลเลย์บอล บาสเกตบอล และแบดมินตัน ที่มาแบ่งปันประสบการณ์และมองไปข้างหน้าเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนให้วงการกีฬาไทย

เราต้องสร้างโอกาสให้เด็กๆ แม้เลือกจะเลือกเกิดไม่ได้ แต่เขาหาโอกาสได้

อรรณพ สิงโตทอง : รองประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี

สำหรับทีมฟุตบอลเยาวชนอันดับต้น ๆ ของประเทศไทยนั้น จะต้องมีชื่อของ อรรณพ สิงห์โตทอง รองประธานสโมสรชลบุรี เอฟซี ที่ช่วยผลักดัน ทั้งเด็กในท้องถิ่นและเด็กจากภูมิภาคต่างๆ ก้าวสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพมาเป็นเวลากว่า 30 ปีแล้ว

จุดเริ่มต้นของอรรณพมาจากการไปรับลูกที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา แล้วได้พบกับโครงการช้างเผือกฝึกนักฟุตบอลเยาวชน จึงได้มาเริ่มช่วยดูแลทีมเยาวชนของโรงเรียนและพัฒนาจนกลายมาเป็นทีมสโมสรอาชีพชลบุรี จนกระทั่งได้รับชัยชนะในเวลาต่อมา เกิดเป็นกระแสที่ทีมเล็ก ๆ จากต่างจังหวัดสามารถเอาชนะทีมใหญ่ ๆ ได้ และกลายมาเป็นตัวอย่างให้ทีมฟุตบอลรุ่นหลังจากต่างจังหวัดได้ดำเนินรอยตาม

แม้จะมีทั้งชื่อเสียงและเงินทุนเกื้อหนุนแต่กว่าจะมาถึงทุกวันนี้ของสโมสรชลบุรี เอฟซี ก็ไม่ได้ง่ายดายเพราะต้องแบกรับค่าใช้จ่ายของสโมสรที่มากขึ้นทุกปี จากที่เคยต้องหาเงินปีละล้านเพื่อสนับสนุนสโมสร ปัจจุบันสโมสรต้องใช้เงิน 100 ล้านบาทต่อปี ซึ่งถ้าหาไม่ได้รองประธานต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง

“ทำทีมฟุตบอล อุปสรรคมันมีอยู่แล้ว แต่ถ้าเรารัก เรามุ่งมั่นกับมัน เราก็จะผ่านอุปสรรคไปได้ ถ้าเราใช้สติปัญญาค่อย ๆ แก้มันก็ผ่านไปได้ ปัญหามีตลอด แต่เราไม่ทำ (ทีมฟุตบอล) ไม่ได้ เพราะสิ่งสำคัญคือ การให้โอกาสคน ถ้าเราไม่ทำ เราอยู่ได้ แต่เด็ก ๆ เขาต้องการโอกาส เขาไม่สามารถเลือกเกิดได้ แต่เขาหาโอกาสได้ เพราะฉะนั้นเราจึงพยายามจะสร้างโอกาสให้เขา”

และเมื่อเด็กมีโอกาสก็จะสามารถต่อยอดสร้างอาชีพ สร้างความมั่นคง ความยั่งยืนในอนาคตได้ ดูแลครอบครัวได้ ของเพียงแต่มีความมุ่งมั่นอย่างแท้จริงดังที่อรรณพบอก

“ถ้าเรามีความรักในกีฬาฟุตบอลก็ขอให้เต็มที่กับมัน ขอให้มีความบริสุทธิ์ใจ แล้วฟุตบอลจะตอบแทนเราเอง”

‘อยากเห็นเด็กติดทีมชาติชุดใหญ่ แมชต์ไหนที่เห็นเด็กของเราเล่น ผมก็มีความสุข’

ณรงค์วิทย์ อุ่นแสงจันทร์ : ผู้อำนวยการโครงการช้างเผือก โรงเรียนอัสสัมชัญธนบุรี

มาถึงโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี ที่มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน ถึงแม้ว่าจะเกิดตามหลังมาเมื่อ 20 กว่าปีที่แล้ว ณรงค์วิทย์ อุ่นแสงจันทร์ ผู้อำนวยการโครงการช้างเผือกโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี บอกเล่าถึงประสบการณ์การก่อตั้งทีมฟุตบอลช้างเผือกของโรงเรียน จากที่เคยมีเด็กมาสมัครคัดตัวในปีแรก 7 คน ปัจจุบันนี้อัสสัมชัญ ธนบุรีเดินทางไปรับสมัครเด็กทั่วประเทศ ล่าสุดก็มีเด็กมาสมัครเกือบหมื่นคน

“ผมเริ่มทำทีมฟุตบอลโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรีตั้งแต่ปี 1999 เพราะผู้อำนวยการโรงเรียนชวน ตอนแรกออกเงินเองหมด จนได้ความช่วยเหลือจากคุณกิตติรัตน์ ณ ระนอง มาช่วยหาสปอนเซอร์ จนกระทั่งได้สปอนเซอร์จากไทยเบฟมาจนถึงทุกวันนี้”

แน่นอนว่ากว่าจะถึงวันนี้ที่อัสสัมชัญ ธนบุรีได้รับการยอมรับว่าอยู่ในแถวหน้าของวงการฟุตบอลเยาวชนไทย ณรงค์วิทย์ต้องผ่านอุปสรรคขวากหนามมากมาย

“เอาจริง ๆ ความยากของงานนี้ คือการดูแลเด็ก เรารับเด็กเล็ก ๆ เข้ามา อายุ 9 ขวบ ห้ามไม่ให้ทำอะไรก็ทำ เพราะเขาเป็นเด็ก จะไปว่าเขาก็ไม่ได้ สิ่งที่หนักใจคือรับลูกเขามาแล้วต้องเลี้ยงดูให้ดีที่สุด หนักใจกว่าการหาสปอนเซอร์อีก เพราะถ้าเราเลี้ยงลูกเขาไม่ดีมันก็จะเป็นตราบาปตลอดชีวิตเรา”

ทุกวันนี้ณรงค์วิทย์ดูแลเด็กในโครงการปีละ 100 คน โดยที่ผ่านมา 23 ปี มีเด็กในโครงการนี้เป็นพันคนแล้ว เขามีเคล็ดลับในการปั้นเด็กคือเลือกเด็กเก่ง ๆ มาอยู่รวมกัน จากเกือบหมื่นคนคัดเหลือ 12 คน เมื่อเด็กอยู่ภายใต้สิ่งแวดล้อมที่เกิดการแข่งขัน เขาก็จะปรับตัวให้ทันคนอื่นเอง ถึงตอนนี้นักฟุตบอลของอัสสัมชัญ ธนบุรีก็ติดทีมชาติเกิน 300 คนแล้ว

“ที่ผ่านมาเรามีเด็กจบเป็นพัน เด็กเก่งทุกคน รักทุกคน แต่วาสนาของแต่ละคนไม่เท่ากัน ไม่ได้ชอบคนไหนเป็นพิเศษ ชอบทุกคน แต่เหนือสิ่งอื่นใดคืออยากให้เด็กติดทีมชาติชุดใหญ่ ผมเองเวลาดูทีวีทุกวันนี้ เวลาเห็นทีมชาติชุดใหญ่เล่นแล้วมีเด็กของเราได้ลงเล่นแค่นี้ผมก็มีความสุขแล้ว”

‘สร้างโอกาสให้เด็กได้ลงสนาม แพ้-ชนะไม่สำคัญ ขอแค่เด็กได้ไปต่อ’

ชนะวิทย์ ฉายแสง : ประธานที่ปรึกษา สโมสรฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซี

สำหรับสโมสรฟุตบอลจากต่างจังหวัดคงต้องกล่าวถึงสโมสรฉะเชิงเทรา ไฮเทค เอฟซีด้วย โดยภายในงานนี้ ชนะวิทย์ ฉายแสง ประธานที่ปรึกษาสโมสรได้มาบอกเล่าถึงที่มาที่ไปของทีม ที่เริ่มจากความรักในฟุตบอลของตัวเอง

“ผมเป็นครอบครัวชอบฟุตบอล พอมีบอลจังหวัดก็ได้เข้าไปช่วยเมื่อ 20 กว่าปีก่อน เราก็อยากให้ทีมบ้านเรามันยั่งยืน ยั่งยืนของเราหมายความว่าสร้างทีมระยะยาว เราก็ได้ความคิดมาจากคุณอรรณพนี่แหละ เราเห็นทีมของคุณอรรณพส่งเด็กลงไปเล่น แพ้แล้วก็ยังยิ้มได้เราก็มาคิดว่าทำไมเขาทำแบบนี้

ก็เลยมาคิดได้ว่า จะเอาชนะทีมรวย ๆ ได้ เราไม่มีเงินแข่งกับเขา ทางเดียวที่ทำได้คือการสร้างเด็กของเราขึ้นมาด้วยการเอาเยาวชนมาเล่นจริง พอปีที่ 7 ปีที่ 8 เราก็เริ่มเอาเด็กลงไปเล่น คนดูก็ว่าเราว่าเอาเด็กลงมาทำไม แต่เรามองระยะยาวว่ามันต้องมีเกมให้เด็กเล่น ถ้าเด็กไม่มีเกมมันก็ไม่มีทางดีขึ้นมาได้ มันจึงจะเป็นการสร้างเยาวชนอย่างยั่งยืน”

ไม่เพียงแต่อยากให้เด็กในจังหวัดได้มีพื้นที่ทางกีฬาฟุตบอลที่บ้านตัวเอง ไม่ต้องออกจากบ้านไปคัดตัวไปเล่นให้จังหวัดอื่น ตลอดจนความมุ่งมันในการพัฒนาทักษะทางกีฬาของเด็กอย่างต่อเนื่องแล้ว ทางสโมสรยังช่วยสร้างอนาคตทางการศึกษาและอาชีพให้กับเด็ก ๆ ในอนาคตด้วย

“ที่สำคัญคือเด็กที่ผ่านจะทีมฉะเชิงเทราของเรา จุฬา ธรรมศาสตร์ รับเข้าไปเรียนต่อเพราะเขาเห็นโปรไฟล์ว่าเด็กได้ลงแข่งสม่ำเสมอ ไม่ใช่ได้แต่นั่งเป็นตัวสำรอง ครอบครัวก็ดีใจ ลูกได้เรียนมหาวิทยาลัยดี ๆ ระหว่างเรียนถ้าได้เป็นตัวสำรองก็เงินเดือน 7,000-8,000 บาท ตัวจริงก็ 10,000-20,000 บาท อาจจะไม่เยอะ แต่เด็ก ๆ เขาก็ได้เรียนมหาวิทยาลัย จบไปมีงานทำ มีความมั่นคงระยะยาวได้ ส่วนใครจะได้เป็นตัวจริงระดับประเทศ เราก็ดีใจด้วย ใครไปไม่ถึงตรงนั้นก็ทำงานอย่างอื่นได้”

‘โอกาสทางการกีฬา นำพาไปสู่จุดสูงสุดในชีวิต’

สินทวีชัย หทัยรัตนกุล : นักฟุตบอลสโมสรโปลิศเทโร และนายกสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพประเทศไทย

และตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุดที่ตอกย้ำความสำเร็จของการพัฒนาเยาวชนในประเภทกีฬานี้ ก็คือการที่เด็กต่างจังหวัดคนหนึ่งผู้ซึ่งได้รับโอกาสทางการกีฬาและพาตัวเองมาถึงจุดสูงสุดของอาชีพได้ อย่าง สินทวีชัย หทัยรัตนกุล นักฟุตบอลสโมสรโปลิศเทโรและนายกสมาคมนักกีฬาฟุตบอลอาชีพประเทศไทย

“ผมไม่เคยเลยคิดว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ เราเล่นฟุตบอลด้วยความสนุก ผมมาจากสกลนคร ฟุตบอลเป็นกีฬาอุปกรณ์น้อย 1 ลูกเตะกันได้ 22 คน ผมก็เล่นทุกวันหลังเลิกเรียน มีวันหนึ่งดูทีวีเห็นการแข่งขันฟุตบอลประเทศไทย เราเห็นนักกีฬาทีมชาติเข้าแถวร้องเพลงชาติก่อนแข่ง เราดูแล้วก็อยากเป็นอย่างพี่ ๆ เหล่านี้ จึงเกิดแรงบันดาลใจว่าถ้ามันแต่เล่นสนุกสานไปวัน ๆ อยู่ต่างจังหวัดเราก็คงไปไม่ถึงตรงนั้นแน่นอน ก็เลยเกิดไอเดียว่าเราจะต้องไปอยู่ที่โรงเรียนที่ไหนสักแห่งที่ให้การขัดเกลาเราได้

ก็เลยมาคัดตัวที่โรงเรียนอัสสัมชัญ ศรีราชา แล้วได้รับโอกาสในการเรียนรู้ที่ไม่ใช่แค่ขัดเกลาเราทุกวัน แต่ทำให้เราได้พัฒนาทุกวัน ได้ปรับตัวให้เข้ากับสังคมในทุก ๆ ด้าน แล้วเราก็ได้ซึมซับก้าวแรกของความกดดัน เพราะเขาจะมีการประเมินว่าเรามีการพัฒนาการมั้ย ตอนนั้นเรากลัวว่าทำได้ไม่ดีเราก็เลยต้องขยัน ตอนนี้เรารู้แล้วว่ามันคือการหล่อหลอมให้เราเป็นนักฟุตบอลที่ดี ก็ต้องขอบคุณอัสสัมชัญ ศรีราชาสำหรับทุกสิ่งทุกอย่าง”

ในวัย 40 ปีกับตำแหน่งนักฟุตบอลอาชีพทั้งในไทยและต่างประเทศ สินทวีชัยทิ้งท้ายสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนรุ่นหลังว่า

“ผมมีทุกวันนี้ ทั้งชื่อเสียง เงินทอง ความสุขในชีวิต ครอบครัวที่อบอุ่น ก็เพราะฟุตบอลได้ให้ทุกอย่างในชีวิตเรา ผมก็อยากให้น้อง ๆ มีความมุ่งมั่น มีเป้าหมายเหมือนที่ผมอยากติดทีมชาติตอนเด็ก ๆ ผมก็อยากให้ทุกคนมีเป้าหมายและมุ่งมั่นไปที่เป้าหมายของเรา”

‘ถ้าอยากให้ประเทศก้าวหน้า ต้องพัฒนากีฬาให้ก้าวหน้าแบบยั่งยืนไปพร้อมกัน’

นิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร : นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย

ต่อด้วยกีฬาบาสเกตบอลในประเทศไทยที่มีส่วนสำคัญในการผลักดันนักกีฬาหลายคนเข้าสู่วงการกีฬาระดับอาชีพ ด้วยความทุ่มเทของ นิพนธ์ ชวลิตมณเฑียร นายกสมาคมกีฬาบาสเกตบอลแห่งประเทศไทย ผู้เริ่มให้ความสนใจกับกีฬาชนิดนี้ตั้งแต่อายุ 10 ขวบ เมื่อได้ชมการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ครั้งที่ 5 และเกิดความประทับใจเมื่อครั้งที่ทีมบาสเก็ตบอลชายไทยได้รางวัลเหรียญเงิน จนกระทั่งเขาเติบโตมาได้ไต่เต้าและต่อสู้ชีวิตจนเป็นนักธุรกิจระดับหมื่นล้าน ผู้ซึ่งให้การสนับสนุนกีฬาที่ตัวเองรักอย่างบาสเก็ตบอลมาตลอด

เขาเล่าว่าจุดเปลี่ยนของกีฬาบาสเกตบอลในประเทศไทยเกิดขึ้นเมื่อทีมบาสเกตบอลไทยได้ตำแหน่งแชมป์ในระดับลีกส์อาเซียนจากผลงานเหรียญทองบาสฯ หญิง เหรียญเงินบาสฯ ชาย ในการแข่งขันซีเกมส์ ณ ประเทศอินโดนีเซีย ในปี 2555 บาสเก็ตบอลจึงได้รับการบรรจุให้เป็นกีฬาอาชีพในประเทศไทย ซึ่งช่วยยกระดับวงการบาสเกตบอลไทยให้สูงขึ้น เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้เด็กอยากมาเล่นกีฬาชนิดนี้ เพราะมันเป็นอาชีพได้ ทุกวันนี้นิพนธ์จึงทำทุกสิ่งเพื่อสนับสนุนให้เยาวชนได้มีโอกาสเล่นกีฬาบาสเกตบอลสร้างอนาคตความมั่นคงยั่งยืนให้กับประเทศไทย

“บาสเกตบอลเป็นกีฬาใช้เงิน ผมต้องหาเงินให้สมาคม ให้สโมสร ให้เด็ก ๆ ถ้าวันนี้ผมหยุดทำงานก็ไม่เดือดร้อน แต่สิ่งหนึ่งทุกวันนี้ที่ทำงานเพราะคิดว่าหาเงินเยอะ ๆ แล้วเอาเงินมาให้เด็ก ๆ ให้สโมสร ให้ทีมชาติ ทำให้ผมมีความสุขกับการให้ มีพลังงานในการหาเงินทุกวัน ผมไม่ได้เป็นผู้ให้อย่างเดียว กีฬาก็ให้ผมด้วยเช่นกัน การอยู่กับกีฬาทำให้ผมได้ห่างจากสิ่งที่ไม่ควรจะอยู่ด้วย ผมมีวันนี้ที่เป็นนักธุรกิจได้ก็เพราะกีฬา

ผมมองว่าคนที่ทำงานด้านกีฬาก็เป็นงานรับใช้ชาติไม่ต่างจากข้าราชการ เราต้องช่วยกันถ้าอยากให้ประเทศเราก้าวหน้า ลองดูประเทศที่พัฒนาแล้วจะเห็นว่าการกีฬาของเขาก้าวหน้ามาก ดังนั้นถ้าอยากให้ประเทศไทยเจริญเราก็ต้องพัฒนากีฬาให้ก้าวหน้าและยั่งยืนไปพร้อมกันด้วย”

‘จะสร้างนักกีฬาให้เป็นเลิศ ก็ต้องมีหลักการบริหาร มีรายได้แบบพึ่งพาตัวเอง’

อภิชัย ธีระรัตน์สกุล ประธานสโมสรแบดมินตัน T. Thailand

เจ้าของและผู้ก่อตั้ง T. Market Sport Avenue และ T. Thailand Areana

ในส่วนของกีฬาแบดมินตันไทยเองก็ไม่น้อยหน้าใครด้วยการผลักดันแนวคิดธุรกิจทางการกีฬาที่ครบวงจรและยั่งยืนเพื่อให้กีฬาแบดมินตันสามารถมีรูปแบบทางธุรกิจที่ดูแลตัวเองได้ อภิชัย ธีระรัตน์สกุล ประธานสโมสรแบดมินตัน T. Thailand เจ้าของและผู้ก่อตั้ง T. Market Sport Avenue และ T. Thailand Badminton Arena เปิดเผยถึงแนวคิด การสร้างศูนย์ธุรกิจการค้าควบคู่ไปกับการสร้างสนามแบตมินตัน ซึ่งไม่ใช่แค่สร้างนักกีฬาอาชีพเท่านั้นแต่ยังสร้างอาชีพที่เกี่ยวกับกีฬาด้วย

“เราเริ่มจากเป็นนักกีฬาแบตมินตัน เรารักกีฬาชนิดนี้ พอเราเลิกเล่นแล้วมาเป็นคนสอน เราก็อยากมีสนามกีฬาดีไว้สอนเด็ก ๆ เราก็เลยสร้างคอร์ตแบตขึ้นมา

กีฬาเป็นการลงทุนสูงที่ให้ผลตอบแทนน้อย ถ้ามองในเชิงธุรกิจคนต้องมีใจรักถึงมากถึงมาทำ เราลงทุนสร้างคอร์ตแบตฯ เป็นสิบคอร์ตด้วยเงินหลายสิบล้าน เก็บเงินแค่ชั่วโมงละร้อย เราจึงทำพื้นที่โดยรอบให้เป็นร้านค้า ร้านอาหาร สถานที่พักผ่อน นักกีฬาที่มาซ้อมก็มีที่ให้นั่งเล่น ส่วนนักกีฬาที่อยู่กับเรา เราก็อยากให้เขาฝึกซ้อม พักผ่อน ใช้ชีวิตอยู่ในนี้”

แนวคิดที่ว่านี้ จึงทำให้สนามแบตมินตันอยู่ได้ด้วยเงินค่าเช่าจากเจ้าของร้านค้าต่าง ๆ เพื่อใช้เป็นการเกื้อหนุนเงินที่ได้จากสปอนเซอร์อีกที ซึ่งอาจจะมีบ้างไม่มีบ้าง

“เรามองว่าเรามุ่งเน้นนักกีฬาให้เป็นเลิศอย่างเดียวไม่ได้ เราต้องมีหลักการบริหารด้วย เราอยากให้กีฬาแบตมินตันยั่งยืนอยู่ได้ด้วยตัวเอง เราก็พยายามทำกีฬาให้เป็นธุรกิจที่ต่อเนื่อง พึ่งพาตนเองได้ ถ้าไม่มีงบมาสนับสนุน เราก็จะต้องหาเงินมาใช้เองได้ด้วย เราจึงสร้างพื้นที่ตรงนี้เพื่อธุรกิจมันเดินได้ด้วยตัวเอง”

‘วงการวอลเลย์บอลไทย ไม่ได้มีดีแค่ศักยภาพทางกีฬา แต่ต้องมองถึงความมั่นคงในอนาคต’

สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทย

ปิดท้ายด้วยกีฬาวอลเลย์บอลที่สร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทยมาตลอดหลายปีนี้ สมพร ใช้บางยาง นายกสมาคมวอลเลย์บอลแห่งประเทศไทยก็ได้บอกเล่าของที่มาที่ไปของกีฬาวอลเลย์บอลในประเทศไทยว่า

ย้อนไป 30 กว่าปีที่แล้วในเมืองไทยไม่ค่อยมีคนรู้จักวอลเลย์บอล เพิ่งมาเปลี่ยนตอนที่ พิศาล มูลศาสตรสาธร ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้เข้ามาเป็นนายกสมาคมโดยพยายามเผยแพร่กีฬาวอลเลย์บอลให้มีคนรู้จักมากขึ้น ด้วยการเปิดโอกาสให้เด็กในภูมิภาคได้เล่นกีฬาชนิดนี้ และจัดการแข่งขันวอลเลย์บอลทุกรุ่นอายุตั้งแต่ 12, 14, 16 และ 18 ปี จนกระทั่งมีนักกีฬาวอลเลย์บอลเก่ง ๆ ครบทุกรุ่น

“วอลเลย์บอลเราจัดแข่งขันทุกรุ่นอายุมาเกือบ 30 ปีแล้ว นักกีฬาของเราจึงไม่มีการขาดตอน มีทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ มีจากทุกภาค แล้วก็มาชิงชนะเลิศประเทศไทยจากทุกรุ่นอายุ ทำมาตลอดจนกระทั่งเกิดกระแสความนิยมของวอลเลย์บอลมาจนถึงทุกวันนี้

สิ่งที่เราทำคือเรามองความยั่งยืน แต่มันจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมีการวางแผนที่ชัดเจน คนที่เข้ามาทำงานบริหารจะต้องไม่หาผลประโยชน์ให้ตนเองแต่มองไปถึงอนาคตของทีม เราให้ความสำคัญกับการสร้างคน เราพยายามจะสร้างคนรุ่นใหม่ต่อไปเรื่อย ๆ นี่คือแนวทางการสร้างความยั่งยืนของเราคือ ทำให้ครบวงจร ทำให้ต่อเนื่อง ทำให้จริงจัง”

ที่สำคัญสมพรยังประกาศจุดยืนของวงการวอลเลย์บอลไทยที่ไม่ได้มีดีแค่การพัฒนาศักยภาพทางกีฬา แต่ยังครอบคลุมไปถึงการมีหน้าที่การงานที่มั่นคงในอนาคตด้วย

“เราไม่ได้มองมิติกีฬาเพื่อความเป็นเลิศอย่างเดียว เรามองว่ามันให้โอกาสแก่เด็กๆ มากกว่าความเป็นเลิศทางกีฬา ซึ่งอาจจะมีไม่กี่คนที่ติดทีมชาติ แต่เด็กพวกนี้เขาก็ได้ใช้กีฬาวอลเลย์บอล ทำให้เขาได้รับการศึกษา เข้าเรียนมหาวิทยาลัย ได้มีที่ดีงานทำต่อไป ในที่สุดแล้ว เรามองถึงความยั่งยืนว่าเด็กๆ จะต้องมีคุณภาพชีวิตที่ดี เมื่อมาเล่นกีฬาวอลเลย์บอล”
idownload
gplay
istore