หน้าหลัก
Mar 01, 2023
เกษตรอินทรีย์...การขับเคลื่อน "กินดี อยู่ดี" ด้วยพลังเครือข่าย
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

บนเวทีเสวนี้ นำเสนอข้อมูลการรวมพลังเกษตรกรที่มุ่งปรับเปลี่ยนวิถีการผลิตจากเกษตรเคมี สู่การปลูกพืชแบบเกษตรอินทรีย์ เพื่อรักษาและใส่ใจสิ่งแวดล้อมและผู้บริโภค รวมถึงต่อยอดการสร้างเครือข่ายเกษตรอินทรีย์ให้เกิดการผสานพลังระหว่างเกษตรกร ผู้ประกอบการ และตลาด โดยมีเป้าหมายเพื่อมุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตของชุมชนให้ดีขึ้น และช่วยขับเคลื่อนรูปแบบการผลิตและการบริโภคอย่างยั่งยืนให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม

การขับเคลื่อนรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน มีความสำคัญต่อการพัฒนาที่ยั่งยืนบนพื้นฐานของการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ตระหนักถึงต้นทุนทางสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยส่งเสริมการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการผลิตและบริการของบริษัท องค์กร ตลอดจนกรอบคิดและพฤติกรรมของประชาชน ให้มีความสอดคล้องกับความสามารถในการรองรับของธรรมชาติ ผ่านการดำเนินงานอย่างบูรณาการของหน่วยงานภาครัฐ เอกชน ประชาสังคม ตั้งแต่ระดับนโยบายตลอดจนการนำไปสู่การปฏิบัติในพื้นที่อย่างครอบคลุมและเป็นรูปธรรม คือ เป้าหมายลำดับที่ 12 ในเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs) ขององค์การสหประชาชาติ

จังหวัดกาญจนบุรี มีพื้นที่ขนาดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของประเทศไทย แต่พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่อนุรักษ์ จากพื้นที่ทั้งหมดราว 12 ล้านไร่ มีพื้นที่ทำการเกษตรเพียง 2-3 ล้านไร่เท่านั้น แต่จังหวัดกาญจนบุรีก็เป็นจุดสำคัญในกระบวนการส่งออกผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของประเทศไทยฝั่งตะวันตก บนการทำงานร่วมกับเครือข่าย จึงทำให้เครือข่ายเกษตรอินทรีย์กาญจนบุรี กลายเป็นแหล่งผักอินทรีย์สำคัญแห่งหนึ่งของประเทศไทย นำผักปลอดภัยเข้าสู่โรงพยาบาลภายใน 6 ปี ขับเคลื่อนยอดขายกว่า 40 ล้านบาทได้เป็นผลสำเร็จ

“สิ่งสำคัญสำหรับผู้บริโภค อย่าเลือกของสวย หรือของที่สดเกินความเป็นจริง ท่านจะได้เคมี” 

คุณทิวาพร ศรีวรกุล ประธานเครือข่ายเกษตรอินทรีย์กาญจนบุรี บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีกาญจนบุรี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด บอกเล่าถึงการขับเคลื่อนงานเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรีว่า การสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องต่อผู้บริโภค เป็นปัญหาสำคัญของคนทำเกษตรอินทรีย์ กล่าวคือ ผักอินทรีย์มักจะไม่สวยเหมือนผักเคมี เมื่อผักมีตำหนิก็มักถูกตีกลับ เป็นความยากลำบากในการอธิบายต่อลูกค้าและตลาดให้เข้าใจ ไม่เหมือนกับผักเคมีที่ดูสวย 

ไม่ต่างจากที่กาญจนบุรี เดิมทีเกษตรกรในจังหวัดน่านเองก็ทำเกษตรเคมีเป็นหลัก การจะเปลี่ยนให้เกษตรกรในพื้นที่หันมาทำเกษตรอินทรีย์ไม่ใช่เรื่องง่าย 

“1 ไร่เกษตรอินทรีย์ของป้า มันสามารถแก้หนี้ ธกส. ได้ไหม?”

คุณฑิฆัมพร กองสอน ผู้แทนเครือข่ายเกษตรอินทรีย์วิถีน่าน กล่าวถึงคำถามของเกษตรกรบ้านบัวใหญ่ที่ถามตนเมื่อคราวเริ่มต้นเผยแพร่โครงการ 1 ไร่เกษตรอินทรีย์ ซึ่งคำถามนี้เป็นตัวจุดประกายให้เกษตรอินทรีย์วิถีน่านมีเป้าหมายให้สามารถดูแลคุณภาพชีวิตของเกษตรกรในบ้านบัวใหญ่ได้ แม้มันจะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เกษตรอินทรีย์ทำเงินได้แบบเกษตรเคมีที่มีมาอยู่ก่อนแล้ว แต่มันก็ไม่ยากเกินจะทำ ที่สำคัญ จะปล่อยให้แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมีจากการเกษตรไปถึงเมื่อไหร่ แล้วจะต้องบริโภคพืชผักจากสารเคมีไปอีกนานแค่ไหน 

บนเส้นทางการขับเคลื่อนเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่จังหวัดน่าน เริ่มต้นจากโครงการ 1 ไร่เกษตรอินทรีย์ในพื้นที่บ้านบัวใหญ่ โดยให้แต่ละครัวเรือนเริ่มมีแปลงเกษตรอินทรีย์ในครัวเรือนของตัวเอง เพราะว่าแต่เดิมเป็นเคมีทั้งหมด แล้วเกษตรกรเองก็มีผลสุขภาพความเสี่ยงเป็นมะเร็งอันเนื่องมาจากการใช้สารเคมีในการเพาะปลูก จึงควรลดพื้นที่เกษตรเคมีและแทนที่ด้วยเกษตรอินทรีย์ไปเรื่อย ๆ ก่อนจะขยายออกไปทั้งจังหวัดน่าน ผ่านเครือข่ายเกษตรกร 

คุณฑิฆัมพร เล่าว่า ฟักทองพันธุ์พื้นเมือง ชื่อพันธุ์ไข่เน่า เดิมเป็นฟักทองเคมีส่งออกอันดับต้น ๆ ของภาคเหนือ แสดงว่าฟักทองก็เป็นสินค้าที่มีศักยภาพในการขายได้ดี แต่ถ้าจะทำเงินดีต้องขยายจากตำบลเป็นทั้งจังหวัด และต้องมีตลาดขายบนห้าง Modern Trade ซึ่งหลังจากฝ่าฟันปัญหาตลาดฟักทองตายในปี 2559 ก็ประสบผลสำเร็จ มีบริษัทส่งออกเข้ามาติดต่อให้กลุ่มส่งฟักทองอินทรีย์ไปเพื่อขายต่อ ทั้งยังสามารถส่งขายบนห้าง Modern Trade ได้สำเร็จตามเป้าหมายโดยมีบริษัท ประชารัฐรักสามัคคีน่าน (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด เป็นผู้บริหารจัดการ ทั้งการกระจายสินค้า และการขนส่ง

แต่กว่าฟักทองอินทรีย์ของจังหวัดน่าน จะได้รับการยอมรับให้ขายบนห้าง Modern Trade ก็ต้องผ่านด่านการรับรองมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ก่อน คุณฑิฆัมพร เล่าว่าตอนนั้นไม่มีใบรับรองอะไรเลย ผลผลิตเป็นอินทรีย์ 100% แต่ขายบนห้างไม่ได้เพราะไม่มีใบรับรอง หลังจากหารือกับเครือข่าย โดยมี ดร.อนุรักษ์  เรืองรอบ จากสมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย และ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) เข้ามาช่วย จึงได้ใช้ SDGs ลำดับที่ 12 ว่าด้วยการขับเคลื่อนรูปแบบการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืนมาเป็นตัวรับรอง

นอกจากนี้ เครือข่ายเกษตรอินทรีย์วิถีน่าน ยังมีความพยายามที่จะพัฒนาเมล็ดพันธุ์ฟักทองสายพันธุ์ดั้งเดิม คือ สายพันธุ์ไข่เน่าเป็นของตัวเอง ซึ่งหลังจากการเข้าการระบบการคุ้มครองพันธุ์พืชท้องถิ่นเรียบร้อย ก็น่าจะออกขายในตลาดได้ในปี 2566 

ส่วนแผนการในอนาคตของเครือข่ายเกษตรอินทรีย์วิถีน่าน มีแนวทางพัฒนาฟักทองไข่เน่าเป็นการแปรรูปอาหาร เป็นขนม เป็นผง ทำน้ำมันเมล็ดฟักทองบำบัดอาการต่อมลูกหมากโต และทำ Food waste นำเปลือกฟักทองเลี้ยงไก่ไข่และเลี้ยงหมูได้ เช่นเดียวกับเครือข่ายเกษตรอินทรีย์กาญจนบุรี ที่อยากให้มีตลาดเขียวหรือตลาดอินทรีย์ที่ส่วนกลางโดยเฉพาะ และอยากพัฒนาพืชผักไปสู่การกลายเป็นอาหารแบบ Plant-based diet รวมทั้งการดูแลอาหารอื่น ๆ ให้ทำอินทรีย์แบบปลอดเคมี ร่วมกับสถาบันการศึกษาและผู้ประกอบการทางธุรกิจโดยมีเครือข่ายเป็นผู้ขับเคลื่อน

 

Speaker: คุณทิวาพร ศรีวรกุล ประธานเครือข่ายเกษตรอินทรีย์กาญจนบุรี บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีกาญจนบุรี (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด
คุณฑิฆัมพร กองสอน เครือข่ายเกษตรอินทรีย์วิถีน่าน บริษัท ประชารัฐรักสามัคคีน่าน (วิสาหกิจเพื่อสังคม) จำกัด
ดร.อนุรักษ์ เรืองรอบ สมาคมการค้าเกษตรกรรมยั่งยืนไทย (ผู้ดำเนินรายการ)

หัวข้อ: เกษตรอินทรีย์...การขับเคลื่อน “กินดี อยู่ดี” ด้วยพลังเครือข่าย
วันที่ 30 กันยายน 2565 เวที Talk Stage

 สามารถรับชมในรูปแบบวิดีโอได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=hoWC8jzlN9w&t=2s

idownload
gplay
istore