ในขณะที่โลกกำลังวิ่งเข้าสู่ยุค "โลกเดือด" ที่ความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจถาโถมเข้าใส่ มนุษยชาติจะรอให้ "ฮีโร่" ผู้มีพลังวิเศษมาช่วยกอบกู้ หรือพร้อมจะสวมบทบาทผู้กำหนดชะตาโลกด้วยมือของตนเอง? คำถามนี้ถูกจุดประกายขึ้นอย่างทรงพลังและน่าติดตามในการแข่งขันสุนทรพจน์ระดับเยาวชนที่สะท้อนวิสัยทัศน์ของคนรุ่นใหม่ในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าอนาคตที่ยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงความฝัน แต่คือสิ่งที่ต้องลงมือสร้างร่วมกัน
SX TALK STAGE ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ได้กลายเป็นเวทีสำคัญในการจัดการประกวด SX Youth Speech Contest ภายใต้หัวข้อหลักที่ท้าทายและเร่งด่วนคือ "ปรับตัวไปด้วยกัน เพื่ออนาคตที่ยั่งยืน" (Adaptation and Collaboration for a Sustainable Future) การแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนี้ได้คัดเลือกเยาวชนผู้มีศักยภาพ 20 คนสุดท้าย (ภาษาไทย 10 คน และภาษาอังกฤษ 10 คน) จากผู้สมัครทั้งหมดกว่า 400 คน หรือกว่า 250 คนจากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อแสดงพลังความคิดสร้างสรรค์และแนวทางการอยู่รอดของโลก

สัญญาณเตือนจาก "โลกเดือด" และความเร่งด่วนในการปรับตัว
เยาวชนที่เข้าร่วมการแข่งขันต่างตระหนักถึงวิกฤตที่โลกกำลังเผชิญหน้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสภาวะที่โลกกำลังร้อนขึ้นเป็นประวัติการณ์ จนก้าวเข้าสู่ "ยุคโลกเดือด" (Global Boiling) ตามที่เลขาธิการสหประชาชาติประกาศไว้ น้อง ๆ ได้ชี้ให้เห็นว่าโลกกำลังเดินเข้าใกล้ "จุดที่ไม่อาจหวนคืนได้" (Point of no return) หากยังคงมีพฤติกรรมแบบเดิม ปัญหาต่าง ๆ ทั้งน้ำท่วมโลก ความร้อนที่เพิ่มขึ้น ภัยแล้ง การสูญเสียระบบนิเวศ และปัญหาทางสังคม อาทิ ความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ ได้สะท้อนถึงความจำเป็นที่ทุกฝ่ายต้องลงมือทำ
คำกล่าวที่โดดเด่นจากผู้เข้าแข่งขันได้ตอกย้ำถึงแนวคิดของ ชาลส์ ดาร์วิน ที่ว่าผู้ที่อยู่รอดได้คือผู้ที่ปรับตัวได้ดีที่สุดในทุกการเปลี่ยนแปลง การปรับตัวในที่นี้ไม่เพียงเพื่อเอาตัวรอด แต่เพื่อสร้างโลกที่สามารถเติบโตและฟื้นฟูไปพร้อมกัน



กลยุทธ์ 3 ภาคส่วน: จากนโยบายสู่การลงมือทำรายวัน
ผู้เข้าแข่งขันได้นำเสนอแนวทางการปรับตัวที่ต้องอาศัยความร่วมมืออย่างแท้จริงในหลายมิติ โดยอ้างอิงถึงเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDG - Sustainable Development Goal) ทั้ง 17 เป้าหมาย:
1. ภาคประชาชน: เยาวชนทุกคนเน้นย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มาจากสิ่งเล็ก ๆ ที่ทุกคนทำพร้อมกัน ผู้เข้าแข่งขันคนหนึ่งได้เสนอแนวคิด "ปลุก ตน ทำ" โดย "ปลุก" จิตสำนึก "ตน" คือเยาวชนผู้ปรารถนาแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม และ "ทำ" คือการลงมือปฏิบัติจริง เช่น การใช้โทรศัพท์มือถืออย่างคุ้มค่า ตัวอย่างที่สำคัญอื่น ๆ ได้แก่ การปฏิเสธการใช้ถุงพลาสติก การพกขวดน้ำส่วนตัว การคัดแยกขยะ การเลือกใช้ระบบขนส่งสาธารณะ การหันมาใช้ "4 แนวทาง กินเปลี่ยนโลก" โดยลดการกินเนื้อสัตว์ เปลี่ยนมาบริโภคอาหารตามฤดูกาล และกินอย่างรู้คุณค่าเพื่อลดขยะอาหาร
2. ภาครัฐ: ต้องเร่งจัดทำนโยบายและข้อกฎหมายที่เข้มแข็ง เช่น การควบคุมมลพิษจากรถควันดำ (PM 2.5) การควบคุมการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างมีประสิทธิภาพ และการบรรจุความรู้ด้านความยั่งยืนเข้าสู่หลักสูตรการศึกษาพื้นฐาน เพื่อสร้างรากฐานความเข้าใจให้แก่เยาวชน
3. ภาคธุรกิจ: ต้องคิดให้ไกลกว่าผลกำไร โดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นหลัก หันมาใช้พลังงานหมุนเวียน และปรับตัวสู่แนวคิดเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy)


การเป็นฮีโร่ที่ไม่ต้องมีพลังวิเศษ
ผู้เข้าแข่งขันหลายคนได้เน้นย้ำว่าเราไม่จำเป็นต้องมีพลังวิเศษ หรือสร้างนวัตกรรมล้ำสมัยเพื่อเป็น "ฮีโร่" แต่ฮีโร่อยู่ในตัวของเราทุกคน ผู้เข้าแข่งขันจากปทุมธานีเปรียบเทียบพลังนี้กับ "พลังของมด" ที่แม้ตัวเล็กแต่สามารถยกของได้หนักกว่าตัวเป็นสิบเท่า ขณะที่ผู้เข้าแข่งขันจากกรุงเทพฯ ได้ชวนให้ทุกคนเลือกใช้ชีวิตแบบ "มดที่เตรียมพร้อม" มากกว่าตั๊กแตนที่ใช้ทรัพยากรอย่างไม่รู้คุณค่า
ความยั่งยืนจะไม่สามารถไปคนเดียวได้ เราต้องไปพร้อมกัน การร่วมมือกัน (Collaboration) คือกุญแจสำคัญ เพราะไม่มีใครหรือประเทศใดสามารถเอาตัวรอดจากวิกฤตนี้ได้เพียงลำพัง


ผลการตัดสิน: เยาวชนผู้สร้างแรงบันดาลใจ
ผลการประกวด SX Youth Speech Contest 2025 รอบชิงชนะเลิศ (ภาษาไทย)
• รางวัลชนะเลิศ: ได้แก่ น้องวันใหม่ จุฑามาส พิทักษ์กาญจนกุล จากกาญจนบุรี

• รองชนะเลิศอันดับ 1: ได้แก่ น้องแจ็คกี้ กรกนก บุญสนิท จากอุบลราชธานี

• รองชนะเลิศอันดับ 2: ได้แก่ น้องสองจัง นันท์นภัส บุญฤทธิ์ จากกรุงเทพมหานคร

ผลการประกวด SX Youth Speech Contest 2025 รอบชิงชนะเลิศ (อังกฤษ)
• รางวัลชนะเลิศ: ได้แก่ Mr. Ali Umri จากประเทศอินโดนีเซีย

• รองชนะเลิศอันดับ 1: ได้แก่ Miss Suthasinee Hongviset จากประเทศไทย

• รองชนะเลิศอันดับ 2: ได้แก่ Miss Ong Yue Lin จากประเทศมาเลเซีย

ท่านกรรมการเน้นย้ำว่าสิ่งที่เยาวชนทุกคนพูดบนเวทีนั้นมีความหมายและต้องมาพร้อมกับ "พันธสัญญา" (commitment) ที่จะนำแนวคิดเหล่านี้ไปแบ่งปันและลงมือปฏิบัติจริงในสังคม เพื่อขับเคลื่อนโลกไปสู่ความยั่งยืน การประกวดในครั้งนี้จึงไม่เพียงแต่เป็นการแข่งขันสุนทรพจน์ แต่เป็นการปลูกฝัง "เมล็ดพันธุ์แห่งมิตรภาพ" และความหวังที่ยั่งยืนให้แก่ภูมิภาคอาเซียนต่อไป
