เวทีเสวนา “SUSTAINABLE LIFE BY FOREIGNER LIVING IN THAILAND: ADAPTATION ... FOR BETTER WORLD” ภายในการจัดงาน SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) ได้ฉายภาพอันน่าประทับใจถึงการประยุกต์ใช้ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy - SEP) ในชีวิตประจำวันและการดำเนินธุรกิจของชาวต่างชาติที่มาลงหลักปักฐานในประเทศไทย
ผู้เข้าร่วมเสวนาต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่า SEP ไม่ใช่เพียงปรัชญาที่ใช้ได้เฉพาะกับเกษตรกร หรือแนวคิดที่ล้าสมัย แต่เป็นหลักการที่ "ไร้กาลเวลา" (timeless) และสามารถนำมาปรับใช้ได้กับทุกขนาดธุรกิจ ทุกเชื้อชาติ และทุกสถานการณ์

คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร ประธานคณะกรรมการเศรษฐกิจพอเพียงฯ หอการค้าไทย กล่าวในช่วงเปิดงานว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (ในหลวงรัชกาลที่ 9) ได้พระราชทานไว้นั้น เป็น "พร" แก่คนไทยทุกคนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทย SEP เป็นเหมือน "เช็คลิสต์" หรือ "สติ" ในการทำธุรกิจ ซึ่งเริ่มต้นด้วย "ความพอประมาณ" (moderation) และการรู้จักตนเอง หากธุรกิจต้องการเติบโตอย่างยั่งยืนและอยู่ได้อย่างยาวนาน การนำปรัชญานี้มาใช้จึงมีความสำคัญ

จากนอร์เวย์สู่ไทย: ความพอประมาณของเถ้าแก่หญิง SME
คุณ วีเบ็คก้า ริสซอน ไรเวอร์ก ประธานหอการค้าร่วมต่างประเทศในประเทศไทย (Joint Foreign Chamber of Commerce in Thailand - JFCCT) ซึ่งเป็นตัวแทนหอการค้า 32 แห่ง และเป็นผู้ประกอบการชาวนอร์เวย์ที่อยู่ในประเทศไทยมานานถึง 35 ปี ได้แบ่งปันประสบการณ์การสร้างธุรกิจอัญมณีเงินและทอง (Felicia Design) ที่เริ่มจากโต๊ะสองตัวและพนักงานเพียงคนเดียวเมื่อ 30 ปีที่แล้ว
วีเบ็คก้า เน้นย้ำว่า: ความซื่อสัตย์สุจริต (integrity) และการดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส เป็นค่านิยมที่สำคัญที่สุดของบริษัท แม้เริ่มต้นด้วยความยากลำบากถึงขั้นที่ต้องเลือกว่าจะเดินกลับบ้านหรือซื้ออาหาร แต่สิ่งนี้สร้าง "ความยืดหยุ่น" (resilience) ในการเป็นผู้ประกอบการ เมื่อบริษัทเติบโตอย่างก้าวกระโดด (เคยผลิตจาก 15,000 ชิ้นต่อเดือน เป็น 15,000 ชิ้นต่อวัน) หัวใจสำคัญคือ การลงทุนในทีมงาน (staff) ซึ่งเป็นสินทรัพย์และความแข็งแกร่งของบริษัท การเติบโตของธุรกิจต้องสอดคล้องกับเป้าหมาย ESG และ SDGs ซึ่ง SEP เป็นเหมือน "แผนที่" ที่ช่วยนำทางให้บริษัททำสิ่งเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น เธอเล่าถึงช่วงที่เผชิญวิกฤตส่วนตัว (สามีป่วยหนักจากโควิด และมารดาเป็นมะเร็ง) ซึ่งทำให้ต้องประเมินใหม่ว่า "อะไรที่มีค่าในชีวิต" การมีพนักงานและเครือข่ายที่น่าทึ่งเข้ามาดูแลธุรกิจแทนในช่วงเวลาที่เธอไม่อยู่ได้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความสัมพันธ์รอบข้าง ในฐานะผู้ประกอบการ SME สิ่งสำคัญคือการ “ฉลองชัยชนะเล็กๆ น้อยๆ ทุกวัน” (celebrate every little win) และต้องเรียนรู้ที่จะรู้จักตนเอง เพื่อหาคนที่เข้ามาเติมเต็มจุดอ่อนของเรา

นอกจากนี้ พบว่าปรัชญาของในหลวงรัชกาลที่ 9 มีความคล้ายคลึงกับ กษัตริย์โอลาฟที่ 5 แห่งนอร์เวย์ ซึ่งทั้งสองพระองค์ทรงเป็นกษัตริย์ของประชาชน โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่กษัตริย์โอลาฟทรงเลือกโดยสารรถรางแทนการใช้รถยนต์ในช่วงวิกฤติน้ำมัน ซึ่งแสดงถึงความประหยัดและความพอประมาณ

CPF กับ หลักการ "3 ประโยชน์" สู่ครัวยั่งยืนของโลก
คุณ เลสเตอร์ คู ผู้อำนวยการองค์กรสัมพันธ์ต่างประเทศ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ CPF ชาวนิวซีแลนด์ ซึ่งอาศัยในไทยอย่างถาวร กล่าวว่า CPF ซึ่งเป็น "ครัวที่ยั่งยืนของโลก" (sustainable kitchen of the world) มีการดำเนินงานใน 17 ประเทศ และเป็นผู้ผลิตอาหารเพื่อประชากรโลกราว 4 พันล้านคน จึงให้ความสำคัญกับความมั่นคงทางอาหารและการผลิต/บริโภคที่มีความรับผิดชอบ (UNDG 13)

การประยุกต์ใช้ SEP ใน CPF นั้นสอดคล้องกับ "หลักการ 3 ประโยชน์" (Three Benefits Principle) ซึ่งกำหนดโดย คุณธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโส:
1. ประโยชน์ต่อประเทศ: ต้องซื่อสัตย์และให้บริการประเทศที่ดำเนินงานอยู่ (ในกรณีนี้คือประเทศไทย)
2. ประโยชน์ต่อประชาชน: ต้องเป็นประโยชน์ต่อผู้คน
3. ประโยชน์ต่อบริษัท: บริษัทจะได้รับประโยชน์เป็นลำดับสุดท้าย

เลสเตอร์เน้นย้ำว่า หากสิ่งใดทำกำไรได้มาก แต่ไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศหรือประชาชน บริษัทจะไม่ทำสิ่งนั้น ความยั่งยืนและความพอเพียงในบริบทธุรกิจยังรวมถึงการมองหา การลดต้นทุน (cost savings) และการเพิ่ม ประสิทธิภาพ ด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม (เช่น AI) นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นว่า ในวัฒนธรรมเมารีพื้นเมืองของนิวซีแลนด์ มีแนวคิดที่คล้ายกันเรียกว่า "Utu" ซึ่งหมายถึง "ความสมดุล" (equilibrium or balance) และถูกนำไปใช้ในระบบยุติธรรมสมัยใหม่ของนิวซีแลนด์ในชื่อ "Restorative Justice"
แก่นแท้ของ SEP: ความสมดุล การแบ่งปัน และผู้คน
ผู้เข้าร่วมเสวนาต่างเห็นพ้องต้องกันว่า ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้เป็นเพียงแนวคิดที่ต้อง "ถูกบังคับให้ทำ" (have to do) แต่เป็นสิ่งที่พวกเขา "เชื่อมั่น" (believe in) และเป็นสิ่งที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในยุคที่เต็มไปด้วยการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการหยุดชะงัก (disruption)
คุณกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร สรุปว่า แก่นแท้ของปรัชญานี้คือ "ผู้คน" (people), "ความสมดุล" (balance) และ "การแบ่งปัน" (sharing) และเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาสังคมเรื่องความเหลื่อมล้ำระหว่างผู้ที่ร่ำรวยมากกับผู้ที่ยากจนมาก

ซึ่งทั้งสองได้พิสูจน์ให้เห็นว่า SEP คือปรัชญาที่ "ยืดหยุ่น" (agile) และสามารถปรับเปลี่ยนให้เข้ากับบริบททางธุรกิจและชีวิตส่วนตัวได้ ไม่ว่าจะเป็น SME หรือองค์กรขนาดใหญ่ระดับโลก
