หน้าหลัก
Oct 25, 2024
WALKING UP THE SLEEPING : ISAN TO THE WORLD ความยั่งยืนของความม่วนแซ่บ
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

SX TALK STAGE ภายใต้หัวข้อ WALKING UP THE SLEEPING : ISAN TO THE WORLD ความยั่งยืนของความม่วนแซ่บ ได้รับเกียติจาก คุณกวิน ว่องกุศลกิจ ผู้จัดการบริษัท ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ จำกัด ดร. ศิริกุล เลากัยกุล ผู้อำนวยการบริษัท Sustainable Brands (SB) Thailand และคุณ เกรียงไกร กาญจนะโภคิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อินเด็กซ์ ครีเอทีฟ วิลเลจ จำกัด (มหาชน) ร่วมแบ่งปันมุมมองและแชร์ประสบการณ์ ขอนแก่นโมเดล ที่ประสบความสำเร็จจากการพัฒนาอย่างยั่งยืน

คุณกวิน เกริ่นนำว่า จังหวัดขอนแก่นมี “ขอนแก่นโมเดล” อยู่ก่อนหน้านี้แล้ว พวกตนเข้ามาช่วยผลักดัน จากนั้นคุณกวินเล่าประวัติความเป็นมาของ ขอนแก่น อินโนเวชั่น เซ็นเตอร์ ว่าเดิมทีเป็นอาคารเก่าที่ร้างมานาน 27 ปี จนกระทั้งกลุ่มมิตรผลเข้าซื้ออาคาร และบูรณะปรับปรุงเพื่อยกระดับเศรษฐกิจขอนแก่น โดยตั้งเป้าว่าจะเป็นศูนย์กลางนวัตกรรมระบบนิเวศทางธุรกิจระดับโลก ที่ส่งเสริมการเติบโตและชีวิตความเป็นอยู่ของภาคอีสาน  ตัวอาคารแบ่งพื้นที่เป็นโซนต่างๆดังนี้ 

Laboratory & Research, Workplace & Offices, Hotel & Restaurants, Education & Family, Active Wellness & Lifestyle Retail, Convention Center, Kaen Keaw Live House  

โครงการนี้ยึดถือแนวคิด “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ของกลุ่มมิตรผล ที่จะนำพาภาคอีสานเข้าสู่เวทีสากล และนำพาเวทีสากลมาสู่ภาคอีสาน ซึ่งจะส่งผลให้ความเป็นอยู่ของคนในภูมิภาคนี้ดีขึ้น  สาเหตุที่เลือกขอนแก่นเพราะเป็นจุดศูนย์กลางของภาคอีสานและระเบียงเศรษฐกิจ อีกทั้งจะอยู่ในเส้นทางรถไฟความเร็วสูงจากจีนถึงมาเลเซียด้วย อันจะกลายเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของประเทศ  

ผลงานส่วนหนึ่งในรอบ 2 ปีที่ผ่านมา เช่น ประสานงานให้ Michelin เข้ามาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการร้านอาหารท้องถิ่นเพื่อก้าวสู่ความเป็นร้านระดับโลก ในฐานะที่ชาวขอนแก่นประกอบเกษตรกรรม 80% ของพื้นที่ และธุรกิจอาหารคือปลายทางของสินค้าเกษตรกรรม  เกิดการจ้างงานเกษตรกรเพื่อป้อนผลผลิตเข้าร้านของโครงการ  นำสื่อมวลชนต่างประเทศเข้ามาเผยแพร่ด้านการท่องเที่ยวสู่สายตาชาวโลก  สนับสนุนนักออกแบบและศิลปินท้องถิ่นผ่าน Live House  เป็นผู้สนับสนุนกิจกรรมระดับจังหวัด เช่น เทศกาลสงกรานต์ ปีใหม่ และงานวิ่งมาราธอน ทั้งในฐานะผู้จัดงานและสปอนเซอร์ 

ภาคอีสานยังมีหลายสิ่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักในสายตาชาวโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องอาหาร เช่น เห็ด 34 ชนิดที่รับประทานได้ ซึ่งโครงการกำลังพยายามส่งเสริมของดีของภาคอีสาน เช่น ปลาร้า และหมอลำ ให้เป็นที่รู้จักโดยเริ่มจากในหมู่ชาวไทยก่อนที่จะขยายไปสู่ชาวโลก 

โครงการได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดีจากทุกภาคส่วนท้องถิ่นทั้งภาคเอกชนและภาครัฐ เนื่องจากขอนแก่นมีความตื่นตัวในเรื่องการพัฒนาอย่างยั่งยืนอยู่แล้วจาก “ขอนแก่นโมเดล” จนนำมาสู่งาน “ปลาร้าหมอลำ” ที่ภาครัฐและเอกชนจะร่วมมือกันจัดขึ้นในปลายปีนี้   

ดร. ศิริกุล เลากัยกุล ขยายความว่า คุณลักษณะโดดเด่นของภาคอีสานแฝงอยู่ในชีวิตประจำวันของคนไทยในทุกมิติ ไม่ว่าเป็นคนอีสานหรือไม่  ปรัชญาในการทำธุรกิจของมิตรผลคือ “ร่วมอยู่ ร่วมเจริญ” ดังนั้นจึงพยายามตอบแทนสังคมในทุกที่ที่ทำธุรกิจ เพื่อให้ทั้งเมืองและมิตรผลเจริญไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่แค่การจ้างงานเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการนำความเป็นอีสานไปสู่ชาวโลก  ในปีแรกนี้เรายก “ปลาร้าหมอลำ” ขึ้นมานำร่อง เพราะเป็นหนึ่งในภูมิปัญญาอีสาน ซึ่งจะทำให้ทุกคนที่อยู่ในห่วงโซ่ของสองสิ่งนี้มีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น  ปลาร้าจะไม่ใช่เป็นแค่เครื่องปรุงรสอาหาร แต่จะเป็นศาสตร์แห่งการหมักดองอาหาร ที่บ่งบอกถึงความมีอารยธรรมของมนุษย์ และจะเป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างนวัตกรรมอาหาร   

นอกจากนั้นการหมักดองยังเป็นศาสตร์แห่งการเปลี่ยนหรือค้นหารสชาติอาหารใหม่ๆที่เชฟระดับโลกทุกคนแสวงหา  อีกทั้งอาหารหมักดองมีสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อลำไส้มนุษย์ ซึ่งปัจจุบันอาหารบำรุงสุขภาพกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก  ดังนั้นการหมักดองจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของอุตสาหกรรมอาหารที่ต้องใส่ใจ เพราะสามารถนำไปต่อยอดได้อีกมากมาย และตอบโจทย์ด้านความยั่งยืนได้ดีที่สุด ด้วยเหตุที่เป็นกระบวนการแปรรูปอาหารที่ใช้ทรัพยากรน้ำและพลังงานน้อยมากเมื่อเทียบกับกระบวนการแปรรูปอาหารอื่นๆ และตอบโจทย์ด้าน Zero Food Waste เนื่องจากสามารถบริโภคปลาร้าได้ทั้งตัว  การหมักดองอาหารยังเชื่อมโยงกับเรื่องความมั่นคงทางอาหาร ที่หมายถึงการมีอาหารที่เข้าถึงได้อย่างเพียงพอ ดังที่คนสมัยโบราณทำปลาร้าเพื่อการบริโภคเองในครัวเรือน แต่สมัยนี้นิยมซื้อจากร้านค้าเนื่องจากเป็นยุคของการทำงานในเมือง  ปัจจุบันบริษัท Start Up นับร้อยบริษัทในอเมริกาก็กำลังตื่นตัวกับธุรกิจถนอมอาหาร ดังนั้นจึงไม่ใช่มีแค่เรารายเดียวที่ตื่นตัวกับเรื่องนี้  ปลาร้ามีศักยภาพที่จะเป็นเครื่องปรุงรสไทยที่คนทั่วโลกคุ้นเคย ดังเช่นกิมจิของเกาหลี และนัตโตะของญี่ปุ่น    

หมอลำมีศักยภาพที่จะทำให้กลายเป็นดนตรีสากลที่คนทั่วโลกสามารถเต้นตามได้แม้ไม่รู้ความหมายของเนื้อร้อง ซึ่งเมื่อหมอลำเป็นที่นิยมทั่วโลกแล้วก็จะดึงดูดคนมาเที่ยวภาคอีสานของไทย ซึ่งอันที่จริงภาคอีสานมีศักยภาพมากที่จะรองรับนักท่องเที่ยว  งาน “ปลาร้าหมอลำ” ที่เรากำลังจะจัด จะมีเชฟระดับโลกและคณะหมอลำระดับประเทศหลายท่านเข้าร่วม ท่ามกลางกิจกรรมมากมายอย่างครบวงจรและครบทุกมิติ ซึ่งจะเป็นต้นแบบของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน     

คุณเกรียงไกร กล่าวว่า ปลาร้าและหมอลำเป็น Creative Culture ซึ่งอีกนัยหนึ่งก็คือ Soft Power ที่เป็นหนึ่งในเจ็ดนโยบายเรือธงของรัฐบาล  งานนี้จะไม่ใช่มหกรรมหรืองานแสดงสินค้าที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวแล้วหายไป เพราะเราไม่ได้มองแค่งานเดียวแล้วจบ แต่เรากำลังจะนำ Soft Power นี้ไปสู่คนทั้งโลก  งานนี้ถือว่าไม่ใหญ่เกินไป เพราะทุกอย่างต้องมีครั้งแรก เราได้ต้นแบบงานมาจากมหกรรม South by Southwest ที่เมืองออสติน สหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นงานที่รวมหลายอุตสาหกรรม เช่น ดนตรี ภาพยนตร์ เทคโนโลยี  

เราจะจัดงานนี้โดยรวมหมอลำเข้ากับอย่างอื่นเพื่อให้คนอีสานที่คุ้นเคยกับหมอลำอยู่แล้วไม่รู้สึกเบื่อ เช่น ภาพยนตร์เกี่ยวกับภาคอีสานที่ทำรายได้สูงในปีที่ผ่านมา อาหารที่ผนวกกับปลาร้า เช่น คุกกี้ปลาร้า พิซซ่าปลาร้า และผลิตภัณฑ์ปลาร้าตัวที่ประสบความสำเร็จในการส่งออกมาแล้วเพื่อเป็นแรงบันดาลใจ 

Soft Power ที่จริงคือการพัฒนาสินค้าท้องถิ่นให้มีมูลค่าเพิ่ม  โครงการนี้ได้รับความสนใจจากทุกหน่วยงานที่เรานำเสนอ ไม่เพียงแต่ภาครัฐ แม้แต่ศูนย์การค้าเซ็นทรัลขอนแก่นก็สนใจที่จะใช้ปลาร้าเป็นธีมสำหรับเทศกาลปีใหม่  ครั้งนี้เรามีเชฟชั้นนำของโลกมาแสดงการทำอาหารด้วยปลาร้า แต่ครั้งต่อไปเราหวังว่าจะเชิญบุคคลสำคัญของโลกเข้ามาเป็นแขกรับเชิญ  ถึงแม้ว่าเราอาจไม่รู้จักเชฟเหล่านี้ที่กว่าครึ่งจะมาจากต่างประเทศ แต่มันแสดงให้เห็นว่าทั่วโลกสนใจ และเราจะมีโอกาสได้ชิมด้วย  เสมือนงาน Music Festival ที่มีทั้งดนตรี สัมมนา และอาหารในที่เดียว นอกจากนั้นช่วงวันที่จัดงาน 26 – 29 ธันวาคม จะเป็นช่วงวันหยุดยาวพอดี จึงเป็นโอกาสเหมาะที่ทุกคนจะมาเที่ยวงาน 

ดร. ศิริกุล เสริมว่า มีร้านอาหารญึ่ปุ่นแห่งหนึ่งคิดค้นเมนูซูชิปลาดองที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากปลาร้าตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา ซึ่งร้านนี้ตกลงว่าจะมาร่วมงานด้วย    

นอกจากเวทีหมอลำหลายเวที งานจะมีรถแห่กระจายตามมุมเมือง พิธีไหว้ครูหมอลำที่ใหญ่ที่สุดในภาคอีสาน และงานย่อยที่มีชื่อว่า “Home Coming Day” ที่ชาวอีสานผู้ย้ายไปอยู่ต่างประเทศจะกลับมาเยี่ยมบ้านเกิดพร้อมกับสามีและลูกหลานที่เป็นชาวต่างชาติ และเข้าร่วมงานในลักษณะเดินขบวนพาเหรดเพลงหมอลำ      

คุณเกรียงไกร กล่าวต่อว่า เชฟจากต่างประเทศจะชิมปลาร้าของร้านท้องถิ่นเพื่อออกความเห็นต่อรสชาติของแต่ละร้าน ซึ่งจะเป็นขวัญกำลังใจสำหรับผู้ผลิตปลาร้าท้องถิ่น  งานนี้มีต้นแบบมาจากงานระดับโลก และจะขยายใหญ่มากขึ้นในปีถัดไป  Creative Culture เป็นสิ่งที่บรรพบุรุษให้มา ขึ้นอยู่กับว่าคนรุ่นเราจะสร้างต่อยอดยังไงให้มันใหญ่มากขึ้น  และเมื่อสินค้าถูกขายออกไปในวงกว้าง ก็จะเกิดความยั่งยืนทั่วห่วงโซ่ตั้งแต่คนจับปลา คนปลูกข้าว 

ติดตามข่าวสาร และกิจกรรมของ SX ได้ทาง Facebook Page : Sustainability Expo, และแอดไลน์ @sxofficial 

เตรียมพบกับมุมมองดีๆ และต้นแบบสร้างการเปลี่ยนแปลงสังคมอย่างยั่งยืนพบกับงาน SX2025 ที่จะกลับมาจัดยิ่งใหญ่กว่าเดิม ระหว่าง วันที่ 26 ก.ย. - 5 ต.ค. 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ "เพราะความยั่งยืนเป็นเรื่องของเราทุกคน"

idownload
gplay
istore