โครงการ Trash to Treasure Art Contest 2022 หรือ การประกวดสร้างงานศิลปะจากขยะซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของงานงาน Sustainability Expo 2022 #SX2022 ได้รับผลตอบรับจากผู้สนใจเป็นอย่างมาก มีผู้เข้าร่วมประกวดส่งผลงานทั้งสิ้นกว่า 170 ทีมจากทั่วประเทศ ที่ใช้ความคิดสร้างสรรค์ชิ้นงานศิลปะ 2 และ 3 มิติ เพื่อสะท้อนปัญหาขยะในชีวิตประจำวันส่งต่อความคิดด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน และสร้างแรงบันดาลใจเพื่อเปลี่ยนพฤติกรรมตนเองเพื่อสิ่งแวดล้อมภายใต้แนวคิด “พอเพียง ยั่งยืน เพื่อโลก”
โครงการนี้ มีความมุ่งหวังให้งานศิลปะเป็นสื่อช่วยสร้างแรงบันดาลใจ และให้เกิดการตระหนักรู้ในการนำของเหลือใช้ที่ทุกคนคิดว่าเป็นขยะมาทำให้มีชีวิตขึ้นมาใหม่ด้วยการสร้างสรรค์เป็นผลงานศิลปะที่ทรงคุณค่า ถือเป็นเครื่องมือและตัวอย่างที่เป็นรูปธรรมที่ช่วยสื่อสารเรื่องระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) และการนำกลับไปใช้ซ้ำ (Reuse) และเป็นแรงบันดาลใจในการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมของคนทั่วไปในวงกว้างต่อไปในอนาคต

ในปีนี้มีผู้เข้ารอบทั้งสิ้น 20 ทีมสุดท้าย แต่มีเพียง 18 ผลงานที่ได้นำมาจัดแสดงบริเวณโถงทางเดิน ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ในงาน Sustainability Expo 2022 (SX2022) ซึ่งผลงานทั้งหมดได้รับเกียรติจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้คะแนนตัดสิน ได้แก่ 1) ศาสตราจารย์กมล เผ่าสวัสดิ์ 2) คุณนิติกร กรัยวิเชียร 3) ผู้ช่วยศาสตราจารย์ วุฒิกร คงคา 4) คุณเพลินจันทร์ วิญญรัตน์ 5) คุณณภัชป์ รัตนศักดิ์

ผลงานสร้างสรรค์ที่นำเสนอในงาน SX2022 ได้รับความสนจากผู้เข้าชมงานเป็นอย่างมาก ประกอบไปด้วย


ศิลปิน: คุณปวิตรา จรัสกุลางกูร
แนวคิดผลงาน: งานศิลปะชิ้นนี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคำพูดของ เฮนรี ฟอร์ด นักอุตสาหกรรมชาวอเมริกันและผู้ก่อตั้ง ฟอร์ด มอเตอร์ ที่ว่า “ถ้าไม่เพิ่มมูลค่าก็สูญเปล่า” ดังนั้นหากมีการเพิ่มมูลค่าอย่างสร้างสรรค์ลงใน "ถังขยะ" มันก็สามารถกลายเป็น "สมบัติ" เชือกเหลือใช้และกระดานไม้ที่ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไปถูกนำมาใช้เป็นวัสดุหลักในการสร้างงานศิลปะชิ้นนี้
มีการนำเทคนิคการร้อยด้ายมาใช้เพื่อสร้างงานศิลปะนี้ให้สมบูรณ์โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อแสดงความหมายของการคลายตัวของเชือกเมื่อเวลาผ่านไป เชือกบางเส้นถูกยืดอย่างแน่นหนาในขณะที่บางเส้นใช้ความเข้มน้อยกว่า ประเด็นเหล่านี้ถูกนำมาใช้เพื่อแสดงถึงธรรมชาติของความงาม เมื่อเวลาผ่านไปเชือกที่ยืดแน่นและไร้ที่ติก็จะคลายตัว เช่นเดียวกับความงามของผู้หญิง

(คุณประกายกาญจน์ กุลวิจิตร, คุณนิสาชล พลไชย, คุณธนพล ฉิมพลี)
แนวคิดผลงาน: จากปัญหาขยะอาหาร (food waste) ที่รวมไปถึงบรรจุภัณฑ์อาหารที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุก ๆ วันมีมากถึง 64% ของจำนวนขยะทั้งหมด ศิลปินจึงได้นำเอาปัญหานี้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบงานและจัดทำงานชิ้นนี้ด้วยขยะบรรจุภัณฑ์อาหารเพื่อนำเสนอปัญหาขยะอาหารในรูปแบบนามธรรม


ศิลปิน: คุณจิดาพร สอนอาจ
แนวคิดผลงาน: พลาสติกเป็นวัสดุที่มีความเกี่ยวพันใกล้ชิดกับชีวิตประจำวันของเราทุกคน ส่วนมากใช้ครั้งเดียวเเล้วทิ้ง เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดมลพิษในมหาสมุทรที่ทุกคนควรตระหนัก ขยะพลาสติกยังคงมีปริมาณมากในมหาสมุทรทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวการทำให้ระบบนิเวศทางทะเลเสื่อมโทรม สัตว์ทะเลล้มตายมากขึ้น การนำพลาสติกกลับมาใช้ใหม่จึงเป็นหนึ่งในทางออกที่จะช่วยรักษามหาสมุทรเเละยังเป็นวิธีการแบบพอเพียงที่ยั่งยืนอีกด้วย






ศิลปิน: คุณวรุฒม์ ผ่องภักต์
แนวคิดผลงาน: ไมโครพลาสติกไม่เพียงส่งผลเสียกับพวกเราในปัจจุบันเท่านั้น แต่ยังมีผลยาวไกลต่อไปถึงคนรุ่นต่อ ๆ ไป จากการสะสมไมโครพลาสติกในร่างกาย ซึ่งเกิดมาจากการบริโภคอาหารที่ปนเปื้อนไมโครพลาสติกซึ่งเกิดจากการกระทำของมนุษย์ที่ไม่จัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพและทำให้ขยะพลาสติกปนเปื้อนในสิ่งแวดล้อม ดังนั้นถึงเวลาแล้วที่เราจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อปกป้องตนเอง คนรุ่นต่อไป และสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน


ศิลปิน: กลุ่ม น้ำตาล (คุณกมลวรรณ กาญจนรัตน์, คุณกฤติน แก้วยองผาง, ชยุตม์ งามเอกอุดมพงศ์)
แนวคิดผลงาน: ปริมาณของขยะพลาสติกที่เพิ่มมากขึ้นในปัจจุบันส่งผลกระทบระยะยาวต่อสิ่งแวดล้อม สิ่งมีชีวิตเริ่มปรับตัวเพื่อความอยู่รอดจึงเกิดจินตนาการและสร้างสรรค์ผลงานการกลายพันธ์ของพืชที่ถูกกลืนกินด้วยขยะพลาสติก


ศิลปิน : Too Hot to Handle (คุณกัญญาณัฐ ผลใหม่, คุณกุศลสิริ โทนุการ, คุณณัฐชา หมูแก้ว)
แนวคิดผลงาน: ชีวิตประจำวันของเราในปัจจุบันลายล้อมไปด้วยผลิตภัณฑ์จากพลาสติกที่เราหายใจและบริโภคเข้าสู่ร่างกายโดยไม่รู้ตัว ผลงานศิลปะชิ้นนี้สื่อว่าเด็กทารกก็อาจได้รับผลกระทบสิ่งเจือปนแล้วตั้งเเต่อยู่ในครรภ์มารดา
โดยในกลุ่มประเภทผลงาน 3 มิตินี้ ยังมีผลงานที่ได้รับรางวัลขวัญใจกรรมการที่มอบให้เป็นพิเศษเพิ่มเติมอีกหนึ่งรางวัล นั่นคือ ผลงาน CACTO LAMP จากกลุ่ม CACTO (Thawe Shoom thin zar, Thiri Yandana Win , Kyaw Zin Thi Ha)

โคมไฟที่ประดิษฐ์ขึ้นจากสิ่งของรีไซเคิล เช่น ถุงพลาสติก ขวด และใช้ขยะรวมถึงอุปกรณ์ไฟฟ้าบางส่วนมาทำโคมไฟ CACTO เป็นการช่วยเปลี่ยนขยะให้เป็นสมบัติล้ำค่าที่สร้างสรรค์และสวยงาม






คณะกรรมการให้น้ำหนักในการตัดสินผลงานโดยมองที่ความสร้างสรรค์ ความแปลกใหม่ การสื่อความหมายที่ดี ความสามารถของชิ้นงานในการสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้พบเห็นได้อย่างชัดเจน การวางองค์ประกอบที่ลงตัว ใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดขยะใหม่แต่เป็นการนำขยะที่มีอยู่เดิมมาสร้างสรรค์ผลงาน ซึ่งทำให้ไม่เป็นพิษต่อสิ่งแวดล้อม และต้องเป็นงานศิลปะที่คงทนอยู่ได้ยาวนาน โดยผลงานที่ผ่านเข้ารอบชนะเลิศล้วนแต่ตอบโจทย์ดังกล่าวและสร้างสรรค์ออกมาได้อย่างดีเยี่ยม ซึ่งแสดงถึงพัฒนาการที่แตกต่างจากในปีที่ผ่านมาอย่างเห็นได้ชัด และเป็นที่คาดหวังว่าผู้เข้าร่วมการประกวดในปีต่อๆ ไปจะสามารถสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นเอกลักษณ์และสะท้อนมุมมองสังคมได้อย่างหลากหลายและแปลกใหม่ยิ่งๆ ขึ้นไปอีก