หน้าหลัก
Oct 23, 2022
TIPMSE เร่งสร้างระบบนิเวศบนหลัก EPR รับมือกติกาโลกที่เข้มข้นขึ้น
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

สถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม หรือ TIPMSE (Thailand Institute of Packaging and Recycling Management for Sustainable Environment) เดินหน้าขยายเครือข่ายในโครงการ “PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน” และสร้างกลไกพัฒนากระบวนการจัดการบรรจุภัณฑ์ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของประเทศไทยและดำเนินการได้จริง

นายโฆษิต สุขสิงห์ รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) และประธานสถาบันการจัดการบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลเพื่อสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า EPR หรือ Extended Producer Responsibility ซึ่งเป็นการขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตให้ครอบคลุมตลอดวงจรชีวิตของผลิตภัณฑ์ จะเป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเรามากขึ้นเรื่อย ๆ และเป็นกระแสที่เกิดขึ้นทั้งโลก หลายประเทศได้เริ่มนำแนวทาง EPR มาบังคับใช้แล้ว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจไม่มากก็น้อย ดังนั้นผู้ผลิตภาคเอกชนและผู้มีส่วนร่วมควรมีความเข้าใจเรื่องนี้อย่างถูกต้อง และตระหนักถึงความสำคัญในการวางแนวทางการบริหารจัดการบรรจุภัณฑ์ การเก็บกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ลดกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และสังคมรอบข้าง

"แนวทางที่ TIPMSE ดำเนินการอยู่นี้ เราเน้นเรื่องการจัดการบรรจุภัณฑ์โดยสมัครใจ เปิดให้ผู้ผลิต ผู้จำหน่าย ผู้รวบรวม โรงงานรีไซเคิล องค์กรอิสระ และองค์กรต่างประเทศเข้ามามีส่วนร่วม หากมีการนำหลัก EPR มาปฏิบัติอย่างสมบูรณ์ จะช่วยเพิ่มศักยภาพของผู้ผลิตหรือเจ้าของแบรนด์สินค้าในประเทศไทยให้ก้าวสู่ตลาดส่งออกได้อย่างเข้มแข็ง ยั่งยืน และมีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น"

หลังจาก TIPMSE ได้เริ่มต้นโครงการ “PackBack เก็บกลับบรรจุภัณฑ์เพื่อวันที่ยั่งยืน” เมื่อปลายปีที่แล้ว มีผู้เข้าร่วมโครงการ 50 องค์กร ปัจจุบันมีเพิ่มขึ้นเป็น 72 องค์กร แสดงให้เห็นว่า ภาคส่วนต่าง ๆ ตลอดห่วงโซ่คุณค่ามีความตื่นตัวในการขับเคลื่อนการจัดการขยะบรรจุภัณฑ์ตามหลัก EPR และเริ่มดำเนินการในพื้นที่นำร่อง 3 เทศบาลในจังหวัดชลบุรี โดยส่งเสริมให้มีการคัดแยกบรรจุภัณฑ์ การพัฒนาระบบรวบรวมและขนส่ง การจัดตั้งจุดรองรับ การส่งเสริมกลุ่มแรงงานนอกระบบที่เกี่ยวข้อง การสร้างระบบเชื่อมโยงการบรรจุภัณฑ์ และการสร้างองค์ความรู้เพื่อให้การคัดแยกมีคุณภาพและประสิทธิภาพ

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวในพิธีเชิดชูเกียรติและประกาศเกียรติคุณ 72 องค์กรผู้นำแห่งความรับผิดชอบด้านความยั่งยืนว่า การบริหารจัดการตามหลัก EPR เป็นการดำเนินการที่ครอบคลุมตลอดกระบวนการผลิต และเป็นหลักการสำคัญที่จะทำให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาเศรษฐกิจหมุนเวียนได้อย่างชัดเจน

ปัจจุบัน 30-40% ของปริมาณขยะทั้งหมดทั่วประเทศ หรือประมาณ 8-10 ล้านตัน มาจากบรรจุภัณฑ์พลาสติก และยังมีบรรจุภัณฑ์อีกหลายประเภทที่ไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ให้เกิดประโยชน์ ดังนั้นกรมควบคุมมลพิษ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจึงได้จัดทำแผนปฏิบัติการด้านการกำจัดขยะของประเทศปี 2565-2570 ซึ่งเป็นแนวทางการจัดการขยะรูปแบบใหม่ตามหลักการ EPR โดยอยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะกรรมการสิ่งล้อม เพื่อนำเสนอต่อคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป

"นอกจากภาคเอกชนที่เข้ามามีส่วนร่วมและมีบทบาทในการผลักดันการบริหารจัดการขยะบรรจุภัณฑ์และรีไซเคิลมากขึ้นแล้ว องค์กรปกครองท้องถิ่นทุกระดับทั่วประเทศ จะเป็นอีกภาคส่วนที่จะต้องมีบทบาทสำคัญในกระบวนจัดการขยะให้มีประสิทธิภาพและมีการเก็บกลับเพื่อนำเข้าสู่ระบบรีไซเคิล และอัพไซเคิล (Upcycle)"

นายวราวุธ ซึ่งเป็นประธานคณะอนุกรรมการบริหารจัดการขยะพลาสติกและขยะอิเล็กทรอนิกส์ กล่าวว่า คณะอนุกรรมการฯ ได้มีมติในการประชุมเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา ให้กำหนดนโยบายกำกับและกำจัดการนำเข้าเศษพลาสติกในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะไม่อนุญาตให้นำเข้าเศษพลาสติกเข้ามาในปี 2568 ยกเว้นเศษพลาสติกที่ไม่มีในประเทศไทย เช่น พลาสสติก ABS ที่นำมาทำคอนโซลรถยนต์ เป็นต้น ซึ่งจะมีการพิจารณาอนุญาตเป็นราย ๆ ไป มาตรการดังกล่าวจะบังคับให้ทุกภาคส่วนนำขยะพลาสติกในประเทศไทยกลับมาใช้ให้ได้ทั้ง 100% ภายในปี 2570 ตามโรดแมพที่รัฐบาลวางไว้

นอกจากนี้ รัฐบาลได้จัดทำยุทธศาสตร์ระยะยาวในการพัฒนาการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในระดับต่ำของประเทศไทย (Long-term low greenhouse gas emission strategy: LTS) เพื่อให้บรรจุเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอนในปี ค.ศ. 2050 และคาร์บอนเป็นศูนย์ในปี ค.ศ.2065 ซึ่งประเทศไทยจะนำเสนอแผนดังกล่าวต่อองค์การสหประชาชาติก่อนที่จะมีการประชุม COP27 ในปลายปีนี้

EPR ถือเป็นเครื่องมือที่กระตุ้นให้ผู้ผลิตขยายขอบเขตความรับผิดชอบในการลดของเสียที่เกิดขึ้นตลอดทุกช่วงของวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ โดยคำนึงถึงและพยายามลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ตั้งแต่การเริ่มต้นคิด การออกแบบผลิตภัณฑ์พลาสติก การจัดส่งกระจายสินค้า การรับคืน การเก็บรวบรวม การใช้ซ้ำ จนถึงนำมาสู่การนำกลับมาใช้ใหม่ เพื่อส่งเสริมให้เกิดความยั่งยืนของผลิตภัณฑ์ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์พลาสติก ให้สามารถใช้งานได้อย่างคุ้มค่า และส่งผลเสียหรือผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมน้อยที่สุด

ดังนั้น EPR จึงมีส่วนสำคัญเป็นอย่างมากสำหรับอุตสาหกรรมพลาสติกและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้เกิดการพัฒนาในทิศทางที่เหมาะสม ส่งเสริมการสร้างระบบการจัดการปัญหาขยะพลาสติกอย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และช่วยแก้ปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมได้อย่างยั่งยืน

idownload
gplay
istore