CIRCULAR ECONOMY : เศรษฐกิจหมุนเวียน
สังคมแห่งการรีไซเคิล & อัพไซเคิล เพื่อชีวิตที่ดีกว่า
แนวคิดด้านเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) ถูกออกแบบมาเพื่อให้ชีวิตใหม่แก่วัสดุต่างๆ ในวงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ (Product Life Cycle) แทนการทิ้งให้กลายเป็นขยะเมื่อสิ้นสุดการบริโภค เกิดการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด การหมุนเวียนเป็นวงจรต่อเนื่องโดยไม่มีของเสียตลอดทั้งกระบวนการของสินค้าและบริการ แนวคิดดังกล่าวมีความสำคัญต่อนโยบายการพัฒนาที่ยั่งยืนของบริษัทเอกชนและรัฐบาลทั่วโลก และสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ประชาคมอาเซียน พ.ศ. 2568 (ASEAN Community Vision 2025) ที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านไปสู่เศรษฐกิจหมุนเวียนและสังคมคาร์บอนต่ำ
นายธัชวัช เตชะมงคลจิต ผู้บริหารสูงสุดบริษัท รอยซ์ ยูนิเวอร์แซล จำกัด ผู้ผลิตแผ่นพลาสติกเพื่ออุตสาหกรรม กล่าวในงาน Sustainability Expo 2023 มหกรรมเพื่อความยั่งยืนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียนว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการอัพไซเคิล (การนำวัสดุจากผลิตภัณฑ์ที่ถูกใช้งานแล้ว มาผ่านกระบวนการต่างๆ เพื่อกลับเข้าสู่วงจรการใช้งานอีกครั้ง) และรีไซเคิลบรรจุภัณฑ์ที่ทำจากพลาสติก โดยออกแบบระบบที่เรียกว่า “รอยซ์ไซคลิ่ง” คือการรีไซเคิลวัสดุใช้แล้ว มุ่งเน้นให้เกิดกิจกรรมระหว่างผู้ผลิตและผู้ใช้สินค้าในระดับต่ำที่สุด เพื่อลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนระหว่างการขนส่งสินค้า
ตัวอย่างเช่น พลาสติกที่ถูกนำมาจัดดิสเพลย์สินค้าภายในห้างสรรพสินค้า เมื่อถึงเวลาที่ทางห้างฯ ต้องการเปลี่ยนดีไซน์ของดิสเพลย์ วัสดุที่ทำจากพลาสติกเหล่านี้จะถูกนำมาผลิตใหม่และวนกลับมาใช้ในการจัดแสดงสินค้าครั้งต่อไป แทนการนำไปทิ้ง เพื่อสนับสนุนระบบเศรษฐกิจหมุนเวียน
“ในงานเอ็กซ์โปนี้ ทุกคนคงเห็นว่ามีวัสดุตกแต่งมากมาย คำถามคือเราจะเอามันไปไว้ที่ไหน ผมคิดว่าคงใช้เวลาอีกนานกว่าจะถูกรีไซเคิล บางส่วนคงไปที่ที่ฝังกลบขยะ แต่ด้วยระบบรอยซ์ไซคลิ่ง เรามีวัสดุใหม่มากมาย เราสามารถนำของในงานนี้ไปรีไซเคิลและนำกลับมาใช้จัดงานได้อีกครั้งในเดือนหน้าเลยก็ได้ โดยเราวางแผนว่าจะเปิดตัวโครงการนี้ในปีหน้า” นายณธัชวัช กล่าว
นายธนะชาติ เหล่าศิริพงศ์ รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหาร ธุรกิจพิเศษ ธุรกิจไบโอพลาสติก บริษัท ไทยวา จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินธุรกิจเกษตรอุตสาหกรรมและอาหาร เล่าถึงการนำแป้งมันสำปะหลัง และโพลิเมอร์มาผลิตเป็นฟิล์มคลุมดินชีวภาพ (Bio Mulch Film) บรรจุภัณฑ์รูปแบบใหม่ที่ย่อยสลายได้ มาช่วยแก้ปัญหาดินเสื่อมโทรม เพื่อให้เกษตรกรสามารถทำการเกษตรแบบยั่งยืน และลดการใช้สารเคมี โดยทดลองใช้กับการปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่ภาคอีสาน ที่ได้ชื่อว่ามีสภาพดินอยู่ในระดับที่แย่ที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศไทย ซึ่งค่าอินทรียวัตถุในดินเกือบเป็นศูนย์
“หลังทดลองใช้ เราพบว่าฟิล์มคลุมดินชีวภาพช่วยกักเก็บความชื้น และเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรได้ประมาณ 50% ช่วยฟื้นชีวิตให้ดินได้เป็นอย่างดี เราใช้ธรรมชาติมาช่วยปรับปรุงธรรมชาติ การใช้ฟิล์มคลุมดินชีวภาพที่สามารถย่อยสลายลงดินได้ ทำให้เราสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการปลูกมันสำปะหลัง และช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์ในดิน เราอยากแชร์เทคโนโลยีนี้ให้เวียดนาม กัมพูชา และลาว
ทั้งโรงงานมันสำปะหลังและโรงงานผลิตแอลกอฮอล์จากมันสำปะหลังก็ใช้วัตถุดิบเดียวกัน เราอยากเสนอโซลูชั่นนี้เพื่อให้ทุกฝ่ายในห่วงโซ่คุณค่า (Value chain) ของอุตสาหกรรมมันสำปะหลังได้ประโยชน์ เกษตรกรจะได้มีกำไรเพิ่มขึ้นจากผลผลิตที่ดีขึ้น และใช้ประโยชน์ของเสียจากการเกษตรและวัสดุพลอยได้ (By-product) เพื่อสนับสนุนการพัฒนาที่ยั่งยืน” นายธนะชาติ สรุป
นายไร่ วัน หมัย อธิบดีกรมทรัพยากรธรรมชาติและเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อม สาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เล่าถึงสถานการณ์เกี่ยวกับการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจหมุนเวียนว่า ปัจจุบันรัฐบาลกำลังศึกษาว่าบริษัทในเวียดนามต้องการความช่วยเหลือหรือมีปัญหาใดบ้าง เกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านไปสู่ธุรกิจสีเขียวและเศรษฐกิจหมุนเวียน และจะจัดให้มีการประชุมหารือระหว่างภาครัฐกับเอกชนในเร็วๆ นี้
เราทำงานร่วมกับสมาคมธุรกิจเกษตร อี-คอมเมิร์ซ และเครื่องดื่ม มีหลายบริษัทเสนอแนวคิดและนโยบายด้านรีไซเคิลและอัพไซเคิล อย่างไรก็ตาม จำนวนบริษัทที่มีนโยบายเกี่ยวกับเศรษฐกิจหมุนเวียนในเวียดนามยังมีน้อยมาก
“หน่วยงานต่างๆ ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ต้องระบุให้ชัดว่าอะไรคือโมเดลที่จะเกิดผลในทางปฏิบัติได้มากขึ้น และจะส่งเสริม อธิบายเรื่องเศรษฐกิจหมุนเวียนในทางปฏิบัติกันอย่างไร เป็นหน้าที่ของผมด้วยที่จะต้องหารือกับบริษัทต่างๆ ให้มากขึ้น เพื่อเข้าใจถึงปัญหาและศักยภาพของพวกเขา และพัฒนากฎระเบียบที่เหมาะสมต่อการเปลี่ยนผ่านต่อไป” นายไร่ กล่าว
“การเงินสีเขียว (Green Finance) กำลังนำโอกาสที่ดีมาให้ทั้งเวียดนามและบริษัทในกลุ่มอาเซียน และปัจจุบันเวียดนามกำลังพัฒนาการจัดกลุ่มกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม (Green Taxonomy)” นายไร่ กล่าวสรุป