
‘ชัยของการพัฒนานี้ มีจุดประสงค์คือ ความสงบ ความเจริญ ความอยู่ดีกินดี’
มูลนิธิชัยพัฒนา ผู้บุกเบิกการทำงานด้านความยั่งยืนในประเทศไทย ดำเนินงานตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง (Sufficiency Economy Philosophy หรือ SEP) ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญของการจัดงาน Sustainability Expo ตลอดระยะเวลา 3 ปี มูลนิธิชัยพัฒนา บอกเล่าเรื่องราวและตัวอย่างของการพัฒนาด้านต่างๆ อาทิ โครงการภัทรพัฒน์ กับงานพัฒนาหัตถกรรมชุมชน โครงการศึกษาวิจัยและพัฒนาสิ่งแวดล้อมแหลมผักเบี้ยอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ศูนย์พัฒนาพันธุ์พืชจักรพันธ์เพ็ญศิริ โครงการวิจัยโรงเรียนเกษตรอัจฉริยะ
จุดเด่นและความน่าสนใจ คือ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงานด้านต่างๆ เช่น การใช้โดรน เพื่อการเกษตร การลดเวลาทำงานและเพิ่มผลผลิต การนำวัสดุท้องถิ่นอย่างไม้ไผ่มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีสารสนเทศในการเก็บข้อมูลระดับน้ำรายงานผลผ่านไลน์แอปพลิชัน การจัดทำฐานข้อมูลพืชพรรณไม้ภายในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ บนเว็บไซต์ https://punmai.chaipat.or.th การพัฒนาระบบตรวจสอบย้อนกลับผ่านการสแกน QR Code ซึ่งจะทำให้รู้แหล่งที่มาของอาหาร สร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้บริโภค

50 ปี เดินหน้า ปลูกป่า ปลูกคน
ตลอดระยะเวลา 5 ทศวรรษที่ผ่านมา มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ให้ความสำคัญด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน มุ่งมั่นที่จะพัฒนาให้คนพึ่งพาตัวเองได้ สร้างความมั่นคงให้ชุมชนและได้ช่วยเหลือผู้อื่น ตามพระราชดำรัส “ช่วยเขาให้เขาช่วยตัวเอง” มีการพัฒนาสินค้าและทำการตลาดให้หัตถกรรมชนเผ่าสร้างอาชีพและพัฒนาศักยภาพให้ชาวไทยภูเขากว่าหมื่นชีวิต จากนั้น จึงเดินหน้าเปลี่ยนดอยตุงจากพื้นดินสีน้ำตาลแดง เป็นผืนป่าสีเขียวที่อุดมสมบูรณ์สุดลูกหูลูกตา จากประสบการณ์ปลูกป่ากว่า 30 ปี มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมมือกับทุกภาคส่วนพัฒนาแหล่งดูดซับก๊าซเรือนกระจกกว่า 1 ล้านไร่ทำให้ประชาชนได้รับประโยชน์กว่า 1,100 ชุมชน
นอกจากนี้ยังได้นำเสนอเรื่องราวของ ‘ดอยตุง’ ธุรกิจเพื่อสังคม ที่มีหัวใจหลักอยู่ที่การพัฒนาศักยภาพคนผสมผสานภูมิปัญญาท้องถิ่นกับการบริหารจัดการทางธุรกิจและการผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ผลิตภัณฑ์ของดอยตุงมีหลากหลายประเภท สินค้าตกแต่งบ้าน เครื่องเคลือบดินเผา ผลิตภัณฑ์กระดาษสา สินค้าแฟชั่น ที่ล้วนคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมเป็นเรื่องสำคัญ

เศรษฐกิจพอเพียงเป็นรากฐาน วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเป็นเครื่องมือสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืน
เพราะเป้าหมายของ มูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ต้องการสนับสนุนให้ชุมชนสามารถบริหารจัดการน้ำได้ด้วยตนเอง มีน้ำสำรองไว้ใช้อุปโภคบริโภคและใช้ในการเกษตร สามารถวางแผนเพาะปลูก บริหารการผลิต บริหารความเสี่ยง จึงจะเกิดความมั่นคงยั่งยืนในด้านทรัพยากร อาหาร เศรษฐกิจและสังคม โดยผลงานที่นำมาโชว์ในงานนี้ ได้แก่ การพัฒนาระบบโทรมาตรอัตโนมัติ ตรวจวัดปริมาณฝนระดับน้ำสภาพอากาศและส่งข้อมูลอัตโนมัติแจ้งเตือนภัยพิบัติได้อย่างทันท่วงที มีการพัฒนา แอปพลิเคชัน Thai Water จากฐานข้อมูลน้ำแห่งชาติ ซึ่งจะทำให้สามารถติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศของประเทศไทยได้ครบจบในแอปเดียว

เดินหน้าภารกิจ ‘บำบัดทุกข์ บำรุงสุข’
กระทรวงมหาดไทย เดินหน้าปฏิบัติภารกิจต่อเนื่องที่จะบำบัดทุกข์บำรุงสุขให้แก่ประชาชนผ่านโครงการต่างๆ มากมาย เช่น ประกาศเจตนารมณ์ในการลดการปลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืนทั่วประเทศ ร่วมกับ 21 หน่วยงานของสหประชาชาติประจำประเทศไทยเพื่อ ‘Change for Good’ ใน “76 จังหวัด 76 คำมั่นสัญญา” โครงการอำเภอนำร่อง “บำบัดทุกข์บำรุงสุข” สร้างนักขับเคลื่อนยุทธศาสตร์นำการเปลี่ยนแปลงกระทรวงมหาดไทย การตั้งศูนย์อำนวยการขจัดความยากจนและพัฒนาคนในทุกช่วงวัยอย่างยั่งยืนตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อบูรณาการทุกภาคส่วนในการแก้ไขปัญหารายได้ครัวเรือน การรณรงค์การปลูกผักสวนครัว การเลี้ยงสัตว์และทำประมง เพื่อให้ทุกครัวเรือนเป็นคลังอาหาร ทุกหมู่บ้านเป็นศูนย์แบ่งปันเมล็ดพันธุ์และต้นกล้า
สามารถติดตามรายละเอียดการดำเนินโครงการพัฒนาทั่วประเทศผ่านเว็บไซต์ warroom.moi.go.th หรือส่งแรงสนับสนุนไปยังโครงการพัฒนาต่างๆ ด้วยการบริจาคได้ที่บูธ พร้อมรับพืชผักการจากเกษตรกรในจังหวัดเชียงใหม่ติดไม้ติดมือกลับบ้าน

พัฒนาความยั่งยืนของสังคมผ่านการพัฒนาชุมชนและการพัฒนาคน
การพัฒนาที่ยั่งยืนจะดำเนินการไม่ได้หากขาดการพัฒนาการศึกษาที่เข้มแข็ง กระทรวงการอุดมศึกษาฯ ชูการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน เพื่อความยั่งยืนของสังคมผ่านการพัฒนาชุมชนและการพัฒนาคน นำตัวอย่างโครงการต่างๆ ในสังกัดมาให้ชม อาทิ โครงการมหาวิทยาลัยสู่ตำบล U2T for BCG ซึ่งระดมกำลังมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัยนำองค์ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและนวัตกรรมขับเคลื่อนภาคการผลิตและการบริการ นำไปสู่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ โครงการ “Digital Lean Learning Factory” เป็นโรงงานจำลองเพื่อใช้ในการฝึกอบรม ทดสอบและสาธิตเทคโนโลยีดิจิตอลทางฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ โดยเฉพาะ CNG ซึ่งเป็นเครื่องจักรอเนกประสงค์ที่ใช้งานเป็นจำนวนมากในประเทศไทย โดยออกแบบให้มีสิ่งแวดล้อมใกล้เคียงกับการผลิตจริงทำให้ผู้เรียนรู้การใช้เทคโนโลยีต่าง ๆ และแนวคิดแบบ “Lean” ได้ง่ายขึ้น สุดท้ายเป็นเรื่องราวของศูนย์นวัตกรรมแห่งอนาคต Futurium ที่จะมาสร้างแรงบันดาลใจและสร้างความพร้อมกับเยาวชนสำหรับการประกอบอาชีพในอนาคต โดยเฉพาะอาชีพด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี Futurism เปิดให้บริการจริงในปี 2566 ณ องค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) คลองห้า

แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง คืออีกหนึ่งในแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืน
การพัฒนาไม่ควรตั้งเป้าหมายไว้ที่การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ควรถึงการพัฒนาด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมซึ่งเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันจนไม่สามารถแยกจากกันได้ งานด้านเศรษฐกิจต้องส่งเสริมความเจริญรุ่งเรืองของสังคมและรักษาสิ่งแวดล้อมธรรมชาติเพื่อส่งมอบให้คนรุ่นหลัง ในประเทศไทยศาสนาและความเชื่อต่างๆอยู่ร่วมกันอย่างกลมเกลียว อาทิ ย่านกะดีจีนที่ 3 ศาสนา 4 ความเชื่ออยู่ร่วมกันในพื้นที่เดียว ผู้นำศาสนาและชุมชนมีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง
บูธศาสนาและความยั่งยืน ยังบอกเล่าการสร้างความสัมพันธ์ต่างศาสนาในระดับนานาชาติ โดยมีการพบปะและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นระหว่างผู้นำศาสนาพุทธและคริสต์ในหลายวาระโอกาส เช่น สมเด็จพระวันรัตและคณะเข้าเฝ้าสมเด็จพระสันตะปาปา ปอลที่ 6 ณ กรุงโรมประเทศอิตาลี พ.ศ. 2515 งานปริวรรตคัมภีร์พระมาลัยเพื่อส่งมอบให้วาติกัน พระสันตะปาปาฟรานซิสเสด็จเรือนไทยอย่างเป็นทางการในปี 2562 และตัวแทนวัดพระเชตุพนเยือนวาติกันในโอกาสครบรอบ 50 ปีกระชับมิตรภาพระหว่างสองของศาสนาในปี 2565
ไฮไลท์ของบูธนี้คือกวีนิพนธ์ชุดธรรมชาตินิยม พระเมธีวชิโรดม ว. วชิรเมธี ท่อนหนึ่งเขียนว่า “เราต่างมีกันและกันในสรรพสิ่ง เราต่างอิงองค์อื่นอีกหมื่นหมาย เราต่างถ้อยธำรงจึงทรงกาย เราต่างท้ายเป็นส่วนหนึ่งที่ถึงกัน” สะท้อนว่าชีวิตและธรรมชาติบนเป็นหนึ่งเดียวกัน ต้องพึ่งพาอาศัยกัน เช่นเดียวกับการพัฒนาที่ยั่งยืน ซึ่งต้องเริ่มจากตัวเรา เมื่อเราอยู่ได้อย่างยั่งยืน โลกก็สามารถอยู่ได้อย่างยั่งยืน