กสศ.-มูลนิธิก้าวคนละก้าว โชว์ผลสำเร็จ 5 ปี ‘ก้าวเพื่อน้อง’
และการเดินทางแห่งความเชื่อมั่นของ ‘อาทิวราห์ คงมาลัย’
งาน SUSTAINABILITY EXPO 2025 (SX) – กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) และมูลนิธิก้าวคนละก้าว ได้จัดงาน Music Talk Show สุดพิเศษ ในหัวข้อ “ตลาดใจให้น้อง ห้องเรียนพิเศษ ก้าวเพื่อน้องปีที่ 6” ณ SX TALK STAGE เพื่อร่วมกันเผยผลลัพธ์อันน่าชื่นใจของโครงการ “ก้าวเพื่อน้อง” ซึ่งดำเนินมาถึงปีที่ 6 แล้ว โดยโครงการนี้มีวัตถุประสงค์หลักในการสนับสนุนเด็กและเยาวชนที่ยากจนแต่เรียนดี ให้ได้รับโอกาสในการศึกษาต่อในระดับที่สูงกว่าการศึกษาภาคบังคับ และพาผู้เข้าร่วมงานเจาะลึกถึงแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตและการต่อสู้กับความยากจนผ่านเส้นทางดนตรีของ อาทิวราห์ คงมาลัย (ตูน บอดี้สแลม) ประธานมูลนิธิก้าวคนละก้าว

วิกฤตความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา: ความจำเป็นของการสนับสนุน
สถานการณ์ความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาในประเทศไทยปัจจุบันน่าเป็นห่วง โดยพบว่ามี เด็กเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษามากถึง 880,000 คน ในปี 2567 ที่ผ่านมา เด็กกลุ่มนี้เป็นกลุ่มที่สำคัญยิ่งในการผลักดันให้ประเทศไทยก้าวออกจากกับดักรายได้ปานกลางเป็นประเทศรายได้สูงในอนาคตอันใกล้
วิทยากรจาก กสศ. ได้เผยถึงข้อมูลเชิงลึกว่า ในบรรดาเด็กเยาวชนที่อยู่ในระบบการศึกษาประมาณ 8.5 ล้านคน มีเด็กที่อยู่ในครัวเรือนยากจนหรือยากจนพิเศษมากกว่า 3 ล้านคน และ 1.33 ล้านคนเป็นเด็กยากจนพิเศษ ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยของสมาชิกครัวเรือนต่อคนต่อเดือนเพียง 1,133 บาท หรือน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของเส้นความยากจนของประเทศที่กำหนดไว้ที่ 3,000 บาท หากไม่มีการสนับสนุน พบว่าเมื่อจบชั้น ม.3 จะมีเด็กเยาวชนประมาณ 1 ใน 5 คน หลุดออกจากการศึกษาภาคบังคับ

5 ปีแห่งการให้โอกาส: ทุนการศึกษาที่เปลี่ยนชีวิต
มูลนิธิก้าวคนละก้าวและ กสศ. ได้ร่วมมือกันอย่างต่อเนื่องในการระดมความร่วมมือจากภาคเอกชนและประชาชนเพื่อมอบทุนการศึกษา “ทุนก้าวเพื่อน้อง”
“ทุนก้าวเพื่อน้อง” สนับสนุนนักเรียนที่สอบติดระดับ ม.ปลาย หรือ ปวช. โดยให้เงินทุน 6,500 บาทต่อเดือน พร้อมค่าการศึกษาไม่เกิน 10,000 บาทต่อปี รวมมูลค่าทุน 264,000 บาทต่อคน ตลอด 3 ปีการศึกษา เพื่อเป็นหลักประกันให้เด็ก ๆ สามารถเรียนต่อจนจบได้โดยไม่ต้องกังวลเรื่องความยากจน
ตลอดระยะเวลา 5 ปีที่ผ่านมา โครงการได้มอบทุนรวม 249 ทุน โดยแบ่งเป็นนักเรียนต่อ มัธยมปลาย 163 ทุน และ ปวช. 86 ทุน และได้รับเงินบริจาครวมกว่า 63,576,000 บาท

ความสำเร็จที่โดดเด่นคือการส่งต่อในระดับอุดมศึกษา
ตัวแทนมูลนิธิก้าวคนละก้าว กล่าวว่า "น้องรุ่น 1 รุ่น 2ของเราตอนนี้ได้มีโอกาสเพิ่มโอกาสทางเลือกในชีวิตเขา จากที่เขาเคยคิดว่าเขาจะจบแค่ม 3 แล้วเขาต้องออกไปทำงานแต่ปัจจุบันเนี่ยเขาเข้าสู่ระดับที่เรียนต่อไปเกือบทั้ง หมดเลยนะครับ นี่คือบทสรุปที่ทุกคนจะได้เห็นว่าเวลาช่วยแล้วน่ะ มันเพิ่มโอกาสในทางเลือกในชีวิตของเขาให้ เขา ได้ไปต่อจริง ๆ"
การเชื่อมต่อสู่ระดับอุดมศึกษา: พลังของภาคีเครือข่าย
มูลนิธิก้าวคนละก้าวไม่ได้หยุดเพียงแค่การสนับสนุนในระดับมัธยม แต่ยังส่งต่อนักเรียนไปยังสถาบันอุดมศึกษาที่เปิดโอกาสให้น้อง ๆ หนึ่งในสถาบันที่เป็นภาคีสำคัญคือ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) โดยสมาคมศิษย์เก่า มจพ. ได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยในการมอบทุนอย่างต่อเนื่อง

คุณสุรเดช บัวทรัพย์ นายกสมาคมศิษย์เก่า มจพ. ได้ยืนยันความมุ่งมั่นในการสนับสนุนเด็กเก่งที่ขาดโอกาส:
"น้องสอบติดมหาวิทยาลัยจะจ่ายค่าเทอมให้ตลอดหลักสูตรนะครับ ตั้งแต่ ปี 1 ถึง ปีสุดท้าย ที่มหาวิทยาลัย ถ้าไป สอบติดหลักสูตร 5 ปี ก็สนับสนุนจนครบจนจบหลักสูตรที่จะจบหลักสูตรไปได้ แล้วก็สามารถไปประกอบอาชีพสร้างสิ่งที่ตัวเองต้องการเปลี่ยนชีวิตตัวเองไปเลย"
ในงานยังมีนักเรียนทุนก้าวเพื่อน้องรุ่นที่ 2 จำนวน 3 คน ซึ่งได้รับการส่งต่อไปยัง มจพ. มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ อาทิ น้องเก่ง (การดา จำลองเพลง) ที่กำลังศึกษาคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า
น้องเก่ง การดา จำลองเพลง กล่าวว่า "ของหนูเป็นอีกหนึ่งคนที่มีความฝัน แล้วก็อยากจะทำตามความฝันให้เป็น จริงค่ะ ซึ่งหนทางที่ผ่านมานั้นมันยากเย็นมาก ๆ เลย สุดท้ายนี้นะคะ หนูขอสัญญาว่าหนูจะตั้งใจเรียนแล้วก็ตั้งใจ ทำตามความฝัน ซึ่งความฝันของหนูอยากที่จะเป็นครูช่างค่ะ"

การดำเนินงานต่อเนื่องเพื่ออนาคตของชาติ
คุณพร ธัญญันผล ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารสาธารณะและระดมความร่วมมือ กสศ. กล่าวขอบคุณมูลนิธิก้าวคนละก้าวและผู้สนับสนุนทุกท่านที่ได้เห็นคุณค่าและศักยภาพของเด็กเหล่านี้ ว่า "สิ่งที่ทุกท่านได้ร่วมกัน จะไม่มีผิดหวังแน่นอน ทุกบาททุกสตางค์ จะไปถึงน้อง ๆ และนั่นคืออนาคตของประเทศ ทุกคนเด็ก ๆ ทุกคนมี คุณค่านะคะ"
มูลนิธิก้าวคนละก้าว ยังคงเดินหน้าจัดกิจกรรมสนับสนุนโครงการ "ก้าวเพื่อน้อง" ปีที่ 6 อย่างต่อเนื่อง โดยจะมีกิจกรรมระดมทุนหลายงานในหลายจังหวัดในปีหน้า รวมถึงงานวิ่งที่จะมีแขกรับเชิญระดับนานาชาติมาร่วม จึงขอเชิญชวนผู้มีจิตศรัทธาทุกท่านร่วมสนับสนุน เพื่อส่งต่ออนาคตการศึกษาให้กับเด็กไทยให้ก้าวต่อไป

Music Talk Show: ‘พี่ตูน’ ถอดบทเรียนชีวิตผ่านเสียงเพลง
นายอาทิวราห์ คงมาลัย หรือ พี่ตูน บอดี้สแลม ได้ร่วมพูดคุยและร้องเพลงแบบเปิดหมวก (Artivara Songbook) เพื่อเล่าถึงเส้นทางชีวิตส่วนตัวและแรงบันดาลใจในการต่อสู้ เขาเริ่มต้นด้วยการเล่าถึงอิทธิพลทางดนตรีจากคุณพ่อ และประสบการณ์วัยเด็กที่ได้พบกับพี่เบิร์ด ธงไชย ก่อนจะบรรเลงเพลงดังอย่าง "สบาย สบาย" และ "ขอบใจจริง ๆ" เพื่อแสดงจุดเริ่มต้นทางดนตรี

พี่ตูนยังได้ย้อนรำลึกถึงช่วงที่เขาตัดสินใจทุ่มเทให้กับความฝันด้านดนตรี:
• วัยนักเรียน: เขายอมรับว่าตอน ม.ปลาย เล่นดนตรีจนโดดเรียนบ่อย แต่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของการศึกษาได้ตั้งใจอ่านหนังสือเพื่อสอบเข้าคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้พ่อแม่ภูมิใจ


• ช่วงก่อตั้ง Bodyslam: หลังเรียนจบ เขาเลือกที่จะไม่เป็นทนาย แต่ใช้เวลาเกือบปีในการทำงานเป็นสจ๊วตเพื่อเก็บเงินมาหล่อเลี้ยงตัวเองและวงดนตรีในระหว่างการทำอัลบั้มแรก ซึ่งเป็นไปตามเป้าหมายที่ต้องการมีผลงานให้พ่อแม่จับต้องได้
• บทเรียนจากงานวิ่ง: พี่ตูนเล่าถึงโครงการก้าวคนละก้าว (เบตง-แม่สาย) ที่สอนให้เขารู้จักการยอมรับความพ่ายแพ้และการหยุดพักเพื่อฟื้นฟู ซึ่งเป็นที่มาของเพลง "แสง สวรรค์" ที่อยู่ในอัลบั้ม วิชาตัวเบา
นอกจากนี้ เขายังได้ร้องเพลงที่บ่งบอกถึงปรัชญาการใช้ชีวิตและความเชื่อมั่นในตนเอง:
1. "เวลาเท่านั้น" (เพลงประกอบรายการ Perspective) ที่สะท้อนมุมมองว่าความสำเร็จต้องใช้มิติของเวลาและความอดทน
2. "ธรรมชาติ" ซึ่งเป็นเพลงที่มาจากแรงบันดาลใจจากภูเขาที่ถูกกัดกร่อนกลางทะเล แต่ยังคงยืนตระหง่านอย่างมีเสน่ห์ ซึ่งเปรียบเสมือนชีวิตคนที่ผ่านความเจ็บปวดแต่ยังแข็งแกร่ง
3. "เวลามีน้อย" (เพลงแต่งงาน) ที่เตือนให้คู่รักใช้เวลาที่มีค่าร่วมกันอย่างมีความสุขและให้อภัยกัน

โมเมนต์สำคัญแห่งความเชื่อมั่น:
พี่ตูนเล่าถึงคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งแรกที่ Thunder Dome ซึ่งบัตรขายหมด ว่า "คุณแม่ผมอ่ะรออยู่ที่หลังเวทีแล้วก็เข้า มากอดแล้วก็บอกว่า แม่เชื่อแล้วนะ ว่าตูนทำได้"
โมเมนต์นี้เป็นสิ่งที่ปลดล็อกความกังวลของทั้งเขาและคุณแม่ที่อยากให้เขาทำงานประจำที่มีหลักแหล่ง
การเชื่อมต่อสู่ระดับอุดมศึกษา และการก้าวต่อไป
มูลนิธิก้าวคนละก้าว ยังได้รับความร่วมมือจากสถาบันการศึกษาในการส่งต่อนักเรียนทุน โดยเฉพาะ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ที่สมาคมศิษย์เก่า มจพ. ได้ร่วมกับมหาวิทยาลัยมอบทุนการศึกษาโดย มหาวิทยาลัยจะจ่ายค่าเทอมให้ตลอดหลักสูตรจนจบปริญญาตรี
