พลิกวิกฤต สร้างโอกาส “Beta Young Entrepreneur” ถอดรหัสการปรับตัวสู่ความยั่งยืน
มหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนอย่าง SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) ยังคงสร้างแรงบันดาลใจอย่างต่อเนื่อง ด้วยเวทีเสวนา SX TALK STAGE ได้นำเสนอหัวข้อที่น่าสนใจและตรงกับสถานการณ์ปัจจุบันอย่างยิ่ง นั่นคือ "การปรับตัวกับธุรกิจในปัจจุบัน" หรือ "Adaptation to Business by Beta Young Entrepreneur" โดยได้รับเกียรติจากผู้ประกอบการรุ่นใหม่ไฟแรงจากโครงการ Beta Young Entrepreneur มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์จริงในการสร้างและต่อยอดธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน
สองวิทยากรสำคัญที่มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวในครั้งนี้ ได้แก่ คุณวรากร แตงพัฒน์ (พี่มอส) ศิษย์เก่า Beta Young รุ่นที่ 8 ผู้สั่งสมประสบการณ์ทำธุรกิจมานานกว่า 10 ปี และเป็นผู้ที่รู้จักการปรับตัวให้เข้ากับกระแสในแต่ละยุคสมัย และ คุณปณวรรธน์ กิจประเสริฐการ (พี่อาอู๋) ศิษย์เก่า Beta Young รุ่นที่ 9 เจ้าของธุรกิจ PISAMAI เฟอร์นิเจอร์ ผู้พลิกโฉมงานฝีมือดั้งเดิมให้ตอบโจทย์ตลาดโลก

คุณวรากร แตงพัฒน์: ผู้เชี่ยวชาญด้านการจับกระแสและบริหารความเสี่ยง
คุณวรากรได้เผยถึงเส้นทางธุรกิจที่เริ่มต้นตั้งแต่วัยมัธยม โดยจุดเริ่มต้นมาจากการมองเห็นโอกาสในการทำธุรกิจจากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว ไม่ว่าจะเป็นการขายควันสีที่เป็นเทรนด์ฮิตในสุราษฎร์ธานี หรือการนำอาหารทะเลจากธุรกิจครอบครัวมาขายในโรงเรียน
ปัจจุบัน คุณวรากรเป็นเจ้าของธุรกิจหลายแบรนด์ภายใต้รูปแบบนิติบุคคล และยังคงเน้นการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง เขากล่าวว่า หากธุรกิจเดิมเริ่ม "อิ่มตัว" หรือกระแสตกลง จะต้องหาธุรกิจใหม่มาทดแทน ตัวอย่างเช่น การขยายธุรกิจไปยังตลาดต่างประเทศอย่างชัดเจนด้วยแบรนด์ M&M ซึ่งเป็นกระเป๋าแฮนด์เมดที่นำเสนอเสน่ห์ของความเป็นไทย เช่น ลวดลายรูปช้าง โดยเน้นการขายในตลาดที่กลุ่มลูกค้าต่างชาติเกือบ 100% อย่างตลาดจอร์จแฟร์ รัชดา
นอกจากนี้ ยังมีการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ Top Mod ซึ่งเป็นธุรกิจ DIY ที่สอดคล้องกับกระแส Art Toy โดยสร้างเป็นฟังก์ชันเสริมสำหรับสินค้าหลักอย่างแบรนด์ Kome การบริหารจัดการหลายแบรนด์ทำให้เขามองเห็นความสำคัญของการวิเคราะห์ข้อมูล (Data Analysis) และการใช้เทคโนโลยีอย่าง Line Official หรือระบบ POS ในการรักษาฐานลูกค้าเก่า และกระตุ้นยอดขายในช่วงที่ผู้คนชะลอการใช้จ่าย

คุณปณวรรธน์ กิจประเสริฐการ: ผู้นำงานสานสู่ความยั่งยืน
คุณปณวรรธน์ได้เล่าถึงจุดเริ่มต้นของ PISAMAI เฟอร์นิเจอร์ ว่าเป็นการต่อยอดธุรกิจครอบครัว โดยเริ่มทำแบรนด์ในช่วงที่ได้รับทุน Beta Young Entrepreneur (ทุน 100) ขณะเรียนอยู่ชั้น ม.5 ซึ่งทำให้เขามีเวลาในการนำความรู้ด้านการตลาดและการสร้างแบรนด์มาประยุกต์ใช้กับธุรกิจที่บ้าน
PISAMAI ให้ความสำคัญกับการปรับตัวผ่านการสร้างสรรค์นวัตกรรมและการร่วมมือกับพันธมิตร ทั้งการทำงานร่วมกับกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (DIPROM) และ มจธ. ธนบุรี จนเกิดเป็น "เก้าอี้คุ้ม" ที่ทำจากวัสดุท้องถิ่นภาคใต้ และการร่วมมือกับบริษัทออกแบบ (Think Studio) เพื่อพัฒนางานหวายให้แตกต่างจากเดิม โดยเตรียมจัดแสดงในงาน Bangkok Design Week ช่วงต้นปีหน้า
ธุรกิจ PISAMAI เน้นการใช้วัสดุดั้งเดิมอย่างหวายและวัสดุ Recycle/Upcycle เพื่อตอบโจทย์ความยั่งยืน โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย ทั้งกลุ่ม B2B (อสังหาริมทรัพย์ โรงแรม รีสอร์ท ที่ต้องการวัสดุยั่งยืน) และ B2C (ลูกค้าที่สนใจสไตล์งานไทยหรือสไตล์หวาย) คุณปณวรรธน์มองว่า ตลาดตกแต่งภายในยังมีโอกาสเติบโตสูง โดยเฉพาะการเติบโตที่อิงกับการท่องเที่ยว และในอนาคต แบรนด์จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ไปสู่การตกแต่งภายในที่มากกว่าแค่เก้าอี้ เช่น งานพื้น งานผนัง หรืองานฝ้า

Key Success ที่สำคัญสำหรับเจ้าของธุรกิจที่ต้องการความยั่งยืน:
1. การอ่านภาพรวมของตลาด (Read the Room): คุณปณวรรธน์เน้นย้ำว่า ผู้ประกอบการที่ดีต้องมองภาพกว้างให้ออกว่าสถานการณ์ตลาดเป็นอย่างไร และตำแหน่งของตัวเองอยู่ตรงไหน เพื่อที่จะสามารถวางแผนและปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมลูกค้าที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว
2. การรู้จังหวะ "ขาขึ้น" และ "ขาลง": คุณวรากรชี้ว่าการเป็นเจ้าของธุรกิจต้องเข้าใจจังหวะการทำธุรกิจ เมื่ออยู่ในช่วงขาขึ้น จะต้อง "โกย" ให้เต็มที่เพื่อสร้าง "สายป่าน" ที่ยาวพอไว้ใช้เมื่อยามขาลง และในจังหวะขาลง ควร "นิ่ง" ไว้เพื่อพักผ่อนและเตรียมการกลับมา
3. การวางตัวและการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี: ผู้ประกอบการต้องเป็นคนที่น่ารักและใคร ๆ ก็อยากร่วมงานด้วย โดยคุณปณวรรธน์แนะนำว่า "อย่าสร้างศัตรู" เพราะคู่แข่งในวันนี้อาจกลายเป็นคู่ค้าหรือหุ้นส่วนในวันหน้าได้ ขณะที่คุณวรากรเน้นย้ำถึงการปรับตัวในการเจรจาต่อรอง และการจัดการพนักงานด้วยแรงจูงใจที่เหมาะสม
