หน้าหลัก
Oct 28, 2025
AI คู่ ESG: ขับเคลื่อนธุรกิจสู่ความยั่งยืน
ดูข่าว SX News & Movement ทั้งหมด

FPT ฉายภาพใน SX2025: AI คือหัวใจขับเคลื่อนประสิทธิภาพและ ESG ชี้เอเชียแปซิฟิกนำเทรนด์

ตลาดโลกพุ่งแตะ 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 2030

ในมหกรรมความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนอย่าง SUSTAINABILITY EXPO (SX2025) FPT Corporation บริษัทไอทีชั้นนำในเอเชียใต้ ได้ขึ้นเวทีฉายภาพอนาคตของปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการเป็นกลไกสำคัญเพื่อขับเคลื่อนทั้งประสิทธิภาพทางธุรกิจและการดำเนินงานด้าน ESG (Environmental, Social, Governance)

MR.LEVI NGUYEB ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร FPT Corporation ประจำประเทศไทย เปิดเผยว่า ภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia Pacific) คือส่วนหลักและส่วนที่ใหญ่ที่สุดของการประยุกต์ใช้ AI ทั่วโลกในปัจจุบัน และกำลังเติบโตอย่างรวดเร็วต่อเนื่องด้วยอัตราการเติบโตประมาณร้อยละ 33 ต่อปี

ปัจจุบัน ตลาด AI ทั่วโลกมีมูลค่าราว 0.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ แต่คาดการณ์ว่าจะพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดถึง 1.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายในปี 2030 การเติบโตนี้สะท้อนให้เห็นว่า AI ได้กลายเป็นส่วนเสริมความสามารถ (Augmentation) ที่สำคัญในหลายมิติของธุรกิจ

AI พลิกโฉมการดำเนินงาน: จากคอลเซ็นเตอร์สู่โรงงานอัจฉริยะ

FPT เน้นย้ำว่า AI ถูกนำมาประยุกต์ใช้เพื่อลดความยุ่งยากและเพิ่มความชาญฉลาดในการดำเนินงาน ดังนี้

• บริการลูกค้าและภาคสนาม: AI เข้ามาเสริมและแทนที่ศูนย์บริการลูกค้า โดยมีการใช้ Generative AI ในรูปแบบของ Virtual Agent เพื่อให้สามารถเข้าใจลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น รวมถึงการช่วยผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์ในการ จับคู่สี ทำให้พนักงานขายสามารถระบุความต้องการลูกค้าและตรวจสอบสินค้าคงคลังได้ทันทีผ่านอุปกรณ์มือถือหรือแล็ปท็อป

• การจัดการความเสี่ยงและ IT: AI มีบทบาทสำคัญในการ ตรวจจับการฉ้อโกง (Fraud Detection) โดยเฉพาะในภาคการเงินและในภูมิภาคเอเชีย ในส่วนของงานด้าน IT นั้น Generative AI สามารถช่วย สร้างโค้ด และลดความพยายามของมนุษย์ในการเขียนโค้ดได้อย่างมาก นอกจากนี้ FPT ยังใช้ AI เพื่อรองรับปัญหาของระบบ Mainframe ที่ใช้ภาษา Cobol โดยการ แปลงภาษา Cobol ไปเป็น Java หรือภาษาโปรแกรมอื่น ๆ

• โลจิสติกส์และการผลิต: มีการใช้ AI สำหรับการ บำรุงรักษาเชิงป้องกันและคาดการณ์ (Preventive and Predictive Maintenance) การพยากรณ์ความต้องการ (Forecasting) และการเพิ่มประสิทธิภาพในห่วงโซ่อุปทาน

กรณีศึกษาในประเทศไทยและภูมิภาค: การปฏิรูปประกันภัยสู่การตัดสินใจที่ยืดหยุ่น

FPT ได้นำเสนอตัวอย่างการใช้งานจริงที่สร้างความเปลี่ยนแปลงในภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับธุรกิจประกันภัยขนาดใหญ่ในไทย

1. การปฏิรูปอุตสาหกรรมประกันภัยร่วมกับ AIA: FPT ให้การสนับสนุน AIA (บริษัทประกันในฮ่องกง) มานานกว่า 7 ปี เพื่อแก้ไขปัญหาภาระงานแบบ Manual และกระบวนการที่ยืดเยื้อ

• Super App และการสรรหาบุคลากร: FPT สร้างแพลตฟอร์มรวม (Super App เช่น AIA Plus) ที่ใช้ AI ในการคัดกรองผู้สมัครตัวแทนที่เหมาะสม และกำหนดหลักสูตรการฝึกอบรมที่เหมาะสมสำหรับตัวแทนแต่ละกลุ่มตามประวัติและศักยภาพในอดีต (Testing and Learning)

• การพิจารณารับประกัน (Underwriting) อัจฉริยะ: AI ถูกนำมาใช้แทนที่ระบบกฎเกณฑ์ (Rule Engine) แบบเดิมที่ขาดความยืดหยุ่น โดย AI จะวิเคราะห์ข้อมูลปัจจัยมากมาย เช่น ข้อมูลประชากรศาสตร์, ประวัติการซื้อประกัน, ประวัติสุขภาพ, ประวัติครอบครัว, ไลฟ์สไตล์ และสถานะทางการเงิน ทำให้การตัดสินใจรับประกันมีความชาญฉลาดและยืดหยุ่นยิ่งขึ้น

• การจัดการเคลมแบบอัตโนมัติ: ระบบเคลมอัตโนมัติที่ใช้ AI เข้ามาช่วยวิเคราะห์ข้อมูลประวัติลูกค้า ทำให้กระบวนการอนุมัติการเคลมที่เคยใช้เวลานานถึงสองสัปดาห์ ลดลงเหลือเพียงไม่กี่นาที

2. การยกระดับโรงงานขนาดใหญ่ในประเทศไทย: FPT ได้ร่วมมือกับบริษัทขนาดใหญ่ในไทยเพื่อสร้างพิมพ์เขียวด้าน AI (AI blueprint consulting) แบบ End-to-End

• การเพิ่มประสิทธิภาพในโรงงาน: AI ถูกใช้เพื่อปรับปรุงการผลิตและกระบวนการในส่วนต้นน้ำ (upstream) และปลายน้ำ (downstream) รวมถึงการใช้ AI ร่วมกับเทคโนโลยี IOT เพื่อการบำรุงรักษาเชิงป้องกัน

• การเงินแบบอัตโนมัติ: มีการใช้ AI เข้ามาจัดการงานทางการเงินในโรงงานขนาดใหญ่ ทำให้มีพนักงานที่ดูแลด้านการเงินเหลือเพียง 2 คนเท่านั้น (จากเดิมที่เป็นงาน Manual)

• การถ่ายทอดความรู้: มีการจัดตั้ง AI Lab และ Innovation Hub เพื่อถ่ายทอดความรู้และความสามารถด้าน AI ให้กับบุคลากรภายในองค์กร และช่วยให้บริษัทสามารถระบุ Use Case ที่เป็นประโยชน์และเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน

AI กับความยั่งยืน: ตอบโจทย์ ESG ในภูมิภาคที่มีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกมากที่สุด

MR.LEVI NGUYEB เน้นย้ำว่า AI มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อประเด็นด้าน ESG เนื่องจากภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกเป็นแหล่งกำเนิดของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั่วโลกคิดเป็นประมาณ 40% แม้ว่าศูนย์ข้อมูล AI ใหม่จะสร้างการปล่อยมลพิษเพิ่มขึ้น แต่การประยุกต์ใช้ AI อย่างชาญฉลาดจะช่วยในการลดปัญหานี้ได้:

• การลดการปล่อยคาร์บอนและของเสีย: AI ถูกใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ลดของเสีย (Waste) และการใช้พลังงานในโรงงานและโลจิสติกส์ FPT เองก็มีการสร้างโรงงานโดยใช้เทคโนโลยีล่าสุดของ NVIDIA GPU เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดของเสียในการดำเนินงาน

• การปฏิบัติตามข้อกำหนด: AI ช่วยในการจัดทำ รายงาน ESG และการคาดการณ์ความเสี่ยง (Predictive Risk Management) เช่น การพยากรณ์เหตุการณ์สภาพภูมิอากาศ หรือการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน

FPT ยังคงมุ่งมั่นต่อการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยในปีที่ผ่านมามีการใช้จ่าย 66 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในกิจกรรม CSI (Corporate Social Investment) และได้รับรางวัล Ecovadis Platinum ซึ่งตอกย้ำถึงพันธกิจขององค์กรในการขับเคลื่อนประสิทธิภาพควบคู่ไปกับการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม

idownload
gplay
istore