ก้าวต่อไป ด้วยพลังเล็กๆ มูลนิธิคนละก้าว
เด็ก และเยาวชนรากฐานของความยั่งยืนในอนาคต ปัญหาเศรษฐกิจส่งผลทำให้หลายคนต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา โครงการก้าวเพื่อน้อง จะเป็นประตูแห่งโอกาส สานต่อความฝันทางการศึกษา เพิ่มทางเลือก และผลักดันให้น้องๆ ให้มีอนาคตที่ดีขึ้น เพื่อสังคม อนาคต และโลกที่น่าอยู่
บนเวที Talk Stage หัวข้อ “ก้าวต่อไป ด้วยพลังเล็กๆ มูลนิธิคนละก้าว” ในงานมหกรรมด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Expo 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา นำโดยพี่ตูน อาทิวราห์ คงมาลัย จากมูลนิธิก้าวคนละก้าว ร่วมด้วยกับคุณโด๋ว มรกต โกมลบุตร คุณข้าวโอ๊ต ภัทรพิสิฐ สังขทัต และคุณปัท พลังสันติ์ จงรักษ์
จากโครงการก้าวคนละก้าวที่ได้ลงพื้นที่ในหลายภาค และหลายจังหวัดก่อให้เกิดโครงการก้าวต่อไปด้วยพลังเล็กๆ เพื่อ ลดจำนวนผู้ป่วยในโรงพยาบาล และให้คนได้ดูแลสุขภาพโดยการออกกำลังกายไปด้วย เนื่องจากความเห็นของหมอและพยาบาล ให้ความเห็นว่าเหตุผลหลักๆ ที่คนมาโรงพยาบาลเพราะป่วยในเรื่องที่จะสามารถดูแลตัวเองได้ นอกจากนั้นในระหว่างโครงการก้าวคนละก้าว เราได้เข้าถึงพื้นที่ในหลายจังหวัด หลายภูมิภาค จึงได้ทราบถึงข้อมูลของการเข้าถึงการศึกษาของน้องๆ จึงเกิดเป็นกิจกรรมก้าวเพื่อน้องเพื่อช่วยส่งทุนการศึกษาสำหรับนักเรียนที่จะศึกษาต่อในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ซึ่งปัจจุบันโครงการได้ดำเนินการมาเป็นปีที่ 4 แล้ว
ปัญหาด้านเศรษฐกิจเป็นปัญหาหลักที่ทำให้นักเรียนหลุดออกจากระบบการศึกษา เป็นระยะเวลากว่า 3 ปี ที่มูลนิธิได้ร่วมมือกับภาคประชาสังคม และกองทุนเพื่อเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) เพื่อสร้างหลักประกันโอกาสทางการศึกษาให้กับเด็กและเยาวชนที่มีศักยภาพ หรือมีความสามารถพิเศษที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ หรือด้อยโอกาสให้ได้รับการพัฒนา และมีโอกาสทางการศึกษาอย่างเต็มศักยภาพ นอกจากนั้นยังมีการลงพื้นที่ไปยังโรงเรียนเกือบทั่วประเทศเพื่อพบเจอกับน้องๆ ที่มีความยากลำบากผ่านการสนับสนุนข้อมูลในระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (iSEE) ที่ผ่านมาได้มีการทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อสนับสนุนให้น้องๆ ได้เรียนต่อ ทั้งการจัดกิจกรรมวิ่ง คอนเสิร์ต การพบปะพูดคุยกับน้องๆ เพื่อแนะแนวทางในการศึกษา และประกอบอาชีพในอนาคต สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นพลังความร่วมมือแห่งการสร้างโอกาสด้วยหัวใจของปวงชนเพื่อการศึกษา หรือ All for Education พลังแห่งการให้ทุกภาคส่วน โดยไม่จำกัดเพียงแค่เงินบริจาค แต่รวมถึงทรัพยากรทุกด้านและกำลังใจ จนสามารถทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้จริงและมีประสิทธิภาพในแบบที่หวัง ทุนก้าวเพื่อน้อง ครอบคลุมเป็นเวลา 3 ปี ในระบบมัธยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 - ม.6) และระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) นอกจากทุนการศึกษา ทุนนี้ยังช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน อุปกรณ์การเรียน และค่าเล่าเรียน
การคัดเลือกเด็กเข้าสู่โครงการก้าวเพื่อน้อง ใบสมัครจะถูกส่งมาจากคุณครูที่ดูแลนักเรียน ว่านักเรียนมีความจำเป็น มีความยากจนจริงๆ ต่อมาทางมูลนิธิจึงคัดเลือกต่อ โดยอ่านจากข้อมูลของเด็กแต่ละคน จากความรู้สึกองค์รวมของกรรมการว่าเห็นตรงกันก่อนที่จะเลือกน้องๆ ในวันนี้มีโอกาสที่จะได้ชวนน้องๆ ที่ได้รับทุนจากโครงการก้าวเพื่อน้องมาพูดคุยกันทั้งหมด 3 ท่าน
น้องอาณัติ จากโครงการก้าวเพื่อน้องปีที่ 1 ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จากจังหวัดปัตตานีเป็นนักกีฬามวยไทย และมวยสากลสมัครเล่น คนที่สองน้องเหมย จากจังหวัดสระบุรี ปัจจุบันศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยเทคโนโลยีชื่นชมไทยเยอรมันสระบุรี (ปวช.) และคนสุดท้ายน้องน่า จากโรงเรียนมัธยมกัลยาณิวัฒนาเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดเชียงใหม่ หากไม่ได้รับทุนจากโครงการก้าวเพื่อน้อง ตอนนี้จะทำอะไรอยู่? น้องๆทั้ง 3 คนตอบไปในทิศทางเดียวกันคือคงออกจากระบบการศึกษาเพื่อออกมาช่วยพ่อแม่ทำงานรับจ้างแบ่งเบาภาระของครอบครัว แต่หลังจากได้รับทุน ก็ได้เรียนรู้ทักษะชีวิตมากยิ่งขึ้น พบเจอสังคม ประสบการณ์ใหม่ๆ เพื่อนำไปใช้ในอนาคต โครงการก้าวเพื่อน้องปีที่ 3 ที่เพิ่งเกิดขึ้น เป็นทุนจากการที่ Bodyslam จัดคอนเสิร์ต และได้รับเสียงตอบรับเป็นจำนวนมากจนได้มีการจัดเป็นเวลา 5 รอบ 5วัน และเด็กที่อยู่ภายใต้โครงการปีที่ 3 มีจำนวน 40 กว่าคน และอยากให้ใช้โอกาสที่ได้รับอย่างเต็มที่ สนุกไปการเป็นคนอดทน ขยัน มีรอยยิ้มให้กับเรื่องยากๆ เปลี่ยนเรื่องที่พบเจอเป็นเรื่องสนุก หากวันหนึ่งเลือกเส้นทางไม่ได้ หรือตัดสินใจไม่ได้ ก็ปรึกษากับพ่อแม่ และขอให้ประสบความสำเร็จตามสิ่งที่ต้องการ
ปัจจุบันระบบการศึกษาในประเทศไทยนั้นมีน้องๆ หลายคนที่รอคอยโอกาสทางการศึกษาดร .ไกรยส ภัทราวาท ผู้จัดการกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา ประเทศไทยจะมีเส้นความยากจนที่กำหนดโดยสภาพัฒน์ โดยแบ่งต่อคน ต่อเดือน ใครที่มีรายได้ต่ำกว่า 2,800 บาทต่อเดือนถือว่ายากจน แต่จากการสำรวจเด็กจำนวนมากกว่า1.3 ล้านคนในประเทศไทย อยู่ในระดับ 1,039 บาท ในปี 2566 กลุ่มนี้จะถูกเรียกว่า ความยากจนพิเศษ ซึ่งกลุ่มนี้จะต้องเข้ารับการดูแลพิเศษ เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงที่จะหลุดออกจากระบบการศึกษา มีเด็กที่หลุดออกจากระบบการศึกษาหลังจากการจบการศึกษาขั้นพื้นฐาน ภายใต้เส้นความจนเป็นจำนวน 30,000 คน จากระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ประมาณ 100,000 คน หากพูดถึงความยั่งยืนประเทศไทยจะเป็นประเทศที่แก่ก่อนรวย และเป็นสังคมสูงวัยโดยสมบูรณ์ รายได้คนไทยเฉลี่ยราว 20,000 บาทต่อคนต่อเดือน ประเทศที่รายได้สูง จะตกเฉลี่ยอยู่ที่ 38,000 ต่อคนต่อเดือน นั้นคือเป้าหมายอีก40% ที่เราต้องไปให้ถึง และเราจะไม่มีวันถึงตรงนั้นได้ถ้ายังมีเด็กในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานหลุดออกจากระบบการศึกษาปีละ 30,000 คน
วิธีหาเด็กให้กับทุนก้าว กสศ.จะเลือกจากโรงเรียนที่ทั้งระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ยากจนพิเศษทั้งโรงเรียน โดยให้คุณครูเสนอชื่อเด็กนักเรียนที่ไม่อยากให้หลุดออกจากระบบการศึกษาอย่างเด็ดขาด ซึ่งผู้ที่ต้องคัดเลือกต้องคัดเลือกด้วยความยากเพราะเราอยากให้โอกาสเด็กๆ ทุกคนจริงๆ เป็นการลงทุนที่ก่อให้เกิดความยั่งยืนที่สุด และจะส่งผลให้เกิดความยั่งยืนอื่นๆตามมา