Home
Oct 03, 2023
"Sustainable Event" เริ่มต้นจากวิธีคิด คือ ทุกคนใช้ชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน
View all SX News & Movement

“Sustainable Event”
เริ่มต้นจากวิธีคิด คือ ทุกคนใช้ชีวิตประจำวันอย่างยั่งยืน

การจัดกิจกรรมในรูปแบบอีเว้นท์ อาทิ นิทรรศการ งานแสดงสินค้า งานเทศกาล หรือคอนเสิร์ต จำเป็นต้องมีการจัดเตรียมสถานที่หรือสิ่งก่อสร้างเพื่อใช้งานชั่วคราวในระยะเวลาหนึ่ง แม้จะเป็นกิจกรรมที่ดูไม่สอดคล้องกับแนวทางปฏิบัติด้านความยั่งยืนเท่าใดนัก แต่ก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะทำโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม  

บนเวที Talk Stage หัวข้อ “Sustainable Event Design: จัดอีเว้นท์อย่างไรให้ยั่งยืน” ในงานมหกรรมด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Expo 2023 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันอังคารที่ 3 ตุลาคม 2566 ที่ผ่านมา ได้เปิดพื้นที่แลกเปลี่ยนมุมมอง แนวความคิด และประสบการณ์จริงจากทั้งผู้จัดงาน และนักออกแบบ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการผลักดันและพัฒนาแนวทางการจัดงานอีเว้นท์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และส่งต่อแรงบันดาลใจในการจัดงานอีเว้นท์ที่สามารถขับเคลื่อนธุรกิจ ชุมชน สังคม และสร้างความยั่งยืนไปพร้อมกันได้ โดยมีคุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด, คุณธนบูรณ์ สมบูรณ์ ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ครีเอทีฟ มูฟ จำกัด, คุณธนพัฒน์ บุญสนาน สถาปนิก และผู้ก่อตั้ง บริษัท ธ.ไก่ชน จำกัด, และ คุณเจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจ Media & Event บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอร์เรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ร่วมพูดคุยและดำเนินรายการ  

ภายใต้โจทย์หลักของการเสวนาในครั้งนี้ คือ จะจัดอีเวนท์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมขึ้นมาได้อย่างไร คุณช้างน้อย กุญชร ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท คลาวด์แอนด์กราวนด์ จำกัด เริ่มต้นนำเสนอหลักคิดของโครงการ Good Coffee for Everyone ซึ่งเป็นตัวอย่างของหลักคิดที่คำนึงถึงการสร้างผลกระทบที่ดีในทุกส่วนของกระบวนการตั้งแต่ต้นทาง กลางทาง ปลายทาง (Supply chain) ซึ่งในกรณีของการผลิตกาแฟ จะประกอบไปด้วย เกษตรกร ผู้แปรรูป คนคั่ว บาริสต้า และคนดื่ม ถ้ากาแฟดี ถ้าสร้าง Supply chain ที่ดี กาแฟก็จะดี ผลกระทบเชิงบวกที่เกิดขึ้นก็จะกลับไปสู่ป่า เกิดผลดีย้อนกลับไปสู่สู่ธรรมชาติ  

งาน Thailand Coffee Fest 2023 “Good Coffee For Everyone” ยังเป็นตัวอย่างของงานอีเวนท์ที่พยายามคิดและออกแบบบนการคำนึงถึงเรื่องสิ่งแวดล้อมในทุกมิติ ตั้งแต่แนวคิดเบื้องหลัง การออกแบบ การเลือกใช้วัสดุ ไปจนถึงการจัดการกับขยะที่ใช้แล้ว และแนวทางการนำวัสดุสิ่งของของที่ใช้ในงานเสร็จแล้ว ส่งต่อ Supply chain นำกลับไปใช้ต่อได้ผ่านการสร้าง culture จากอีเว้นท์ เช่น เรื่องการเก็บขยะแยกสี, สร้าง culture การทิ้งกากกาแฟ, นำกาแฟที่ใช้แข่งขันลาเต้อาร์ทกลับมาทำเป็นไอศกรีม, นำขยะเศษอาหารที่เกิดขึ้นในงานมาย่อยเป็นอินทรียวัตถุใน 1 วัน เป็นต้น   

นอกจากนี้ ยังมีการแบ่งพื้นที่จัดโซนเล่าเรื่อง “ความยั่งยืน” ให้ Supply chain ที่มาออกบูทในงานมาดูและรู้จักการเลือกใช้วัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมทั้งจัดกิจกรรม The Cloud Journey พาผู้อ่านไปสัมผัสสถานที่ป่าต้นน้ำของกาแฟ เพื่อสร้างการตระหนักรู้ ทั้งยังมีการเก็บข้อมูล และประเมินผลการจัดงานว่ามีประสิทธิภาพในการสร้างผลกระทบเชิงบวกหรือลดผลกระทบเชิงลบต่อธรรมชาติได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งกรณีงาน Thailand Coffee Fest 2023 “Good Coffee For Everyone” เรียกได้ว่าเป็นตัวอย่างการคิดงานอีเว้นท์ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติและความยั่งยืนแบบครบ loop เลยทีเดียว  

อีกตัวอย่างของอีเว้นท์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมตั้งแต่ไอเดียมาจนถึงระบบการจัดการก็คือ Greenery market หรือตลาดเขียวระบบนิเวศ ซึ่งทางคุณธนบูรณ์ สมบูรณ์ ผู้ก่อตั้ง และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ครีเอทีฟ มูฟ จำกัด ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ได้ขับเคลื่อน Platform ที่สร้าง community ส่งเสริมการบริโภคที่ยั่งยืนอย่างสร้างสรรค์ให้ทุกฝ่ายตั้งแต่ต้นทางปลายทางกลางทาง ซึ่งได้ทำ Greenery market มาประมาณ 6 ปี ในพื้นที่ใจกลางเมืองกรุงเทพฯ และปัจจุบันได้รับเลือกเป็น 1 ใน 60 แหล่งท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนของประเทศไทย (Thailand’s Responsible Tourism)  

คุณธนบูรณ์ เล่าว่า Moving impact เบื้องหลังการสร้าง Platform Greenery Market ก็คือ Inspiration Education และ Action โดยมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและให้ความรู้เพื่อการเปลี่ยนพฤติกรรมของผู้คนให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม แล้วให้คนที่เปลี่ยนได้แล้วกลับมาช่วยกันสร้างวัฒนธรรมสีเขียวให้เกิดขึ้นในวงกว้างมากขึ้นผ่านการมาที่ตลาด ผ่านประสบการณ์การใช้ชีวิตวิถีสีเขียวที่คนเมืองก็ทำได้ เช่น การใช้ Eco packaging หลอด ถุง บรรจุภัณฑ์ ของ Reusable เป็นต้น  

ในแง่มุมของนักออกแบบนิทรรศการ คุณธนพัฒน์ บุญสนาน สถาปนิก และผู้ก่อตั้ง บริษัท ธ.ไก่ชน จำกัด ได้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ในการประยุกต์ใช้วัสดุธรรมชาติอย่างไม้ไผ่มาใช้ในการออกแบบนิทรรศการ ที่สำคัญคือการพยายามนำไผ่ทุกส่วนมาใช้ให้ได้ เพราะปกติการใช้งานไม้ไผ่จะใช้เฉพาะไผ่ลำตรงกลางกอ แต่ทางทีมคุณธนพัฒน์ได้ศึกษาและเลือกใช้งานไผ่ตามส่วนที่เหมาะสม ไม้ไผ่ริมกอที่โงงอก็สามารถนำมาใช้ตกแต่งและออกแบบให้เหมาะสมในงานอีเว้นท์และนิทรรศการได้ เพราะไม่ได้จำเป็นต้องใช้แบบลำตรงเพื่อความแข็งแรงเชิงโครงสร้างเพียงอย่างเดียว  

นอกจากการใช้งานบนฐานคิดเรื่องความยั่งยืนในการใช้ไม้ไผ่เพื่อการออกแบบและตกแต่ง คุณธนพัฒน์กล่าวว่าการที่ความยั่งยืนที่แท้จริงจะเกิดขึ้นได้นั้น ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ส่วนของนักออกแบบซึ่งเป็นผู้ใช้ปลายทาง แต่ต้องเกิดตลอดเส้นทางของ Supply chain เช่นเดียวกับข้อพิสูจน์ที่ทางคุณช้างน้อยใช้ในการจัดการกับกาแฟผ่านอีเว้นท์ Thailand Coffee Fest 2023 และใน Greenery Market ของคุณธนบูรณ์

ในช่วงท้ายของการเสวนา คุณเจรมัย พิทักษ์วงศ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธุรกิจ Media & Event บริษัท อมรินทร์ คอร์เปอร์เรชั่นส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินรายการและผู้ร่วมเสวนา ได้นำเสนอ 4 กิจวัตรเพื่อความยั่งยืน ซึ่งเป็นมุมมองจากทางนักจัดอีเว้นท์ว่า ในอีเว้นท์หนึ่ง ๆ ถ้าเราจะสร้างปฏิบัติการด้านความยั่งยืนให้เกิดขึ้นในงาน จะมีหลักคิด 4 ประการ คือ  

1. Light-footed build method ใช้โครงสร้างเดิมถ้ามี หรือใช้โครงสร้างแขวนแทนการก่อบนพื้น วัสดุที่เบาช่วยลดเวลาและแรงงานเรื่องการขนส่ง การออกแบบและคำนวณวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือใช้วัสดุทดแทนก็สามารถสร้างอีเว้นท์หรือนิทรรศการที่สวยงามขึ้นมาได้  

2. Sympathetic design language ออกแบบบนฐานคิดถึงปัญหาของคนอื่นที่เกี่ยวข้องกับงาน โดยเฉพาะ Supply chain เช่น การเลือกใช้งานไม้ไผ่ หรือการเลือกใช้ผ้าจากชุมชนที่สามารถนำกลับไปใช้ใหม่ได้ ทำให้อีเว้นท์หนึ่งสามารถคืนประโยชน์กลับไปสู่ Supply chain และสิ่งแวดล้อมได้  

3. Betterism collaboration ออกแบบภายใต้ข้อคำนึงว่างานที่เราทำหรือไม่ทำอะไรบางอย่างแล้วเกิดผลดี เช่น การใช้พลาสติกจากอีเว้นท์เก่ามาทำเฟอร์นิเจอร์  

4. Advocate for a better balance society สิ่งสำคัญที่สุดคือ จะต้องสร้างอีเว้นท์หรือนิทรรศการที่ช่วยกระตุ้นให้คนเกิดแรงบันดาลใจที่จะเปลี่ยนไปสู่วิถีของความยั่งยืนขึ้นมาให้ได้นั่นเอง  

idownload
gplay
istore