Home
Oct 03, 2023
Fast Fashion หลบไป! แฟชั่นผ้าไทย เกาะติดเทรนด์แฟชั่นโลก ตอบโจทย์ความแตกต่าง .. อัตลักษณ์ไทย .. สู่แฟชั่นที่ยั่งยืน
View all SX News & Movement

Fast Fashion หลบไป
แฟชั่นผ้าไทย เกาะติดเทรนด์แฟชั่นโลก

ตอบโจทย์ความแตกต่าง .. อัตลักษณ์ไทย .. สู่แฟชั่นที่ยั่งยืน

นับเป็นปีที่ 7 ของ โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่น หัตถศิลป์ไทย ซึ่งเราได้เห็นพัฒนาการ ของโครงการมาอย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่การขยายเครือข่ายของนักออกแบบหน้าใหม่  ชาวบ้าน และผ้าทอ- แต่ยังรวมไปถึง แพทเทิร์น เนื้อผ้า สไตล์การออกแบบ และ ความคิดสร้างสรรค์ที่ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่หลากหลาย แบบ Unisex Style โดยดึงเอาภูมิปัญญา ลวดลายดั้งเดิมมาปรับประยุกต์ให้ลงตัว ผสานกับการสร้างความยั่งยืนให้เกิดขึ้น อาทิ การใช้สีจากธรรมชาติ และการถักทอจากเส้นใยที่เหลือใช้ เป็นต้น  

ภาพการเดินแฟชั่นจาก “งานผ้าขาวม้าทอใจ 2566” สร้างความตื่นตา ตื่นใจ ให้กับผู้ชมได้อย่างมาก เพราะเทียบเท่ากับเสื้อผ้าชั้นนำจากแบรนด์ดังๆ เลยทีเดียว โดยปีนี้การจัดงานมาภายใต้แนวคิด “ผ้าขาวม้าวิถีไทย ทอใจอย่างยั่งยืน”  โดยเป็นเวทีเพื่อนำเสนอความสำเร็จของผลงานที่เกิดจากการพัฒนาร่วมกันระหว่าง โครงการ Creative Young Designers และชุมชนเครือข่าย โดยมุ่งให้เกิดการพัฒนาผ้าขาวม้าทอมือของชุมชนการเรียนรู้และแลกเปลี่ยนระหว่างกัน จนเกิดแฟชั่นโชว์ชุดผ้าขาวม้าจากโครงการ Creative Young Designers ซีซันที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Nature Diversity” เพื่อต้องการสื่อสารให้เห็นถึงความหลากหลายของธรรมชาติ เช่นเดียวกับผ้าขาวม้าเองที่สามารถใส่ได้ทุกเพศทุกวัยเช่นเดียวกัน  

“ผ้าขาวม้าทำให้พวกเราได้มีโอกาสมารวมกันที่นี่.. ผ้าขาวม้าทำให้พวกเราได้มีโอกาสทอใจซึ่งกันและกัน .. ผ้าขาวม้า ทำให้พวกเราได้มีโอกาสที่จะช่วยสร้างพลังที่เกิดจากแรงบันดาลใจของทุกคน เพื่อชุมชนที่ยั่งยืนตลอดไป” คุณฐาปน สิริวัฒนภักดี กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน)  ประธานคณะกรรมการโครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย ได้กล่าวถึงหัวใจของการดำเนินงานของโครงการดังกล่าว พร้อมชื่นชมเด็กๆในโครงการ และเปิดมุมมองให้กับผู้ร่วมงานว่า    

“ชื่องานของเรา คือ 'ผ้าขาวม้าทอใจ' การทอใจก็เป็นการถักทอใจของน้องๆ ทุกๆ คน ที่เป็นคนไทยเข้ามาอยู่ร่วมกันสรรสร้างประโยชน์ให้เกิดขึ้นกับพี่น้องในชุมชน อยากจะกล่าวว่า วันนี้น้องๆ ที่เป็น Creative Young Designers ทั้งที่ร่วมทำโครงการกับ eisa และที่ได้มีโอกาสร่วมมือกับส่วนราชการ กับพี่ๆ กระทรวงมหาดไทย เชื่อมโยงไปถึงอาจารย์จากสถาบันมหาวิทยาลัยต่างๆ แล้วได้ผลงานที่ออกมาจากน้ำพักน้ำแรงที่น้องๆ ช่วยกันทุ่มเท ได้ร่วมกันสร้างสรรค์ประโยชน์อย่างมากมายกับโครงการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณแม่คุณป้าในชุมชนที่ได้ถักทอเรื่องราวต่างๆ ที่เป็นผ้าขาวม้าในท้องถิ่นจากรุ่นสู่รุ่น แต่สิ่งที่สำคัญ ลูกหลาน เยาวชน เด็กเล็กๆ ที่เห็นว่าคนอื่นเค้าหันกลับมาสนใจเรื่องราวที่อยู่ในพื้นที่ของเขา เขาก็จะเติบโตขึ้นมาและเห็นคุณค่าในสิ่งเหล่านั้น เพราะนั่นคือการถักทอใจและก็เป็นน้ำใจที่เราเอื้อเฟื้อที่เราได้มีโอกาสสรรสร้างประโยชน์เพื่อสังคมไทย”  

นอกจากนั้นยังได้แบ่งปันประสบการณ์ในเรื่องดังกล่าวในหลายแง่มุม อาทิ ลายผ้าขาวม้านั้นแท้จริง ไม่ใช่มีเพียงแค่คนไทยเท่านั้น  แต่ว่ายังมีแบรนด์แฟชั่นของอังกฤษก็เรียกว่าเป็นลายผ้าขาวม้า เหมือนอย่างที่บ้านเราเรียกว่าผ้าขาวม้า หรือ “สกอตติช ตาร์ตัน” ซึ่งเป็นการระบุลายและสีเป็นตามกลุ่มคนในหมู่บ้าน ซึ่งก็ถือว่าเป็นอัตลักษณ์ของท้องถิ่น ที่พอได้เห็นก็สามารถบอกได้เลยว่ามาจากหมู่บ้านไหน พร้อมทั้งแนะนำถึงการสร้าง Product Story เช่น ที่มาของเส้นใย สีธรรมชาติที่ใช้ซึ่งสามารถ สะท้อนถึงอัตลักษณ์ของชุมชน เป็นต้น  

ซึ่งหลังจากที่กล่าวจบ และต่อด้วยการแสดงผลงานของนิสิต นักศึกษาในโครงการ ทุกคนในงานต้องทึ่งกับความสามารถของเด็กไทยที่สามารถนำความรู้ด้านการออกแบบ มาประยุกต์ใช้กับผ้าขาวม้าและผ้าทออื่นๆ ซึ่งผสมผสานกันได้อย่างลงตัว มีสไตล์ ที่สำคัญยังสะท้อนถึงความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง  

สามารถตามรอยผลงานการออกแบบสวยๆ ดีไซด์เก๋ๆ ของน้องๆ ภายใต้  โครงการ Creative Young Designers ซีซั่นที่ 3  ทั้ง 16 มหาวิทยาลัย 18 ชุมชน ได้ใน โซน Better Me ในส่วนของ Life Long Learning และ  โซน Cultural Heritage for Climate Change ที่จัดแสดงผลงานที่เกี่ยวข้องกับภูมิปัญญาชุมชนที่ควรค่าในการอนุรักษ์ เพิ่มความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม และเรื่องราวของ Sustainable Fashion นอกเหนือจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว โครงการเองยังขยายโอกาสให้แก่กลุ่มผู้ผลิตผ้าขาวม้าทอมือให้มีพื้นที่การตลาดเพิ่มขึ้นในโซน SX Marketplace ที่โซน LG    

มาร่วมสร้างสมดุลที่ดี เพื่อโลกที่ดีกว่า Good Balance, Better World ในมหกรรมด้านความยั่งยืนที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน SUSTAINABILITY EXPO 2023 (SX2023) ตั้งแต่ 29 กันยายน 2566 – 8 ตุลาคม 2566 (เวลา 10.00 – 20.00 น.) ณ ฮอลล์ 5 – 6 ชั้น LG ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ส่วนโซนนิทรรศการหลัก ชั้น G นั้น เริ่ม 2 ตุลาคม 2566 และเข้าชมงานฟรี !!! 

 

ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารและกิจกรรมที่น่าสนใจอื่น ๆ เพิ่มเติมเกี่ยวกับ SX2023  

ได้ที่ช่องทางหลัก เว็บไซต์ : www.sustainabilityexpo.com หรือ https://bit.ly/web_sx_pr  

เฟซบุ๊ก : www.facebook.com/SX.SustainabilityExpo หรือ https://bit.ly/fb_sx_pr  

ไลน์ : @sxofficial หรือ แอปพลิเคชัน : Sustainability Expo ( iOS App Store: https://bit.ly/iOS_SX_PR / Play Store SX: https://bit.ly/Android_SX_PR ) 

 

 

ข้อมูลโครงการโดยสรุป  

"โครงการผ้าขาวม้าท้องถิ่นหัตถศิลป์ไทย” เป็นโครงการที่ริเริ่มขึ้นในปี พ.ศ. 2559 ภายใต้การดำเนินงานของคณะทำงานการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากและประชารัฐ ตลอดเวลา 7 ปีที่ผ่านมา โครงการนี้ได้รับความร่วมมืออันดียิ่งจากชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าทอมือ หน่วยงานภาครัฐ องค์กรภาคเอกชน ตลอดจนสถาบันการศึกษาต่าง ๆ ในการร่วมกันพัฒนาคุณภาพและการออกแบบผลิตภัณฑ์ผ้าขาวม้าทอมือให้มีความทันสมัย ตรงกับความต้องการของตลาด และยังเป็นการสืบสานวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่น พร้อมประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของสังคมที่เปลี่ยนไป  

สำหรับการจัดงาน “ผ้าขาวม้าวิถีไทย ทอใจอย่างยั่งยืน” ในปี 2566 ภายใต้แนวคิด Nature's Diversity สื่อให้เห็นว่า ผ้าขาวม้าสามารถใสไ่ด้ทุกเพศและทุกวัย มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอความสำเร็จในการพัฒนาผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผ้าขาวม้าทอมือของชุมชนให้ได้มีพื้นที่จัดแสดงโชว์ผลงาน แลกเปลี่ยนแนวความคิด และสร้างเครือข่ายการดำเนินงานร่วมกันของชุมชน /การแสดงแฟชั่นโชว์ชุดผ้าขาวม้าจากโครงการ Creative Young designers Season3 ออกสู่สายตาประชาชน /การจัดแสดงนิทรรศการโซน cultural heritage / โซนจัดแสดงผลงานการออกแบบผลิตภัณฑ์จากผ้าขาวม้าของ 16 มหาวิทยาลัย 18 ชุมชน / กิจกรรมTalk หัวข้อ ผ้าขาวม้า มรดกภูมิปัญญาและการพัฒนาอย่างยั่งยืน / โซน Market Place ของ 12 ชุมชน และโซนกิจกรรม online บอกต่อความประทับใจ ถ่ายภาพและแชร์พร้อมบรรยายเชิญชวนเพื่อนมาเที่ยวงาน “ผ้าขาวม้าวิถีไทย ทอใจอย่างยั่งยืน” ภายใน Sustainability Expo 2023 (SX 2023)  

โครงการดังกล่าวเป็นความร่วมมือของ บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สถาบันการศึกษาในเครือข่าย eisa และ ภาคีทุกภาคส่วน ที่ได้ให้ความสนับสนุนโครงการนี้มาตลอดระยะเวลา 7 ปี ส่งผลให้โครงการฯ สามารถดำเนินงานมาได้อย่างต่อเนื่อง และจะยังคงทำงานร่วมกับชุมชนผู้ผลิตผ้าขาวม้าทอมือต่อไป เพื่อให้สามารถบรรลุถึงเป้าประสงค์หลัก คือ การพัฒนาผ้าขาวม้าทอมือของไทยเพื่อสร้างรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนผู้ผลิตทั่วประเทศ 

idownload
gplay
istore