Home
Mar 03, 2023
PANEL: ART FOR AIR
View all SX News & Movement

“สิ่งที่มีคุณค่าที่สุดสำหรับชีวิตกลับไม่มีมูลค่า…นั้นก็คืออากาศ สุขภาพกายที่แข็งแรงและสุขภาพจิตที่แจ่มใส
ขึ้นอยู่กับระบบการหายใจ และลมหายใจที่สมบูรณ์ประกอบด้วยอากาศที่บริสุทธิ์และสติ (mindfulness)”

ในงานมหกรรมด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Expo 2022 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ได้จัดเวทีเสวนาเรื่อง Art for Air นำโดย คุณคามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินผู้ร่วมก่อตั้งโครงการ Art for Air คุณชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการ สภาลมหายใจเชียงใหม่ รศ.ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการบริหารสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายอากาศสะอาดประเทศไทย และ คุณพฤ โอ่โดเชา ผู้นำเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง (ภาคเหนือ) ปราชญ์ชาวบ้าน ชนเผ่าปกาเกอะญอ มาร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการทางศิลปะเพื่อจัดการกับปัญหาฝุ่น PM 2.5 ในเชียงใหม่

คุณคามิน เลิศชัยประเสริฐ ศิลปินผู้ร่วมก่อตั้งโครงการฯ กล่าวถึงที่มาของนิทรรศการ Art for Air ว่า เป็นนิทรรศการศิลปะที่จัดขึ้นเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมผ่านบรรยากาศการวิพากษ์และความตระหนักบนความเข้าใจที่ถูกต้องต่อปัญหา “มลพิษทางอากาศ” จากฝุ่นควัน PM 2.5 ผ่านงานศิลปะร่วมสมัย โดยนิทรรศการนี้เกิดมาจากความร่วมมือของ สภาลมหายใจ เชียงใหม่ หอศิลปวัฒนธรรมเมืองเชียงใหม่ (สามกษัตริย์) และสเปซทางศิลปะอิสระ โดยเป็นการรวบรวมนักสร้างสรรค์และศิลปินกว่า 60 ชีวิตทั่วประเทศ มาสร้างโครงการศิลปะ ในพื้นที่สาธารณะรอบเมืองเชียงใหม่ ซึ่งที่ผ่านมา Art for Air สามารถกลายเป็นสื่อกลางในการประสานความร่วมมือระหว่างศิลปิน นักสร้างสรรค์ รวมถึงนักวิชาการ ผู้ทรงคุณวุฒิต่าง ๆ จากหลายพื้นที่ จนเกิดเป็นปรากฏการณ์นิทรรศการศิลปะเพื่อฝุ่นควัน และสภาวะโลกร้อน ที่นำเสนอมุมมองต่อปัญหาอย่างหลากหลาย ได้มุมมองเชิงลึกของปัญหามลพิษทางอากาศ ทั้งด้านพลังงาน อุตสาหกรรม เกษตรกรรม ไปจนถึงพฤติกรรมของมนุษย์ ที่ล้วนเป็นการล่วงเข้าไปในนิยามของป่าทั้งสิ้น

“ถ้าจะมองให้ลึกลงไป สาเหตุของหมอกควันคือการพัฒนาประเทศสู่ระบบเศรษฐกิจใหม่ ซึ่งทำลายทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมค่อนข้างรุนแรง”

คุณชัชวาลย์ ทองดีเลิศ ประธานคณะกรรมการอำนวยการ สภาลมหายใจเชียงใหม่ กล่าวเสริมถึงข้อมูลทางวิชาการจากการดำเนินงานที่ผ่านมาถึงประเด็นปัญหาฝุ่นควันในเชียงใหม่ ซึ่งมีข้อค้นพบสำคัญว่า ไม่ได้มีปัญหามาจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่เผาไร่ แต่เป็นปัญหาสะสมที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมด้วยช่วยกันแก้ไข ดังนั้น จากปัญหาฝุ่น Art for Air จึงพาขยับไปสู่ประเด็นเรื่องการจัดการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น การนำเสนอแนวคิดของพลังงานทดแทน การวิพากษ์โครงสร้างของการเมือง ที่เป็นผลต่อการเกิดขึ้นของฝุ่นขนาดเล็ก รวมถึงประเด็นเรื่องการจัดการไฟในเชิงวัฒนธรรม และอีกหลากหลายวิธีคิด ที่จะนำไปสู่ทางออก ความเห็น และสมมติฐานมากมายที่จะนำไปสู่การปฏิบัติจริง

“ที่ผ่านมารัฐไม่ยอมรับให้ชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการป่า แล้วใช้มาตรการทวงคืนผืนป่า ซึ่งก็ทำให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ด้วย เมื่อเกิดความขัดแย้ง ความร่วมมือก็ไม่เกิด”

คุณพฤ โอ่โดเชา ผู้นำเครือข่ายชนเผ่าพื้นเมือง (ภาคเหนือ) ปราชญ์ชาวบ้าน ชนเผ่าปกาเกอะญอ กล่าวเสริมในประเด็นเรื่องความเข้าใจผิดเรื่องต้นเหตุฝุ่นควันจากการเผาป่าโดยกลุ่มชาติพันธุ์ ซึ่งเดิมชาวกะเหรี่ยงตกเป็นจำเลยของสังคม ซึ่งไม่ถูกต้อง ทั้ง ๆ ที่กลุ่มชาติพันธุ์เป็นผู้ใช้ไฟในเชิงวัฒนธรรมที่ละเอียดอ่อนกว่าคนเมืองหรือผู้ใช้ไฟกลุ่มอื่น ๆ ด้วยซ้ำ แต่ชาวกะเหรี่ยงกลับตกเป็นจำเลยอยู่ฝ่ายเดียว สิ่งสำคัญ คือการลดล้างอคติด้วยความเข้าใจที่ถูกต้องต่อกลุ่มผู้อยู่อาศัยในพื้นที่ ซึ่งไม่ได้มีกะเหรี่ยงเพียงกลุ่มเดียว แต่ยังมีผู้ประกอบการ โรงงาน และคนกลุ่มอื่น ๆ ที่ล้วนก่อให้เกิดผลกระทบทางอากาศจากกิจกรรมที่ทำด้วย ดังนั้น การกำหนดนโยบายจากส่วนกลางในการจัดการปัญหานี้ จำเป็นต้องศึกษาให้ถูกต้อง มีการใช้กฎหมายที่ยุติธรรมในการบังคับใช้ด้วย

“ที่ผ่านมารัฐไม่ยอมรับให้ชาวบ้านเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการป่า แล้วใช้มาตรการทวงคืนผืนป่า ซึ่งก็ทำให้เกิดความขัดแย้งในพื้นที่ด้วย เมื่อเกิดความขัดแย้ง ความร่วมมือก็ไม่เกิด”

ในประเด็นเรื่องกฎหมาย รศ.ดร.คนึงนิจ ศรีบัวเอี่ยม อาจารย์ประจำคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรรมการบริหารสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ผู้ร่วมก่อตั้งเครือข่ายอากาศสะอาดประเทศไทย ได้กล่าวเสริมประเด็นต่อจากคุณพฤ ว่า สถานการณ์ที่คุณพฤประสบอยู่ นับว่าเป็นความไม่เป็นธรรมทางสิ่งแวดล้อม เพราะถือเป็นการเลือกปฏิบัติและยัดเยียดสถานการณ์ที่มีปัญหาแก่คนกลุ่มหนึ่ง ดังนั้น การใช้กฎหมายสำหรับแก้ปัญหาสถานการณ์ฝุ่นในขณะนี้ต้องใช้กฎหมายระดับแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง และต้องใช้กฎหมายหลายฉบับในการแก้ไข มิฉะนั้นจะเป็นการแก้ไขที่ไม่ตรงจุด และยังคงเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุเหมือนที่ผ่านมา

อาจารย์คนึงนิจ อธิบายเสริมว่า สถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 ที่ปรากฏออกมาเป็นรูปธรรม ณ ปัจจุบัน เปรียบเสมือนปลายน้ำ หรือยอดภูเขาน้ำแข็งที่สามารถมองเห็น ในทางกลับกัน ปัญหาเชิงวัฒนธรรม และปัญหาเชิงโครงสร้างคือต้นตอหลักของปัญหาดังกล่าวกลับมองไม่เห็นออกมาเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน พอมองเห็นไม่ชัดเจนทำให้เราแก้ปัญหาไม่ตรงจุด ตัวอย่าง เช่น ความรุนแรงเชิงวัฒนธรรม หรือการที่ไม่หลุดพ้นจากระบบความสัมพันธ์เชิงอำนาจแบบไทย ๆ รวมถึงเหตุการณ์อื่น ๆ ที่ทำให้เกิดเป็นช่องว่างและรอยร้าวสร้างปัญหาทวีคูณ เราจึงต้องออกกฎหมายที่มีมาตรการทางเศรษฐศาสตร์เข้ามาช่วย เพราะต้องเป็นการออกแบบเพื่อปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของผู้ประกอบการ หรือผู้ที่ปล่อยอากาศเสีย การออกแต่กฎหมายลงโทษอย่างเดียวยังไม่ดึงดูดมากพอ

นอกจากนี้ อาจารย์คนึงนิจยังชี้อีกว่า การออกนโยบายเชิง Top Down หรือการสั่งการจากข้างบน การสนใจแต่ตัวเลขการประเมิน หรือตัวเลข KPI ของสังคมไทย รวมถึงการตั้งคณะทำงานแก้ปัญหาเป็นรูปแบบคณะกรรมการแห่งชาติในชื่อต่าง ๆ อาจเป็นการแก้ปัญหาที่ไม่ตรงจุด แต่สิ่งที่จะมาช่วยให้การบังคับใช้กฎหมายสำเร็จได้ คือ การสื่อสารให้เกิดความเข้าใจ ซึ่งปฏิบัติการทางศิลปะ หรือการสื่อสารผ่านนิทรรศการ Art for Air ก็เป็นช่องทางหนึ่งที่ช่วยให้สังคมเกิดความเข้าใจที่ถูกต้องได้

Speaker: คุณนราทิพย์ รัตตประดิษฐ์ ประธานบริหารสายงานปฏิบัติการ บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด
คุณปวีณา คชเสนี ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจ สยามดิสคัฟเวอรี่ บริษัท สยามพิวรรธน์ รีเทล จำกัด
คุณวิลาวัณย์ ปานยัง ประธานกรรมการ บริษัท เอ็นไวรอนแมน จำกัด และ Ecotopia Co-Creator
คุณชารีย์ บุญญวินิจ ผู้ก่อตั้ง Uncle ree's farm และ Ecotopia Co-Creator

หัวข้อ: PANEL: ART FOR AIR
วันที่ 28 กันยายน 2565 เวที Talk Stage

 สามารถรับชมในรูปแบบวิดีโอได้ที่ : https://www.youtube.com/watch?v=a2EnWgFYFdI

idownload
gplay
istore