Home
Mar 01, 2023
การอำนวยความเป็นธรรมที่ยั่งยืน
View all SX News & Movement

แม้ว่าเศรษฐกิจ สังคม การเมือง จะเป็นประเด็นหลักที่มีบทบาทในกระบวนการพัฒนาและสร้างความยั่งยืน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ปัญหาอาชญากรรมก็เป็นตัวฉุดรั้งไม่ให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนขึ้นมาได้ กระบวนการยุติธรรมจึงเป็นอีกสิ่งสำคัญที่จะช่วยเสริมความแข็งแรงให้กับกระบวนการพัฒนาดังกล่าว และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (Department of Special Investigation) หรือ ดีเอสไอ (DSI) เป็นหน่วยงานของรัฐ สังกัด กระทรวงยุติธรรม จัดตั้งขึ้นมาเพื่อป้องกัน ปราบปราม และควบคุมอาชญากรรมที่มีผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคงและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อส่งเสริมสังคมที่สงบสุข ให้ทุกคนเข้าถึงความยุติธรรมได้ ตามเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนข้อที่ 16

บนเวทีเสวนา หัวข้อ “การอำนวยความเป็นธรรมที่ยั่งยืน” ในงานมหกรรมด้านความยั่งยืน หรือ Sustainability Expo 2022 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เมื่อปลายเดือนกันยายน 2565 ที่ผ่านมา มีผู้ขับเคลื่อนการอำนวยความเป็นธรรมในสังคมไทยจาก DAI และองค์กรที่เกี่ยวข้อง มาร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ นำโดย พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ พันตำรวจตรีนิติ สัมฤทธิ์เดชขจร รองผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และยาเสพติด คุณนิคม สุวรรณรุ่งเรือง ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์ และคุณสุวัฒน์ หลีเหม ผู้จัดการประจำประเทศไทย A21 โดยมี คุณชญานิศ กิจคุณธรรม เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ เป็นผู้ดำเนินรายการ

พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้ให้ข้อมูลแนวทางการพัฒนากระบวนการทำงานของ DSI ในปัจจุบัน เมื่อต้องเผชิญกับอาชญากรรมทั้งในโลกจริงและโลกเสมือน นวัตกรรมจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่จะเข้ามาเสริมกระบวนการอำนวยความยุติธรรมให้เกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ การบูรณาการการทำงานร่วมกับภาคส่วนอื่น ๆ องค์กรอื่น และกลุ่มเครือข่ายก็เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไปไม่ได้ อันจะนำมาซึ่งการป้องกัน (prevention) และปราบปราม (proactive) ยุติการข่มเหง การใช้หาประโยชน์อย่างไม่ถูกต้อง การค้ามนุษย์ ความรุนแรงและการทรมานทุกรูปแบบที่มีต่อเด็กได้อย่างมีประสิทธิภาพ

พันตำรวจตรีนิติ สัมฤทธิ์เดชขจร รองผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ กล่าวถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการของ DSI ที่เมื่อก่อนการสืบสวนต้องใช้เวลานานและให้ประชาชนต้องเดินทางไกลมาถึงศูนย์ของ DSI แต่ปัจจุบันได้แก้ปัญหานี้ด้วย application DSI E-Form เช่น ในกระบวนการจัดการกับคดี Forex ที่มีผู้เสียหายจำนวนมากเกือบหมื่นคน ได้ใช้เทคโนโลยีมาช่วยเก็บข้อมูลจำนวนมากและลดระยะเวลาที่ต้องเสียไปได้มาก นอกจากนี้ยังมีระบบ DSI Case Intelligence System หรือ CIS ซึ่งเป็นระบบบริหารจัดการคดีพิเศษแบบดิจิทัลที่ใช้ฐานข้อมูลเชิงลึกช่วยอำนวยความสะดวกในการพิจารณาสืบสวนสอบสวนคดีต่าง ๆ ช่วยวิเคราะห์รูปแบบคดีพิเศษ สอบปากคำด้วยเสียงแล้วแปลงเป็นตัวอักษรได้เลยเพื่อป้องกันความผิดพลาดตกหล่นของข้อมูล โดย DSI E-Form หรือ ระบบแบบฟอร์มสอบปากคำอิเล็กทรอนิกส์ผ่านแอปพลิเคชันนี้ ช่วยให้ประชาชนจองคิวจองวันสำหรับการสอบสวนในพื้นที่ใกล้เคียง ช่วยลดค่าใช้จ่ายและเวลาของประชาชนในการสอบสวน ทำให้ลดระยะเวลาจากการสอบสวนแบบเดิมจาก 5 ชม./คน มาเหลือเพียง 2 ชม./คน ผ่านแอปพลิเคชัน

ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และยาเสพติด รับผิดชอบคดีเกี่ยวกับเยาวชนและสื่อลามก กล่าวว่า จากข้อมูลที่ผ่านมาพบว่า ในโลกออนไลน์ คนที่ครอบครองภาพลามกอนาจารมักจะเป็นกลุ่มเสี่ยงที่จะทำการละเมิดทางเพศเด็กได้ จึงใช้เทคโนโลยีมาช่วยตรวจสอบป้องกันกลุ่มเสี่ยงที่จะก่อการละเมิดทางเพศเด็กในช่วงโควิดได้ เทคโนโลยีจึงเป็นตัวช่วยเข้าไปในพื้นที่โลกเสมือนแล้วเข้าไปเฝ้าระวังในช่วงโควิดแทน ซึ่งนี่เป็นตัวอย่างของการใช้เทคโนโลยีในงานเชิงป้องกันอาชญากรรมนั่นเอง

คุณนิคม สุวรรณรุ่งเรือง ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์ กล่าวถึงเครือข่ายทั่วโลกที่ทำงานกับ DSI ซึ่งอยู่ในมิติของการป้องกันอาชญากรรมและเป็นงานบูรณาการ โดย DSI ได้ทำงานร่วมกับภาคประชาชนผ่านเครือข่ายที่ทำมาตั้งแต่ปี 2550 จนปัจจุบันมีกว่า 8,000 คน มีวัตถุประสงค์ 6 ประการ คือ ป้องกันการเกิดอาชญากรรม เฝ้าระวังการเกิดในพื้นที่ ติดตามและรายงานอาชญากรรมในพื้นที่ สนับสนุนการเฝ้าระวังและเก็บพยานหลักฐานทางคดี เตือนภัยอาชญากรรม ช่วยชี้แจงและเขียนคำร้องประสานงาน DSI กับประชาชนในพื้นที่ โดยมี DSI Station หรือ ศูนย์รับข้อมูลข่าวสารและเผยแพร่เครือข่ายอาชญากรรมคดีพิเศษซึ่งมีอยู่ทั่วประเทศไทย 23 แห่ง และในต่างประเทศอีก 6 แห่ง รวมทั้งสิ้น 29 แห่งด้วยกัน

คุณสุวัฒน์ หลีเหม ผู้จัดการประจำประเทศไทย A21 ซึ่งเป็นองค์กรระหว่างประเทศที่ทำงานต่อต้านการค้ามนุษย์ มีสำนักงาน 19 แห่งใน 15 ประเทศทั่วโลก ในประเทศไทยมีสำนักงาน 2 แห่ง ที่กรุงเทพมหานคร และพัทยา กลุ่ม A21 ดำเนินงานเพื่อให้บรรลุเป้าหมายการพัฒนาอย่างยั่งยืนข้อที่ 16 คือการทำให้ทุกคนมีส่วนในการยุติความรุนแรงและแสวงหาประโยชน์จากเด็กได้ จึงได้ผลิตเกม “มาช่วยเมย์กับเบย์กันเถอะ” ขึ้นมา โดยกลุ่มเป้าหมายของเกมคือเด็กอายุ 8-14 ปี ตัวเกมถูกสร้างขึ้นมาเพื่อช่วยแนะนำการป้องกันตัวเองจากการล่อลวงหรือละเมิดผ่านช่องทางออนไลน์ โดยมี DSI เข้ามาเป็นผู้ช่วยให้ข้อมูลในกระบวนการพัฒนาเกม Focus Group ซึ่งโดยหลักแล้ว เกมนี้จะเป็นสื่อที่ช่วยสร้างความเข้าใจ และการตระหนักรู้ของเด็กต่อประเด็นอาชญากรรมออนไลน์นั่นเอง ซึ่งการใช้เกมเป็นสื่อในการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่เด็กนี้ ทาง ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงส์มณี เสริมว่า ภัยคุกคามทางเทคโนโลยีที่อาชญากรนำมาใช้ต่อเด็กส่วนใหญ่ ไม่มีผู้ปกครองรู้ก่อนเจ้าหน้าที่ DSI เลย เพราะเด็กมักไม่เล่าเรื่องพวกนี้ให้ผู้ปกครองหรือคุณครูฟัง แต่เทคโนโลยีสามารถช่วยป้องกันได้ เพราะในช่วง 2 -3 ปีมานี้พบอาชญากรรมออนไลน์ที่ละเมิดเด็กเพิ่มขึ้นอย่างเท่าตัว ดังนั้นเกมพวกนี้จะเป็นตัวช่วยที่เข้าถึงเด็กโดยตรง และสร้างความตระหนักรู้ให้เก็ดๆรู้จักระมัดระวังและป้องกันตัวเองให้พ้นจากอาชญากรรมออนไลน์ได้

DSI จึงเป็นตัวอย่างหนึ่งขององค์กรที่มุ่งสร้างการอำนวยความเป็นธรรมที่ยั่งยืนให้เกิดขึ้น ผ่านการทำงานเชิงบูรณาการ ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง และใช้เทคโนโลยีเป็นตัวช่วยทำให้สังคมสงบสุขและยั่งยืนนั่นเอง

Speaker: พันตำรวจตรีวรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองบริหารคดีพิเศษ และโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ 
พันตำรวจตรีนิติ สัมฤทธิ์เดชขจร รองผู้อำนวยการกองเทคโนโลยีและศูนย์ข้อมูลการตรวจสอบ 
ร.ต.อ. เขมชาติ ประกายหงส์มณี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีการค้ามนุษย์และยาเสพติด 
คุณนิคม สุวรรณรุ่งเรือง ผู้อำนวยการกองนโยบายและยุทธศาสตร์ 
คุณสุวัฒน์ หลีเหม ผู้จัดการประจำประเทศไทย A21 
คุณชญานิศ กิจคุณธรรม เจ้าหน้าที่คดีพิเศษชำนาญการ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ผู้ดำเนินรายการ)

หัวข้อ: การอำนวยความเป็นธรรมที่ยั่งยืน
วันที่ 26 กันยายน 2565 เวที Talk Stage

 สามารถรับชมในรูปแบบวิดีโอได้ที่: https://www.youtube.com/watch?v=4iRX0JcKi8U

idownload
gplay
istore